ซีอาร์วีกระทืบเบรกตัวโก่ง! จู่ๆลุงโผล่วิ่งพรวดข้ามถนน สุดท้ายไม่ทันชนกระเด็นดับสลด!!

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนชายข้ามถนนเสียชีวิตบนถนนสายปทุมธานี-สามโคก กม.ที่3+600 หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาเวหาปทุม

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบศพชายนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลแตกที่ศีรษะใกล้กันมีห่อผ้าตกอยู่ ห่างออกไป 10 เมตรพบรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา หมายเลขทะเบียน วท 1991 กทม.จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตกร้าว กันชนหน้าหลุด โดยมี นายสมเชิง ซุ่นเซ่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/69 หมู่ 4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตกใจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายชรัมภ์ ไชยมณี อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 6/7 หมู่ 5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
จากการสอบสวนนายสมเชิง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้านโดยขับอยู่เลนขวา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆผู้ตายก็วิ่งพรวดข้ามถนนมาอย่างกะทันหัน ตนพยามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้ผู้ตายอย่างแรงจนลอยขึ้นมากระแทกกระจกแล้วตกลงไปบนถนน จึงรีบลงมาช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าเสียชีวิตไปแล้วจากนั้นรับแจ้งตำรวจมาที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวนายสมเชิงไปสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลสามโคก ก่อนแจ้งให้ญาติทราบแล้วมารับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวเมียขับเก๋งพุ่งตกลงแม่น้ำ สุดระทึก โยนลูกทารกให้คนบนฝั่งรับ(คลิป)

เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่มณฑลหูนาน ประเทศจีน เมื่อสามีภรรยพร้อมลูกทารกเข้ารถกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่กลับประสบอุบัติเหตุขับรถเสียหลักพุ่งตกลงไปในทะเลสาบแห่งหนึ่ง

ขณะที่รถกำลังจะจมลงนั้น พ่อและแม่พยายามปีนป่ายออกจากรถมายืนบนฝากระโปรงหน้ารถ โดยพ่อได้อุ้มลูกทารกไว้ ซึ่งรถลอยอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร โดยมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ยืนดูอยู่บนฝั่งหลายสิบคน

จังหวะนั้นเอง พ่อได้โยนลูกทารกไปให้กลุ่มชาวบ้านที่อยู่บนฝั่ง บังเอิญรับไว้พอดิบพอดี ส่วนตัวพ่อก็เสียหลักเซตกลงไปในน้ำ ซึ่งกลับพบว่าน้ำไม่ได้ลึกมาก สามารถยืนได้

อย่างไรก็ตาม คลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเห็นว่าการโบนทารกแบบนั้นอาจเกิดอันตรายได้ หากคนรับรับไม่ทัน เด็กอาจได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งควรตรวจสอบก่อนว่าน้ำลึกหรือไม่ลึก

ที่มา>>>ข่าวสด

ตายยกคัน 4 ศพ!! เก๋งชนสนั่นพุ่งตกน้ำ สามหนุ่มดับคาที่-สุดยื้อสาวเบญจเพสตายตาม

 รถเก๋งเซลล์แมนหนุ่มพุ่งชนเสาป้ายสะพาน กระเด็นตกลงไปในลำน้ำข้างทาง ชาวบ้านได้ยินเสียงดังสนั่น ออกมาช่วยนำคนเจ็บออกจากรถ ก่อนรถจมลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนขับและผู้โดยสาร รวม 4 คนไว้ได้ ตายยกคัน

วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สนัด พรหมประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักตกลงไปในลำน้ำห้วยขะยุงบริเวณสะพานลำห้วยขะยุง กม.ที่ 28 ถนนอุบล-ศรีสะเกษ ขาออก บ้านห้วยขะยุง ตำบลห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีผู้เสียชีวิตหลายราย201610101045312-20021028190334หลังรับแจ้งจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบูชาธรรม กู้ชีพโรงพยาบาลวารินชำราบ หน่วยกู้ชีพห้วยขะยุง เข้าไปช่วยเหลือ ถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่กู้ชีพและพลเมืองดีลำเลียงคนเจ็บออกจากรถ 4 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายกฤษณะ ดอกนางแย้ม อายุ 32 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 30/15 ม.2 ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายธีรพงศ์ ทุมมากรณ์ อายุ 20 ปี นายวรวัฒน์ มูลสาร อายุ 22 ปี นั่งมาในรถด้วย โดยทั้ง 3 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ201610101045313-20021028190334ส่วน น.ส.เมสินี บอขุนทด อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ และเสียชีวิตต่อมา เมื่อเช้ามืดวันนี้

ส่วนใต้สะพาน พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌฐ 3792 กรุงเทพฯ ซึ่งพุ่งชนเสาปูนบอกป้ายชื่อสะพานจมอยู่ในน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัย และป้องกันภัยจังหวัดอุบลราชธานีใช้สลิงลากรถขึ้นมา201610101045311-20021028190334สอบถามนายไชยยา พลศักดิ์ อายุ 42 ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเหมือนรถชนของแข็งเสียงดังสนั่น จึงได้ออกมาดู พบว่ามีรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส ชนกับเสาปูนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนตกลงไปในน้ำ จึงได้ร่วมกับเพื่อนบ้านเข้าไปช่วยดึงร่างคนบาดเจ็บที่ติดคาอยู่ในซากรถทั้ง 4 คน ก่อนรถไหลลงไปในน้ำ และติดออยู่กับกอต้นไมยราบ โดยทุกคนอยู่ในอาการสาหัส กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยมาถึงได้พยายามช่วยชีวิต แต่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้ง 3 คน และอีกคนเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวม 4 คน201610101045315-20021028190334จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นเซลล์ขายสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา และได้ขับรถมาดูทำเลขายสินค้าในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายกฤษณะทำหน้าที่เป็นคนขับ กระทั่งดึกทั้งหมดได้เดินทางมุ่งหน้าไปหาเพื่อนที่ จ.ศรีสะเกษ มาตามถนนดังกล่าว จนมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับรถมาด้วยความเร็ว และไม่ชำนาญทาง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งกึ่งหักศอก ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งชนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนกระเด็นตกลงไปในลำน้ำจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองแม่วัย 44 ปี ไม่ทันเห็นลูกชายวัย 16 ปีอยู่กับเครื่องโม่น้ำแข็งเปิดเครื่องปั่นมือลูกขาดทันที

เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันนี้ที่ 8 ต.ค. 59 ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุเครื่องโม่น้ำแข็งปั่นมือลูกชายเจ้าของร้านขาดเหตุเกิดภายในโรงน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทอง ในที่เกิดเหตุเป็นโรงผลิตน้ำแข็งก้อนและเป็นที่บดน้ำแข็งป่นคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้วทราบชื่อคือ นายสกล (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ส่วนที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณเครื่องโม่น้ำแข็งมีเศษเนื้อเศษกระดูกและเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามนายฐานพัฒน์ อายุ 26 พี่ชายนายสกล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนางวันวิสาข์ อายุ 44 ปี แม่ตนและแม่ของนายสกล กำลังทำการเฉาะน้ำแข็งเพื่อที่จะล้างน้ำแข็งเตรียมขึ้นโม่แต่เครื่องโม่ก็ยังไม่ได้เปิดเครื่อง หลังจากแม่ล้างน้ำแข็งเสร็จก็ได้ไปเปิดเครื่องโม่เพื่อจะทำการโม่น้ำแข็งเป็นน้ำแข็งป่นโดยไม่คิดว่านายสกลจะเล่นเขี่ยลูกโม่อยู่พ่อแม่เปิดสวิทย์เครื่องโม่ทำงานจึงดูดแขนขวานายสกลเข้าไปบดจนมือขาดทันทีจากนั้นจึงช่วยกันนำนายสกลส่งโรงพยาบาลอ่างทอง

ร.ต.อ.มานิตย์ กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้เหลือเพียงชิ้นส่วนเศษเนื้อที่ค้างอยู่ในที่โม่น้ำแข็ง โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกเครื่องโม่น้ำแข็งโม่มือขวาเข้าไปเกือบถึงกลางแขน โดยการเกิดเหตุนั้นผู้เป็นแม่กำลังจะทำงานโดยจะนำน้ำแข็งก้อนมาเข้าเครื่องโม่จึงเปิดเครื่องเป็นจังหวะที่ลูกชายยืนเล่นเครื่องโม่อยู่จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มดับคาที่ซัดบิ๊กไบค์ประสานงาจยย.สลด!แฟนสาวร่ำไห้เผยเพิ่งโทรถามคำสุดท้าย ‘จะกินอะไรไหม’

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณทางขึ้นกลับรถโรงเรียนวันครู ถนนพหลโยธินขาเข้า หมู่ที่ 11 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609280159316-20050222192603ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดล้มคว่ำจำนวน 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR250 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กฬ3367 กทม. ส่วนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า R15 สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ชนประสานงากันอย่างจัง สภาพรถพังยับเยินใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายวัชพงษ์ พูลโพธิ์คา อายุ 28 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ชื่อนายนิวัฒน์ นาเหนือ อายุ 30 ปี และนายธชวัจน์ ระฆั่งทอง อายุ 30 ปี

จากการสอบถามนายเอ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะตนตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ได้ยินเสียงรถชนกันอย่างแรง จึงวิ่งมาดูก็พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ต่อมาน.ส.ภัทรวดี ปทุมทอง แฟนผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้โฮ และบอกว่าผู้ตายเป็นแฟนของตนทำงานอยู่ที่บริษัทไซโก้ ออกมาจากบ้านพักในซอยไทยธานีและกำลังจะขับรถจักรยานยนตร์มาหาตนเองที่หมู่บ้านเอื้ออาทร แต่ก็ไม่นึกว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตยังโทรศัพท์มาถามตนเองอยู่เลยว่า “จะกินอะไรไหม จะซื้อเข้าไปให้”201609280159317-20050222192603ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการตายพร้อมทั้งจะได้ติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยูเทิร์นมรณะ!! นักเรียนช่างสุพรรณฯขี่จยย.กลับบ้าน เสยท้ายสิบล้อตาย-โคม่า

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.ชัยพร คำสอนทา สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถบริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ย่านยาว อ.สามชุก รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน ขพว 967 สุพรรณบุรี สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายณัฐพล  ศรีโพดก  อายุ 16 ปี บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายกิตติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 16 ปี ทั้งคู่เป็นนักเรียนจากวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหารแจ่มใส ในตัวเมืองสุพรรณบุรี  สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกเรียนทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่ ต.ย่านยาว อ.สามชุก มาถึงจุดกลับรถดังกล่าว รถจักรยานยนต์ชนเสยท้ายรถสิบล้ออย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มนร.นอกโดนโจ๋ควงปังตอปล้นไอโฟน ซิ่งเก๋งบีเอ็มป้ายแดงไล่ล่า สุดท้ายชนโจรดับคาที่

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง รองสว.สส.สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าหมู่บ้านเวิร์คเพรส รัชดา-รามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งขาเข้า แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  โดยที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องทาง บริเวณช่องทางฝั่งขวาสุดใกล้เกาะกลางพบศพนายภาณุพงศ์ มีชนะ อายุ 19 ปี นอนหงายจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีกากี มีบาดแผลฉกรรจ์กะโหลกศีรษะเปิด ใบหน้าบวมช้ำมีเลือดไหลนองเต็มพื้นผิวถนน และมีแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบภายในพบมีดปังตอ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ลูกเต๋า 2 ลูก กระเป๋าเงิน บัตรเอทีเอ็ม กัญชาอบแห้งจำนวนหนึ่ง และเงินสดประมาณ 5,000 บาท ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 5กถ5613 กรุงเทพฯ สภาพถูกชนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน จนตัวเครื่องหลุดออกมาจากตัวถังรถ เหลือเพียงล้อหน้าเท่านั้น และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวตกอยู่  นอกจากนี้ยังพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว จีที 320 ดี สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ร-3722 กรุงเทพ สภาพบริเวณไฟหน้าฝั่งซ้ายพังเสียหาย และกระจกหน้าฝั่งขวาแตก มีนายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ อายุ 24 ปี เจ้าของรถยนต์ดังกล่าวยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่  นายนรินทร์ให้การว่า เป็นลูกชายเจ้าของร้านอุ่นไอรักเป็นร้านอาหารไทยในประเทศฮ่องกง อาศัยอยู่ประเทศฮ่องกงตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่ฮ่องกง ตั้งใจจะมาศึกษาต่อที่ประเทศไทย จึงได้เดินทางกลับมาได้ไม่นาน โดยครอบครัวจะไปๆมาๆ 2 ประเทศ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งไปชมภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าคริสตัน พาร์ค ย่านถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา หลังจากนั้นตั้งใจขับรถกลับบ้านพัก เลขที่ 119/314 หมู่6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ระหว่างทางได้จอดรถและลงไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝด ที่บริเวณใต้สะพานข้ามมอเตอร์เวย์  “ตอนผมกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ พบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันมา 2 คัน โดยมีผู้เสียชีวิตนั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ ลงมาพร้อมกับชักอาวุธมีดปังตอมาจี้ที่ลำคอด้านหลัง และข่มขู่เอาทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส สีดำ และเงินสด จำนวน 4,700 บาท ก่อนพากันหลบหนี ผมจึงขับรถเก๋งติดตามกลุ่มคนร้าย จนมาถึงจุดเกิดเหตุ หนึ่งในรถของคนร้ายได้เสียหลัก ผมจึงชนเข้าท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง และไถลไปไกลกว่า 50 เมตรทำให้หนึ่งในคนร้ายเสียชีวิต ส่วนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไปได้”นายนรินทร์กล่าว

เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใครแต่อย่างใด ต้องสอบสวนคู่กรณี ตลอดจนพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่มีเหตุปล้นทรัพย์ดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ร.ต.ต.ปืนดุ รัวยิงลูกเขยดับคาสนง.อัยการ บอกแค้นทำลูกสาวตายอย่างมีเงื่อนงำ!!

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับ พ.ต.อ.คมสัน พฤกศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง เข้าทำการตรวจสอบเหตุยิงกันที่สำนักงานอัยการศาลจังหวัดทุ่งสง บริเวณหน้าห้องพนักงานอัยการ เมื่อไปถึงพบกองเลือดนองพื้น ส่วนผู้ถูกยิงคือนายสาธิต ช่วยนาเขต อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม.8 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่ง รพ.ทุ่งสง แต่ได้เสียชีวิตลงในระหว่างทาง สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. ที่ลำตัว 4 นัด ศีรษะ 1 นัด จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบปลอกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่เกลื่อนกราด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดี และเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายสาธิต ในครั้งนี้คือ ร.ต.ต.ดำริ แเพใหญ่ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (รอง สวป.) สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีออกจากสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปมอบตัวกับ พ.ต.อ.คมสัน พฤกศวาณิช ผกก.สภ.ทุ่งสง บนโรงพักพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ พ.ต.อ.คมสัน กล่าวว่า หลัง ร.ต.ต.ดำริ มามอบตัว ก็ให้ปากคำว่า นายสาธิตมาสู่ขอลูกสาวและได้ตกลงกันไปเรียบร้อย แต่ภายหลังมีปัญหากันเนื่องจากนายสาธิตมีลูกเมียอยู่แล้ว กระทั่งเกิดเหตุการณ์ลูกสาวของร.ต.ต.ดำริซ้อนท้ายรถจยย.ของนายสาธิต แล้วเกิดอุบัติเหตุตกจากท้ายรถเสียชีวิต เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมาอย่างมีเงื่อนงำ ทำให้ ร.ต.ต.ดำริ เชื่อว่าลูกสาวถูกฆาตกรรม แต่เป็นการอำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด หลังจากนั้นก็มีการอาฆาตไว้ และก่อนเกิดเหตุในวันนี้ นายสาธิตผู้ตายไปรอฟังคำสั่งคดีของพนักงานอัยการที่สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ซึ่งขณะที่กำลังนั่งรออยู่นั้น ร.ต.ต.ดำริก็เดินเข้าไปหาแล้วใช้อาวุธปืนยิงอย่างไม่ยั้ง จนนายสาธิตได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.หลังจากนั้น ร.ต.ต.ดำริก็เข้ามามอบตัวที่โรงพักในเวลาต่อมา ซึ่งได้ตั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนสาเหตุนั้นน่าจะโกรธแค้นกันมาก่อน จึงได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปสยองชนสนั่น 3 คันรวด เห็นชัดนาทีรถพุ่งประสานงา-ดับคาที่ 2 ศพ

เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียเผยแพร่ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์บนถนนชานกรุงมอสโกของรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยรถเก๋งสีเทายี่ห้อลาดาเกิดพุ่งชนประสานงากับรถเก๋งสีขาวยี่ห้อมาสด้าซึ่งขับปาดเลนสวนมาจนกระโปรงรถพังยับเยิน โดยรถคันที่ถ่ายคลิปหักหลบข้างทางอย่างทันท่วงที แต่ก็ชนรถเก๋งสีเทาจนกล้องวิดีโอได้รับความเสียหาย

ข่าวระบุว่า อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้คนขับและผู้โดยสารรถเก๋งสีเทาเสียชีวิตทันที ขณะที่คนขับรถมาสด้าปลอดภัย ภายในรถสีขาวมีเด็ก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ที่มา>>>ข่าวสด

สิบล้อกลับรถโดนปิกอัพซิ่งชน หมูที่บรรทุกมากระเด็นเกลื่อน โดนแก๊สรั่วจากรถรมตายทุรน

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.อ.ธรีระชัย กลิ่นโกสุม รองสว.(สอบสวน) สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ชัยบาดาลว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุก บริเวณเส้นทาง 205 สายชัยบาดาล-เพชรบูรณ์ มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถและมีแก๊สจากรถทั้ง 2 คันรั่วไหลกระจายไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ จึงประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลลำนารายณ์ รถดับเพลิงและแพทย์เวรจาก รพ.ชัยบาดาล รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงของแก๊สที่รั่วไหลออกมาจากรถกระบะที่ติดตั้งแก๊สแอลพีจี และรถบรรทุกที่ติดแก๊สซีเอ็นจี มีกลิ่นแก๊สกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดถนน กันประชาชนออกนอกบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกไหม้ ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีนำส่ง รพ.ชัยบาดาลแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถหล่อน้ำเพื่อไม่ให้แก๊สระเบิดจนหมดถัง จึงได้ทำการเปิดถนน และให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้าบ้านได้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงกลับรถ รถบรรทุก ทะเบียน71-4305 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ได้ตีวงกลับรถโดยมีรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน บง-4305 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ขับมาด้วยความเร็วสูงเบรกไม่ทันได้พุ่งชนกลางลำรถบรรทุกอย่างจัง เป็นเหตุให้คนขับได้รับบาดเจ็บ รวมถึงหมูขนาดใหญ่กว่า 10 ตัวที่บรรทุกมาท้ายรถกระบะกระเด็นไปคนละทิศละทาง ที่เหลือบนรถก็ถูกรมด้วยแก๊สจนตายอย่างทรมาน

ที่มา>>>ข่าวสด