หวิดตายหมู่!! รถน้ำมันชนสนั่นรถตู้-กระบะ 4 คันอัดกันเละ กลางแยกไฟแดง(คลิป)

วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อริชัย อารียะ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจตรอน อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งเหตุรถบรรทุกน้ำมันชนกับรถตู้และรถกระบะอีก 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกน้ำอ่าง ถนนสายเอเซีย ขาล่อง อุตรดิตถ์-พิษณุโลก หลักกิโลเมตรที่ 300-301 หมู่ 9 บ้านท่านา ต.น้ำอ่าง รุดยังที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัย พบรถบรรทุกน้ำมัน 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-1901 ระยอง ของบริษัท ปัทมวัชร์การปิโตรเลียม จำกัด สภาพด้านหน้ารถบรรทุกชนกับรถตู้ป้ายแดงยี่ห้อโตโยต้า สีขาว สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ก-1818 ขอนแก่น ซึ่งเป็นรถของห้างหุ้นส่วน จำกัด เจเคพี เอ็นจิเนียริ่ง เรดิโอ เกี่ยวกับการวิจัยดูแลและออกแบบอุปกรณ์โทรคมนาคมและตรวจวัดสัญญาณคลื่น ความถี่และตรวจสอบการรบกวนสัญญาณการบินของ กสทช. บริเวณด้านขวาฝั่งคนขับ สภาพพังยับเยินทั้งด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ตอนเดียว หมายเลขทะเบียน ฒย-7234 กรุงเทพมหานคร ของเบต้า อาร์ เอฟ แล็บ ซึ่งเป็นรถโมบายแล็บ สำหรับงานทดสอบด้านโทรคมนาคม จ.พิษณุโลก จอดอยู่ใกล้กันถูกชนในสภาพด้านหน้ารถและด้านข้างฝั่งคนขับพังยับเยินเช่นกันกับรถตู้ และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 6 เมตร พบเศษกระจกและเศษชิ้นส่วนรถยนต์และรถตู้ตกเกลื่อนกระจาย ที่บริเวณพงหญ้าข้างทาง ซึ่งเป็นเส้นทางเลี้ยวไปอำเภอทองแสนขัน พบรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผย-9490 มหาสารคาม บรรทุกฟักทองมาเต็มคันตกอยู่ข้างทาง โดยมีแผ่นป้ายหมวดการทางทองแสนขัน ซึ่งตั้งอยู่ข้างทางถูกชนกระเด็นตกอยู่ในพงหญ้าใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ พบผู้ได้รับบาดเจ็บมากับรถตู้ จำนวน 4 คน ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย นายธีรภัทร มณีศรี (คนขับ) อายุ 24 ปี , นายโยธิน กังวลวาน อายุ 18 ปี , นายทิวา  ขันอาสา อายุ 27 ปี ทั้ง 3 คน อาศัยอยู่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และนายชวลิต แสนเมือง อายุ 31 ปี อยู่ ต.โคนงาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในการดูแลของแพทย์โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ส่วนคนขับรถยนต์กระบะโมบายแล็บและเพื่อนที่มาด้วยกันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นเดียวกับคนขับรถฟักทองไม่เป็นอะไร ส่วนคนขับรถบรรทุกน้ำมันหลังเกิดเหตุได้อาศัยความชุลมุนหลบหนีไป

โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันนำเครื่องมือตัดถ่างแยกชิ้นส่วนเศษซากรถออกจากกัน เพื่อนำเครื่องมืออุปกรณ์โทรคมนาคม อาทิ เครื่องตรวจวัดสัญญาณ เครื่องจับคลื่นความถี่รบกวนวิทยุการบินและอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคม ที่มีราคาแพงออกจากรถ เพื่อนำไปเก็บคืนให้กับบริษัท จากการสอบสวนทราบว่า รถตู้ซึ่งอาศัยมาด้วยกัน 5 คน และเป็นพนักงานของบริษัทเกี่ยวกับการวิจัยดูแลและออกแบบอุปกรณ์โทรคมนาคมและตรวจวัดสัญญาณคลื่นความถี่ได้เดินทางไปตามภารกิจของบริษัท เพื่อเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับคลื่นวิทยุกระจายเสียงและคลื่นรบกวนวิทยุการบิน ให้กับสมาชิกกลุ่มเครือข่ายวิทยุจังหวัดเชียงใหม่หรือวิทยุชุมชน ตามที่สมาคมวิยุกระจายเสียง เขต 9 เชียงใหม่ เชิญมา โดยนำอุปกรณ์ติดตั้งมากับรถตู้ด้วย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของเบต้า อาร์ เอฟ แล็บ นำรถโมบายแล็บ เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ จากจังหวัดพิษณุโลก มาถ่ายทอดให้ความรู้กับสมาชิกเครื่อข่ายวิทยุจังหวัดเชียงใหม่ หลังเสร็จภารกิจ รถตู้เตรียมกลับพื้นที่ จ.ขอนแก่น และรถยนต์กระบะเตรียมกลับ จ.พิษณุโลก ส่วนรถยนต์กระบะฟักทองหลังรับซื้อผลฟักทองในพื้นที่ จ.พะเยา เสร็จแล้วก็เตรียมเดินทางส่งสินค้าที่ จ.สระแก้ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถยนต์ทุกคันจอดติดสัญญาณไฟแดงที่แยกน้ำอ่าง จ.อุตรดิตถ์ โดยมีรถยนต์กระบะฟักทองจอดอยู่ข้างหน้า รถตู้จอดตามหลังและรถยนต์กระบะโมบายจอดต่อท้ายเพียงไม่กี่นาที ได้ยินเสียงรถบรรทุกน้ำมันแตะเบรกเสียงดังลั่น จากนั้นไม่กี่วินาทีก็เกิดเสียงโครมดังสนั่น รถบรรทุกน้ำมันชนเข้ากับรถกระบะโมบายกระเด็นออกไปก่อน จากนั้นพุ่งเข้าชนรถตู้ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บผู้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ แรงกระแทกจากรถน้ำมันที่ชนรถตู้ได้พุ่งชนท้ายรถกระบะฟักทอง จนกระเด็นตกข้างทาง โชเฟอร์ไม่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับรถ 18 ล้อ ซึ่งบรรทุกน้ำมัน แต่เป็นรถวิ่งเปล่าหลังส่งน้ำมันที่ภาคเหนือเสร็จแล้ว เตรียมกลับเข้าบริษัทที่ จ.ชลบุรี เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ และวิ่งมาด้วยความเร็วทำให้เบรกไม่อยู่จึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกตัวคนขับรถบรรทุกน้ำมันคันก่อเหตุมารับแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด