ดื่มเหล้าบ้านเพื่อน ฆ่าเมียเพื่อน! เฒ่า 67 โหด เชือดคอเส้นเลือดขาด

(ภาพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ)

ช่างก่อสร้างวัย 67 ปี ที่ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มาดื่มเหล้าบ้านเพื่อน เหล้าหมดเพื่อนออกไปซื้อมาเพิ่ม กลับบ้านเจอเมียถูกแทงที่คอเลือดทะลัก อาการสาหัส นำส่ง รพ.แต่ไม่รอด ส่วนคนแทงหนีหาย ตร.เร่งสกัดกลัวเตลิดข้ามชายแดน…

วันที่ 20 พ.ค. ร.ต.อ.พีรฉัตร ปุ้มตะมะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ไปที่เกิดเหตุ แทงกันได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าบ้านเลขที่ 179/10 หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พบรอยเลือดกระจายเต็มพื้น โดยมีอาวุธมีดพกปลายแหลม ยาว 9 นิ้ว และยาว 12 นิ้ว ตกอยู่เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางบัวเลิศ สิงห์คำ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281 หมู่ 4 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ข้อมือขวา 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล และลำคอขวาถูกแทงจนเส้นเลือดใหญ่ขาด คณะแพทย์ รพ.ทองผาภูมิ พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงประสานให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี นำศพไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ศูนย์ราชบุรีจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 19 พ.ค.คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายภักดี หรือ แดง อ๊ะนา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/4 หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อาชีพช่างก่อสร้าง ได้นั่งดื่มสุรากับสามีของผู้ตาย จนกระทั่งเวลา 21.00 น. เหล้าเกิดหมด สามีคนตายจึงออกจากบ้านเพื่อไปซื้อเหล้ามาดื่มต่อ โดยปล่อยให้นายภักดี หรือแดง อยู่กับ นางบัวเลิศ เพียง 2 คน หลังจากกลับมาจากซื้อเหล้าก็พบว่านายภักดี หรือแดง ได้หายตัวไป ส่วนนางบัวเลิศ ภรรยา ถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น จึงรีบนำตัวภรรยาส่งโรงพยาบาลแต่ก็เสียชีวิตในที่สุด

ต่อมาลูกชายของนายภักดี ผู้ก่อเหตุ ได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะพาพ่อเข้ามอบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่รอการมอบตัว แต่ก็เงียบหายไป เมื่อโทรกลับไป ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ และคงจะเข้ามอบตัวในเร็วๆ นี้ แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ให้เฝ้าระวังเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เพื่อนโหดฆ่าปาดคอ หนุ่มรปภ.หมู่บ้านดังย่านบางพลี ดับคาวงเหล้า

หนุ่มรปภ.ตั้งวงก๊งเหล้าขาว กับเพื่อนอีก 2 ที่ทำงานด้วยกันในห้องพัก คาดเมาทะเลาะวิวาท ถูกรุมใช้มีดฟันแทงหน้าอก ปาดคอจนหลอดลมขาดดับสยอง ตร.บางพลี เร่งล่าตัวเพื่อนโหดมาดำเนินคดี…

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 เม.ย.2559 พ.ต.ท.สพัส ปราการพิทักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ มีชายถูกแทงเสียชีวิต ภายในอพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ซอยบางปลา 2 ม.11 ต.บางปลา อ.บางพลี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.บางพลี ทราบ ก่อนเข้าตรวจสอบพร้อม ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลีและ แพทย์เวร รพ.บางพลี

ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพัก บนชั้น 5 พบศพ นายจุฬา ดวงจันทร์ อายุ 38 ปีบ้านเลขที่ 243 หมู่ 12 ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ทำงาน เป็น รปภ. ของ บริษัท การ์ดเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง สภาพศพไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขายาวลายพรางสีเขียว ตามร่างกายมีบาดแผล จากการถูกอาวุธมีดแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล และที่ลำคอถูกปาดจนถึงหลอดลม เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ในห้องยังพบขวดเหล้าขาววางอยู่ 4 ขวดพร้อมอาหาร แต่ไม่พบมีดที่ใช้เป็นอาวุธจากการสอบสวนพยาน ซึ่งอยู่ห้องตรงข้าม ให้การว่า ผู้ตาย พักอาศัยอยู่กับเพื่อน 2 คนทราบชื่อคือ นายบุญเกิด สาขา อายุ 40 ปี และ นายสมชัย เจริญชัย อายุ 56 ปี ซึ่งทำงานเป็นพนักงาน รปภ.บริษัทเดียวกันผู้ตาย และทำงานเป็น รปภ.หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ก่อนเกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังมาจากห้องดังกล่าวแต่ไม่ทราบว่าทั้งหมดทะเลาะกัน ก่อนจะเห็นทั้ง 2 คนเดินออกจากห้องพักไป โดยมีร่องรอยคราบเลือดติดตามเสื้อผ้าด้วย

พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ทั้งหมดอาจจะนั่งดื่มสุรากัน หลังจากนั้นจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายจุฬา จนเสียชีวิต จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาพยานหลักฐานต่างๆ สอบสวนพยานบุคคลอื่นเพิ่ม รวมถึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งติดตามตัว นายบุญเกิดและนายสมชัย มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath