ซีอาร์วีกระทืบเบรกตัวโก่ง! จู่ๆลุงโผล่วิ่งพรวดข้ามถนน สุดท้ายไม่ทันชนกระเด็นดับสลด!!

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนชายข้ามถนนเสียชีวิตบนถนนสายปทุมธานี-สามโคก กม.ที่3+600 หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาเวหาปทุม

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบศพชายนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลแตกที่ศีรษะใกล้กันมีห่อผ้าตกอยู่ ห่างออกไป 10 เมตรพบรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา หมายเลขทะเบียน วท 1991 กทม.จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตกร้าว กันชนหน้าหลุด โดยมี นายสมเชิง ซุ่นเซ่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/69 หมู่ 4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตกใจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายชรัมภ์ ไชยมณี อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 6/7 หมู่ 5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
จากการสอบสวนนายสมเชิง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้านโดยขับอยู่เลนขวา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆผู้ตายก็วิ่งพรวดข้ามถนนมาอย่างกะทันหัน ตนพยามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้ผู้ตายอย่างแรงจนลอยขึ้นมากระแทกกระจกแล้วตกลงไปบนถนน จึงรีบลงมาช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าเสียชีวิตไปแล้วจากนั้นรับแจ้งตำรวจมาที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวนายสมเชิงไปสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลสามโคก ก่อนแจ้งให้ญาติทราบแล้วมารับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดระทึก! พลเมืองดีไล่ตามรถชนแล้วหนี โดนรัวยิงใส่หนีตายวุ่น ตร.ตามพบเจอยิงสวนซ้ำ (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก คุณพีช สำรวจโลก โดยเป็นเหตุการณ์ที่ขับรถไล่ตามเก๋งคันหนึ่งที่มีสภาพเหมือนชนแล้วหนี จากนั้น มีการปาดหน้าและตะโกนให้ชาวบ้านช่วยแจ้งตำรวจ แต่พบว่า โดนยิงสวนหลายนัดด้วยกัน

โดยระบุว่า “เป็นพลเมืองดีแต่โดนไล่ยิง ช่วยแชร์หน่อยคับ ตอนนี้ชุดสืบสวนเจอรถคนร้ายแล้ว เอาไปจอดทิ้งไว้ แต่คนร้ายยิงต่อสู้เปิดทางหนี ยังตามจับไม่ได้ ใครเคยเห็นหรือรู้จักรถคันในคลิปติดต่อมาทีคับ รถคนร้าย โตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน กง 6018 จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดที่ซอยลาดพร้าว71 คับ”

ทั้งนี้ ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว มีการเข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัย 4 โดยรถพลเมืองดี กระจกแตก ยางแตก โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุ เป็น “พลทหาร” สังกัดกองทัพอากาศ แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ไม่ได้กลับเข้าไปที่ต้นสังกัดแต่อย่างใด จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพัก แต่ทางตำรวจกลับถูกยิงสวนออกมาจากบ้านแล้วคนร้ายขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ทางตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักพบยาไอซ์ 10 กรัม ยาอี 2 เม็ด และอุปกรณ์เสพ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการขยายผลอีกครั้ง ว่าเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่

สภาพรถของพลเมืองดีรถผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี

ที่มา>>>ข่าวสด

10 วิธีเลือกกล้องติดรถยนต์ ให้เหมาะสมกับรถคุณมากที่สุด

10 วิธีเลือกกล้องติดรถยนต์ ให้เหมาะสมกับรถคุณมากที่สุดการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนนั้นอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาจเกิดขึ้นกับเราหรือกับคนอื่น และส่งผลมาถึงเราก็มีโอกาสเป็นไปได้ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครห้ามได้เช่นกัน การมีกล้องติดรถยนต์ไว้บันทึกภาพทุกการเดินทางของเราเป็นเรื่องที่ควรทำ เพราะช่วยเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ว่าใครเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด

ซึ่งภาพวิดีโอจากกล้องอาจะช่วยเหลือได้นั่นเอง ถ้าหากล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพ ใช้งานได้จริงแบบไม่มีปัญหา ก็คงต้องเลือกกันมากหน่อย ด้วยความที่มีจำหน่ายกันอยู่หลายเกรด หลายระดับราคา แถมยังมีของปลอมระบาดด้วย ซึ่งเราควรต้องพิจารณาจากอะไร บ้างตามไปดูกันครับ

1. ความละเอียดของวิดีโอในการบันทึก

1

คุณภาพของวิดีโอที่บันทึกได้เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ จะนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตรงนี้ ปัจจุบันความละเอียดของกล้องติดรถยนต์ควรต้องอยู่ที่ระดับ FULL HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) เป็นมาตรฐานครับ เพราะที่ความละเอียดระดับนี้ เราสามารถที่จะนำภาพวิดีโอที่ได้ไปใช้งานจริงได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน แต่การจะได้มาซึ่งความละเอียดระดับ FULL HD แท้ๆ หรือไม่นั้น มีองค์ประกอบหลักนั่นก็คือ เลนส์ และชิปประมวลผลที่ต้องทำงานควบคู่กัน เพียงสเปกที่ระบุไว้ว่ารองรับได้ถึง FULL HD เวลาใช้งานจริงอาจจะทำได้เพียง 480p ก็อาจเป็นได้

ฉะนั้น กล้องติดรถยนต์รุ่นไหนมีระบุมาในสเปกชัดเจนถึงเลนส์และรุ่นของชิปประมวลผลที่ใช้ได้ก็จะดีมาก แล้วนำรุ่นของชิปประมวลผลที่ใช้ไปค้นหาใน google.com อีกครั้ง เราจะรู้เลยครับว่าชิปประมวลรุ่นนี้รองรับการถ่ายวิดีโอ FULL HD จริงหรือไม่ เป็นข้อพิจารณาเบื้องต้นได้เลย โดยส่วนใหญ่แล้วกล้องติดรถยนต์ที่เป็นแบรนด์มาตรฐาน มีคุณภาพดีในระดับหนึ่งนั้นจะบอกรายละเอียดต่างๆเหล่านี้มาในสเปกอยู่แล้ว

2. FPS สูง ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริง ลื่นไหล

2_1

ภาพคมชัด แต่เคลื่อนไหวไม่สมูทก็คงไม่ดีเป็นแน่ เราจะรู้ได้ว่ากล้องติดรถยนต์รุ่นไหนให้ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริง ลื่นไหล ต้องดูที่ค่า FPS ย่อมาจาก Frame Per Second แปลเป็นไทยว่า อัตราเฟรมภาพต่อวินาที เป็นหน่วยวัดการบันทึกภาพนิ่งของภาพเคลื่อนไหวในกล้องวิดีโอต่อ 1 นาที เช่น 25 FPS หมายถึง ใน 1 วินาที จะมีภาพนิ่งถูกบันทึกต่อเนื่องกัน 25 ภาพ แน่นอนว่าค่า FPS มากจะส่งผลให้ภาพเคลื่อนไหวที่ได้มีความต่อเนื่อง ดูลื่นไหล แต่หากค่า FPS ต่ำ ภาพเคลื่อนไหวจะดูกระตุกไม่ต่อเนื่องนั่นเองครับ สำหรับกล้องติดรถยนต์แล้ว ค่า FPS ที่สูงเกินไปอาจจะมีผลเสียมากว่าผลดี เพราะทำให้สิ้นเปลืองการ์ดความจำมากกว่าปกติ เพราะไฟล์วิดีโอที่ได้จะมีขนาดใหญ่มาก

ถ้าจะให้ดี ค่า FPS สำหรับกล้องติดรถยนต์จึงไม่ควรสูงมากจนเกินไป ที่ระดับ 30 FPS หรืออย่างต่ำสุดก็อย่าน้อยไปกว่า 25 FPS ก็จะเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ทั้งนี้ต้องดูสเปกของกล้องด้วยนะครับว่าค่า FPS ที่ระบุมานั้น เป็นค่า FPS ที่ทำได้ที่ระดับความละเอียดภาพเท่าไหร่ เพราะค่า FPS สูงสุดที่ทำได้ก็ควรจะทำได้ที่ความละเอียดภาพสูงสุดที่กล้องทำได้ เช่น กล้องความละเอียด FULL HD ก็ควรที่จะทำ 30FPS ได้ที่ค่าความละเอียด FULL HD ถึงจะถูกต้อง เพราะมีกล้องติดรถยนต์ที่อาจจะคุณภาพไม่ดีหลอกมาในสเปกได้ว่าทำ FPS ได้สูงจริง แต่ที่ระดับความละเอียดต่ำนั่นเอง

3. ถ่ายวิดีโอเวลากลางคืนหรือสภาวะที่มีแสงน้อยได้ดี

การใช้งานในสภาวะที่มีแสงน้อยหรือเวลากลางคืนนั้น จำเป็นและมีความสำคัญไม่แพ้กับคุณภาพของวิดีโอที่ได้ เพราะเมื่อเริ่มบันทึกภาพก็ต้องบันทึกไปตลอดการเดินทาง  เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเวลาไหน กล้องติดรถยนต์ที่สามารถใช้งานในสภาวะที่มีแสงน้อย หรือเวลากลางคืนได้ดีจึงต้องมีตัวช่วย ระดับพื้นฐานสุดๆ ก็ต้องมีอินฟาเรด ซึ่งเราจะพบได้ในกล้องติดรถยนต์รุ่นล่างๆ ราคาประหยัดก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง

แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดและควรจะต้องมีก็คือ ฟังก์ชันที่เรียกว่า WDR ( Wide Dynamic Range ) ซึ่งเป็นฟังก์ชันเดียวกันกับที่มีอยู่ในกล้องวงจรปิดที่ติดกันตามบ้าน สำนักงาน หรือตามท้องถนนนั่นเอง จะช่วยทำให้การบันทึกภาพเวลากลางคืน (Night Shot) หรือสภาวะที่มีแสงน้อยให้สว่างขึ้น และลดแสงบนท้องถนนที่มากเกินไป ทำให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดมากขึ้น ดูรู้เรื่องว่าเป็นภาพอะไรทั้งที่มีแสงน้อย โดยหลักการทำงานก็คือ กล้องจะถ่ายภาพซ้อนกัน 2 ภาพในเวลาเดียวกัน โดยภาพแรกถ่ายออกมาเป็นภาพดูมืดดำ เหมือนมีแสงน้อย และอีกรูปถ่ายให้มีความสว่างมากกว่าสภาวะปกติ แล้วนำภาพที่ได้มาซ้อนกัน ช่วยให้กล้องเก็บรายละเอียดภาพได้มากกว่าการบันทึกภาพปกติที่ไม่มีฟังก์ชัน WDR ฉะนั้นแล้วเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ควรเลือกรุ่นที่มีฟังก์ชัน WDR มาด้วยนะครับ

4. รูรับแสงสำคัญพอกัน

3

รูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีความหมายเดียวกันกับของกล้องถ่ายรูป เป็นตัวควบคุมปริมาณแสงที่จะวิ่งผ่านรูนี้เข้าไปในกล้อง มีหน่วยเรียกว่า “F” หรือศัพท์ของช่างภาพเรียกกันคือ “ค่า F/Stop” ใช้ตัวเลขกำกับแสดงขนาดของรูรับแสง ค่าตัวเลข F น้อย รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก ภาษากล้องเรียกว่า ชัดตื้น คือให้ช่วงระยะชัดของภาพน้อย จะให้ภาพที่คมชัดมากที่สุดตรงจุดโฟกัส ในขณะที่หากค่าตัวเลข F มาก รูรับแสงแคบลง แสงเข้าได้น้อย เรียกว่าชัดลึก คือให้ช่วงระยะชัดของภาพมาก ภาพที่ได้จะคมชัดเท่ากันทั้งภาพ

หากเป็นในเรื่องของการถ่ายภาพแล้ว ไม่ว่าจะค่า F น้อย ทำให้ชัดตื้น หรือค่า F มาก ทำให้ชัดลึก นั้นต่างก็มีข้อดีแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ว่าจะถ่ายภาพอะไร แต่สำหรับกล้องติดรถยนต์แล้ว ค่า F มาก ทำให้ชัดลึกคมชัดทั้งภาพ เหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นกล้องติดรถยนต์ที่มีแบรนด์ คุณภาพดี ก็จะระบุค่า Lens Aperture มาในสเปกให้ทราบด้วย

5. มุมมองของกล้องที่ใช้งานได้จริง4

มุมมองของกล้องก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ การที่กล้องมีมุมมองกว้างมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดีไปเสียหมดนะครับ ที่กล่าวแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ากล้องที่มีมุมมองแคบนั้นจะดีกว่าด้วยเช่นกัน มันควรต้องอยู่ตรงกลางความพอดีที่ใช้งานได้จริง หากกล้องมีมุมมองแคบเกินไป ก็อาจจะครอบคลุมหน้ารถได้ไม่หมด โดยเฉพาะรถยุโรป กล้องที่มีมุมมองกว้างมาก ก็ช่วยให้เก็บรายละเอียดทั้งสองข้างทางของภาพได้มากกว่าก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบกับภาพวิดีโอหรือภาพนิ่งด้านหน้าตรงที่บันทึก เพราะลักษณะของภาพที่ได้จะเหมือนถูกซูมออกมา ภาพตรงกลางจะถูกบีบเพื่อเก็บภาพด้านข้างได้มากขึ้น จึงไม่ชัดเท่าที่ควร และยังทำให้ระยะของภาพผิดเพี้ยน ดูไกลขึ้นกว่าระยะจริงที่เกิดขึ้น

หากนึกว่าไม่ออกก็ลองนึกถึงภาพที่ได้จากเลนส์กล้อง Fish Eye จะออกมาแนวๆ นั้นเลยครับ  อีกอย่างหนึ่งอย่าลืมครับว่า เราติดกล้องเพื่อ ป้องกันรถเราเอง ฉะนั้น ภาพด้านหน้าตรงจึงมีความสำคัญที่สุด เลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองกว้างเป็นเรื่องดี แต่ต้องให้แน่ใจว่าภาพด้านหน้าตรงต้องคมชัด ไม่ผิดเพี้ยนนะครับ ซึ่งกล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดีจริงในระดับหนึ่งขึ้นไป สามารถทำได้ครับ

6. ระบบ G-sensor เก็บได้ทุกเหตุการณ์

เบรกรถกะทันหัน รถเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุอะไรก็ตามแต่ แน่นอนว่ามันจะต้องมีแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกเกิดขึ้น ระบบ G-Sensor (หรืออาจจะมาในชื่อเรียกอื่น) ที่ติดมากับกล้อง จะทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน หรือแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้มาเพื่อทำการล็อกไฟล์วิดีโอที่บันทึกอยู่ในช่วงเวลานั้น เพื่อแยกออกมาเก็บเป็นไฟล์พิเศษต่างหากจากช่วงเวลาที่บันทึกปกติ และจะถูกป้องกันไม่ให้ช่วงเวลาดังกล่าวถูกบันทึกวนซ้ำเมื่อหน่วยความจำเต็ม ถึงแม้ลบด้วยคอมพิวเตอร์ก็ทำไม่ได้ ต้องฟอร์แมตการ์ดความจำสถานเดียวจึงจะลบออกได้ ทำให้เรานำมาตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวกไม่เสียเวลา ระบบนี้จึงมีความสำคัญและถือเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่กล้องติดรถยนต์ต้องมีนะครับ

นอกจากนี้แล้วยังมีอีก 1 ฟังก์ชันที่ทำงานคล้ายๆ กับระบบ G-sensor นั่นคือ Emergency button หรือปุ่มบันทึกภาพฉุกเฉิน โดยมันจะทำหน้าที่บันทึกภาพโดยล็อกเป็นไฟล์วิดีโอแยกออกมาเช่นเดียวกับระบบ G-sensor แต่มันจะเริ่มทำงานด้วยการสั่งบันทึกจากการกดปุ่ม Emergency button แทน เพื่อไว้สำหรับเหตุการณ์พิเศษที่เรารับรู้ได้แต่ต้องการบันทึกเอาไว้นั่นเอง

7. ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion detect)

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ( Motion detect ) จะทำงานทันทีเมื่อมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นผ่านหน้ากล้องหรือหน้ารถยนต์ของเรา โดยจะบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอออกมาเก็บไว้ในทุกๆ การเคลื่อนไหวที่ตรวจจับได้ ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็กและมีเฟรมเรทที่ต่ำเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพื้นที่ของการ์ดหน่วยความจำ เจ้าระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว ( Motion detect ) เราจะได้ใช้งานมันก็ต่อเมื่อเราเปิดกล้องทิ้งไว้เฉยๆ แต่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพวิดีโอไว้นั่นเองครับ เช่นขณะรถติดหรือเราจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ ที่ลานจอดรถ และต้องการที่จะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะรถจอดอยู่เฉยๆ ว่ามีใครมาทำอะไรกับรถเราบ้างนั่นเอง แต่การจะใช้ระบบดังกล่าวนี้ ตัวกล้องจำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์จ่ายไฟให้กล้องอย่าง power bank ต่อกับกล้องไว้ตลอดเวลา

8. ใช้แบตเตอรี่แบบใด

กล้องติดรถยนต์มีทั้งรุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัว สามารถจ่ายไฟให้ตัวเองใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อไฟจากที่จุดบุหรี่ สะดวกเวลาใช้งานโดยที่ไม่ต้องต่อไฟเพิ่ม กับกล้องอีกแบบคือไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง แต่จะมีคาปาติเตอร์ ( (Dual SuperCap) เป็นตัวเก็บประจุไฟ ทำหน้าที่เสมือนแบตเตอรี่สำรองเท่านั้น โดยจะค่อยๆ ปล่อยกระแสไฟออกมาอย่างช้าๆ เพื่อให้กล้องติดรถยนต์บันทึกวิดีโอได้เสร็จสมบูรณ์เมื่อดับเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้วิดีโอที่บันทึกเกความเสียหาย แต่ไม่สามารถจ่ายไฟให้กล้องติดรถยนต์ทำงานได้เหมือนแบตเตอรี่  ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะไม่ดี เพราะถ้าไม่ต่อไฟจากที่จุดบุหรี่ก็จะไม่สามารถใช้งานได้

แต่ที่จริงแล้วมันมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่มากวนใจ เช่น แบตเสื่อม แบตบวมเก็บไฟไม่อยู่ ซึ่งมันเกิดขึ้นแน่นอน ด้วยคุณภาพของตัวแบตเตอรี่เองที่ก็คงจะไม่ได้ดีอะไรมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และที่หนีไม่พ้นแน่นอนก็คือเรื่องของความร้อนจากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งาน ในการติดตั้งใช้งานหน้ากระจกรถก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องแดดที่ต้องส่องมาโดนตัวกล้องอย่างเลี่ยงไม่ได้อีก ก็จะยิ่งทำให้กล้องร้อนง่ายกันไปใหญ่ ส่งผลทำให้กล้องรวน ถึงขนาดที่ไม่สามารถใช้งานได้ และก็เป็นที่น่าสังเกตว่ากล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ราคาสูง ส่วนใหญ่จะไม่มีแบตเตอรี่ภายในนะครับ แต่จะมีคาปาซิเตอร์มาแทน

9. การรับประกันและบริษัทนำเข้า

กล้องติดรถยนต์เป็นอุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่สามารถใช้สโลแกนที่ว่า คุณภาพตามราคาได้เช่นกัน น้อยนักครับที่กล้องติดรถยนต์ที่มีราคาจำหน่ายถูกมากจะให้คุณภาพดี รวมไปถึงความทนทานในการใช้งานจริงด้วย กล้องติดรถยนต์ในท้องตลาดมีให้เลือกซื้ออยู่หลายระดับราคา รวมไปถึงสินค้าปลอมก็มีออกมามากด้วยเช่นกัน อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้กล้องวิดีโอที่มีคุณภาพมาใช้ คือเลือกแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่แน่นอน ไม่ใช่มีเพียงหน้าร้านหรือร้านค้าออนไลน์ที่สั่งของจากผู้ผลิตโดยตรงมาจำหน่าย อย่าเห็นแก่ราคาถูกเป็นสำคัญ เพราะนอกจากจะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีแล้ว มันมักจะไม่ทน และไม่มีการรับประกันอะไรที่แน่นอน เลือกซื้อแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายแน่นอน ก็จะได้รับการรับประกันที่แน่นอนตามมาด้วยเช่นกัน คือเสียแล้วก็สามารถส่งซ่อมส่งเคลมกันได้ มิใช่เสียแล้วต้องทิ้งสถานเดียวครับ

10. บททดสอบจากผู้ใช้จริง

5

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ที่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาไว้ไม่แพ้กับข้ออื่นก็คือ บททดสอบการใช้งานจริงของกล้องรุ่นนั้นๆ ที่เราสนใจนี่ล่ะครับ นำชื่อรุ่นกล้องติดรถยนต์ที่เราสนใจเข้าไปค้นหาวิดีโอรีวิวใน youtube.com ส่วนใหญ่จะพบว่ามีผู้ใช้จริงจำนวนไม่น้อยอัพโหลดวิดีโอเหล่านั้นขึ้นไปให้เราเลือกชมกันได้เลย ไม่ใช่ดูจากวิดีโอที่ถ่ายทำจากเว็บของกล้องรุ่นนั้นเพียงอย่างเดียว เพราะอาจจะมีการปรับแต่งให้ดูสวยงามไว้ก็เป็นได้ครับ และบางทีสเปกที่ระบุมาอาจจะเกินจริงหรือบอกไม่หมด ภาพวิดีโอจากผู้ใช้ทดสอบไว้นี่ล่ะครับ จะเป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีเลย หรือหากหาวิดีโอทดสอบไม่ได้จริง ก็ไปทำการทดสอบถ่ายจริง หรือเล่นของจริงที่ร้านตัวแทนจำหน่าย ว่าทำได้จริงตามสเปกระบุไว้หรือไม่ คุณภาพของวิดีโอที่ได้นั้นดีแค่ไหน

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราควรจะใช้พิจารณาในการเลือกหากล้องติดรถยนต์ที่ดีมีคุณภาพมาใช้จริงได้เลยครับ แต่ในบางรายละเอียดเช่น ขนาดรูรับแสง มุมมอง อาจจะไม่ได้ระบุมาในสเปก หากเป็นเช่นนั้น เบื้องต้นก็ให้สงสัยไว้ได้เลยครับว่า กล้องรุ่นนั้นอาจไม่น่าสนใจเท่าที่ควร เพราะสเปกที่ผู้ซื้อควรรู้เพื่อที่จะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของกล้อง กลับไม่ระบุมาในสเปกเหมือนตั้งใจจะปกปิด แต่ถึงกระนั้นก็คงจะระบุเจาะจงไปไม่ได้เสียทีเดียวว่ากล้องติดรถยนต์รุ่นนั้นจะไม่ดีซะทีเดียว คงจะต้องดูองค์ประกอบอื่นๆ พิจารณาควบคู่กันไปด้วย

กล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันยังมีฟังก์ชันพิเศษเสริมการทำงานเพิ่มเข้ามาด้วยอีกมากมาย ที่เห็นเด่นๆ เลยก็คือระบบ GPS ที่จะช่วยระบุพิกัดตำแหน่งที่เราเดินทาง ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ได้ ซึ่งเป็นคนละระบบกับ GPS ที่ใช้นำทางนะครับ มันเป็นระบบ GPS ที่รับสัญญาณมาเหมือนกัน แต่นำสัญญาณที่ได้มาประมวลผลใช้งานแตกต่างกัน กล้องติดรถยนต์จะมี GPS มาด้วยหรือไม่มีนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรา

นอกจากฟังก์ชัน GPS ก็ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ อีกเพียบที่เพิ่มลูกเล่นให้เข้ากับกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเมื่อขับออกนอกเลนส์ที่วิ่งอยู่, แจ้งเตือนเมื่อขับเข้าใกล้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป, เตือนกล้องจำกัดความเร็ว, แจ้งเตือนรถคันหน้าเคลื่อนที่, แจ้งเตือนเปิดไฟหน้า และฟังก์ชันอื่นๆ อีกมากมาย ในอนาคตก็คงจะมีเพิ่มออกมามากกว่านี้ ถามว่าจำเป็นไหมกับฟังก์ชันเหล่านี้ ก็คงต้องย้อนกลับไปดูที่การใช้งานว่าเราต้องการใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้หรือไม่ เพราะหากไม่ใช่แล้ว เราอาจจะรำคาญเมื่อฟังก์ชันเหล่านี้ทำงานหรือเปล่า เพราะถึงไม่มีมันก็ไม่ได้ทำให้กล้องมีคุณภาพแย่กว่าเดิม เพราะมันคือฟังก์ชันเสริมเท่านั้น

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการใช้กล้องติดรถยนต์

6

หากได้กล้องติดรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว ปัญหาด้านความคมชัด คุณภาพวิดีโอที่ได้คงไม่มีมากวนใจเป็นแน่ แต่ก็อาจจะมีปัญหาอย่างอื่นมากวนใจแทน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการใช้งานจริง พอจะสรุปคร่าวๆ ออกมาได้ดังนี้

  • เมโมรีการ์ดไม่รองรับ เพราะความเร็วไม่พอ นอกจากเราจะคำนึงถึงขนาดความจุของเมโมรีการ์ดแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ความเร็วในการทำงานของมัน ที่จะแบ่งเป็นคลาส เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับกล้องที่เราใช้ โดยปกติแล้วการบันทึกวิดีโอระดับ FULL HD จำเป็นจะต้องใช้เมโมรีการ์ดที่เป็น class 10 เท่านั้นถึงจะเร็วพอ หากเราใช้ต่ำกว่าก็อาจจะไม่สามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงได้
  • กล้องบันทึกซ้ำไม่ได้ ฟังก์ชันบันทึกวนซ้ำทับกับไฟล์วิดีโอเดิม ถือเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของกล้องติดรถยนต์ที่มีอยู่แล้ว แต่ในการใช้งานจริงเราอาจจะหลงลืมเปิดฟังก์ชันนี้ไปก็ทำให้ไม่สามารถบันทึกวนได้ และแจ้งว่าเมโมรีการ์ดเต็มก็เป็นไปได้
  • ชาร์จไฟไม่เข้า แบตเตอรี่เสื่อม กล้องติดรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ภายใน เมื่อใช้ไปได้สักระยะก็จะพบกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมได้ เพราะด้วยความร้อนจากตัวแบตเตอรี่เอง บวกกับความร้อนกระจกหน้ารถที่มาโดนตัวกล้องเกือบตลอดเวลา วิธีแก้ปัญหาดังกล่าวนี้คือ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว ก็ควรถอดที่ชาร์จออกทันที ไม่ควรต่อชาร์จทิ้งไว้ และเมื่อไม่ได้ใช้กล้องเป็นเวลานานก็ควรที่จะถอดเก็บเพื่อไม่ให้โดนแดด หรืออาจจะหาอะไรปิดป้องกันแสงแดดไม่ให้โดนตัวกล้องก็ดีครับ

ฝากไว้อีกสักนิด กล้องติดตรถยนต์ ไมใช่ Action Camera

7

ผมเชื่อว่าอาจจะมีผู้อ่านหลายท่านสับสนระหว่างกล้องติดรถยนต์กับ Action Camera ว่ามันเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ในเมื่อก็เป็นกล้องถ่ายวิดีโอเช่นเดียวกัน คำตอบก็คือมันเป็นคนละชนิดกันครับ และไม่ควรจะนำมาใช้งานทดแทนกัน เพราะต่างก็มีฟังก์ชันการทำงานที่ต่างกันเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานตามแบบของมันเอง กล้องติดรถยนต์มีฟังก์ชันบันทึกภาพวนซ้ำ มีระบบ G-Sensor และระบบ Motion detect ที่เป็นฟังก์ชันพื้นฐานสำคัญ


“สำหรับชาวลพบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ลพบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ลพบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

ฆ่าโหด! เชือดคอหนุ่มพม่า ดับคาห้องเช่ากลางกรุง ตร.ล่าตัวเพื่อนร่วมชาติต้องสงสัย

วันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.ชานน แก้วสม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าเลขที่ 485/54 ชั้น 3 ห้องเลขที่ 36 ซอยราชปรารถ 4 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 แพทย์นิติเวช ร.พ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายจอ จอ มิด อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพศพนอนตะแคงข้าง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกของมีคมปาดที่ลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ห้องดังกล่าวเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำงานเป็นลูกจ้างร้านทำความสะอาดรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยเพื่อนคนดังกล่าวจะแวะเวียนมาพักอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว และผู้ตายก็เคยเล่าเรื่องที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเพื่อนร่วมชาติคนหนึ่ง ถึงขั้นขู่อาฆาตกันให้ฟัง แต่ก็ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว

“ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ และยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากความขัดแย้งเรื่องใด ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งที่เคยมีปัญหากันก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งสอบปากคำพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

คุณตาดับสลด!คาเบนซ์หรู หักหลบเก๋งตัดหน้ารถหมุนฟาดต้นไม้ ยายวัย70ติดคาซากอาการสาหัส

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ร.ต.อ.ศรัญพงษ์ อังคะนาวิน พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุรถชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสาย 344 (บ้านบึง-แกลง) กม.33-34 ม.2 ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย รุดไปตรวจสอบ201612091119516-20030205174546พอไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่นซี220 สีเทา ทะเบียน 8ศ2248 กรุงเทพมหานคร ตกลงอยู่ร่องกลางถนน ชนกับต้นไม้ สภาพรถหลังคาเปิดยุบลงมาครึ่งคัน มีผู้เสียชีวิตที่บริเวณที่นั่งของคนขับทราบชื่อคือนายชัยสิทธ์ ตันติวิมลคล อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นคนขับเสียชีวิตคาพวงมาลัย201612091119513-20030205174546ส่วนผู้บาดเจ็บนั่งข้างๆพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายเป็นหญิงอายุประมาณ 70 ปี ติดอยู่ภายใน ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมบ้านบึง ช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้บาดเจ็บกว่าจะช่วยเหลือออกมาได้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงนำผู้บาดเจ็บส่งรพ.บ้านบึง201612091119511-20030205174546สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถเบนซ์คันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วมุ่งหน้าจ.ระยอง พอถึงที่เกิดเหตุช่วงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันมีรถออกจากปั๊มตัดหน้า ทำให้คนขับรถเบนซ์เบรคอย่างกะทันหันรถเสียหลักหมุนพุ่งชนต้นไม้ที่เกาะกลางถนน เสียหายทั้งคัน จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว201612091119515-20030205174546

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียสุดช็อก!! จยย.ไล่ยิงโหดสามี ดับสยองต่อหน้า ร่ำไห้-สงสัยฆ่าผัวทำไม ตร.ยังมึนคดี

วันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เทียนชัย สะสิสุวรรณ สว.(สอบสวน) สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่ถนนหมู่บ้านในซอยสมหมาย บ้านบางเพลิง ม.1 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สภ.เชียรใหญ่ นำตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.เชียรใหญ่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้ง รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ จอดเสียหลักอยู่ริมถนน โดยที่เบาะคนขับ พบศพผู้ตาย ทราบชื่อ คือ นายสมพงษ์ ภักดีแก้ว อายุ 49 ปี อยู่ ม.8 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อ.เชียรใหญ่ และทำหน้าที่พลขับให้นายอำเภอเชียรใหญ่ พิงเบาะเสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าโหนกแก้มด้านขวา 1 นัด และรักแร้ขวา 1 นัด รวม 2 นัด201611251241142-20041019184031โดยในที่เกิดเหตุยังพบ นางปทุมรัตน์ ภักดีแก้ว อายุ 48 ปี ภรรยาของนายสมพงษ์ ผู้ตาย ซึ่งมาด้วยกัน อยู่ในอาการตกใจ และให้การกับตำรวจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนเกิดเหตุนายสมพงษ์ สามีขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวและตนเองนั่งเบาะซ้ายออกมาจากที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ เพื่อกลับบ้านพัก ก่อนถึงบ้านประมาณ 1 กม. มีคนร้าย 2 คนใช้รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียนขับตามมา โดยหารู้ไม่ว่าเป็นรถ จยย.ของคนเพชฌฆาตสังหารนายสมพงษ์

“เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายสมพงษ์ ชะลอรถเพื่อให้ จยย.ของคนร้ายแซง แต่ปรากฏว่าคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ 3-4 นัด ก่อนจะบิดคันเร่งขับหลบหนีไปทันที ขณะที่รถยนต์กระบะที่สามีขับมาและตนนั่งมาด้วย เสียหลักไปจอดริมถนน และสามีโดนกระสุนปืนเสียชีวิตต่อหน้าตน หลังตั้งสติได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือ และแจ้งตำรวจทันที ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด เพราะสามีไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง” นางปทุมรัตน์ ให้การทั้งน้ำตา
201611251241143-20041019184031ขณะที่ พ.ต.ท.เทียนชัย สะสิสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนายสมพงษ์ จะเป็นพนักงานขับรถนายอำเภอเชียรใหญ่แล้ว ยังประกอบธุรกิจนากุ้งในอำเภอเชียรใหญ่ด้วย การสอบสวนยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่คนร้ายตามยิงนายสมพงษ์ ในครั้งนี้ โดยการสอบปากคำพยานต่างๆ ก็ระบุว่าปกตินายสมพงษ์ เป็นคนเรียบร้อยไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครมาก่อน ขณะที่ภรรยาก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพียงบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยขัดแย้งกับใครรุนแรง

แต่ในเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากโกรธแค้นส่วนตัว นายสมพงษ์ อาจจะไปขัดแย้งกับคู่อริคนใดคนหนึ่งทำให้มีความโกรธแค้นถึงขั้นถูกตามฆ่า อย่างไรก็ตามจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อติดตามคนร้ายโหดทั้ง 2 มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายมนตรา พรมสินธุ์ นายอำเภอเชียรใหญ่ กล่าวว่า ทุกคนยังมึนถึงกรณีนายสมพงษ์ฯ คนขับรถถูกยิงเสียชีวิต เพราะปกตินายสมพงษ์ฯ เป็นคนเรียบร้อย ไม่เที่ยวเตร่ ทำงานอย่างตั้งใจ ซึ่งไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าจะมาโดนยิงตาย และตนได้เข้าพบตำรวจชุดสอบสวน สภ.เชียรใหญ่ แล้วเพื่อให้เร่งทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ชัดเจน และเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มารับโทษตามกฏหมายโดยเร็วต่อไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

นายตำรวจใหญ่หายตัว!! สาวร้องช่วยตามหา เจอเป็นศพถูกฆ่าโบกปูนสุดสยอง หลังไปตรอกข้าวสาร

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 พ.ย ที่ สน.บวรมงคล พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บวรมงคล พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิพล แสงบุญ สว.กก.สส.น.7 และ ส.ต.ท.ภะยุ แสนทอง ผบ.หมู่ กก.สส.น.7 เจ้าหน้าที่ กก.สส.น.7 ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อคลี่คลายคดีนายตำรวจใหญ่ชาวอิสราเอลได้หายตัวไปจาก คอนโดที่พักชื่อดังย่าน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด เมื่อช่วงวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา580077โดย นางวาทินี พีเร็ก อายุ 31 ปี ได้เข้าเข้าร้องกับสถานทูตอิสราเอลให้ช่วยติดตามและประสานงานเจ้าหน้าตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ กก.สส.น.7 และมีการลงบันทึกประจำวันคนหาย ที่ สน.บวรมงคล เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 พ.ย. ให้ช่วยติดตาม นายเอลิยาฮู โคเกน อายุ 63 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจใหญ่ ชาวอิสราเอล ซึ่งได้หายตัวไปจากห้องของคอนโดดังกล่าว เขตบางพลัด  โดยหายตัวไปพรัอมกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์ ทะเบียน ขธ3926 ชลบุรี หลังจากขาดการติดต่อ ในวันที่ 9 พ.ย.580087เบื้องต้นหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้รับแจ้ง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมประสานงานเจ้าหน้าตำรวจ กก.สส.น7 เพื่อร่วมคลี่คลายคดีคนหาย

โดยล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ได้พบศพแล้ว เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 12 พ.ย. ที่บริเวณหมู่บ้านภัทรวรรณ ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมีการฆ่าโบกปูนทับเพื่ออำพรางศพ อย่างไรก็ตามในการพบศพครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องรอยืนยันและผลตรวจว่าเป็นนายเอลิยาฮู โคเกน อายุ 63 ปี อดีตเจ้าหน้าตำรวจก่อน580192รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นพบว่า นายเอลิยาฮู โคเกน 63ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ไปเจอกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็น พ่อ-ลูก ชาวอิสราเอลเหมือนกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตรอกข้าวสาร โดยผู้ต้องสงสัย มักจะมาขอยืมเงินนายเอลิยาฮู โคเกน บ่อยครั้ง และครั้งสุดท้าย พบว่านายเอลิยาฮู โคเกน ได้มีการติดต่อกับ 2 ผู้ต้องสงสัย กระทั่งมาพบเป็นศพดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตายยกคัน 4 ศพ!! เก๋งชนสนั่นพุ่งตกน้ำ สามหนุ่มดับคาที่-สุดยื้อสาวเบญจเพสตายตาม

 รถเก๋งเซลล์แมนหนุ่มพุ่งชนเสาป้ายสะพาน กระเด็นตกลงไปในลำน้ำข้างทาง ชาวบ้านได้ยินเสียงดังสนั่น ออกมาช่วยนำคนเจ็บออกจากรถ ก่อนรถจมลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนขับและผู้โดยสาร รวม 4 คนไว้ได้ ตายยกคัน

วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สนัด พรหมประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักตกลงไปในลำน้ำห้วยขะยุงบริเวณสะพานลำห้วยขะยุง กม.ที่ 28 ถนนอุบล-ศรีสะเกษ ขาออก บ้านห้วยขะยุง ตำบลห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีผู้เสียชีวิตหลายราย201610101045312-20021028190334หลังรับแจ้งจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบูชาธรรม กู้ชีพโรงพยาบาลวารินชำราบ หน่วยกู้ชีพห้วยขะยุง เข้าไปช่วยเหลือ ถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่กู้ชีพและพลเมืองดีลำเลียงคนเจ็บออกจากรถ 4 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายกฤษณะ ดอกนางแย้ม อายุ 32 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 30/15 ม.2 ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นายธีรพงศ์ ทุมมากรณ์ อายุ 20 ปี นายวรวัฒน์ มูลสาร อายุ 22 ปี นั่งมาในรถด้วย โดยทั้ง 3 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ201610101045313-20021028190334ส่วน น.ส.เมสินี บอขุนทด อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ และเสียชีวิตต่อมา เมื่อเช้ามืดวันนี้

ส่วนใต้สะพาน พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฌฐ 3792 กรุงเทพฯ ซึ่งพุ่งชนเสาปูนบอกป้ายชื่อสะพานจมอยู่ในน้ำ ห่างจากฝั่งประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัย และป้องกันภัยจังหวัดอุบลราชธานีใช้สลิงลากรถขึ้นมา201610101045311-20021028190334สอบถามนายไชยยา พลศักดิ์ อายุ 42 ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเหมือนรถชนของแข็งเสียงดังสนั่น จึงได้ออกมาดู พบว่ามีรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส ชนกับเสาปูนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนตกลงไปในน้ำ จึงได้ร่วมกับเพื่อนบ้านเข้าไปช่วยดึงร่างคนบาดเจ็บที่ติดคาอยู่ในซากรถทั้ง 4 คน ก่อนรถไหลลงไปในน้ำ และติดออยู่กับกอต้นไมยราบ โดยทุกคนอยู่ในอาการสาหัส กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยมาถึงได้พยายามช่วยชีวิต แต่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้ง 3 คน และอีกคนเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวม 4 คน201610101045315-20021028190334จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นเซลล์ขายสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา และได้ขับรถมาดูทำเลขายสินค้าในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายกฤษณะทำหน้าที่เป็นคนขับ กระทั่งดึกทั้งหมดได้เดินทางมุ่งหน้าไปหาเพื่อนที่ จ.ศรีสะเกษ มาตามถนนดังกล่าว จนมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับรถมาด้วยความเร็ว และไม่ชำนาญทาง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งกึ่งหักศอก ทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งชนป้ายบอกชื่อสะพาน ก่อนกระเด็นตกลงไปในลำน้ำจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปว่อน “พี่หมวด”ชักปืนขึ้นลำขู่ยิงทิ้ง “นายสิบ” หลังทะเลาะกันเรื่องรถหลวง

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. มีการแชร์คลิปในโลกออนไลน์ ระบุว่า “คนมีรอยสัก สตช. รับเข้าตำรวจด้วย ท่านผบ.ตร. ข่มขู่ตำรวจชั้นผู้น้อย ชักปืนขึ้นลำกล่อง ตอบสังคมหน่อยคะ”

ทั้งนี้คลิปดังกล่าวเป็นการสนทนาของชาย 2 คน โต้เถียงของชาย 2 คน คนแรกแต่งกาย ใส่เสื้อกล้าม กางเกงวอร์ม พกปืน อีกคนแต่งเครื่องแบบตำรวจยศ “ส.ต.อ.” โต้เถียงกันเรื่องการใช้รถยนต์ของทางราชการ โดยชายสวมเสื้อกล้ามชักปืนพร้อมขึ้นลำลักษณะข่มขู่ ขณะที่ชายที่แต่งเครื่องแบบตำรวจลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้นว่า “พี่หมวดเข้าใจผมหน่อย ผมทำงาน พูดกับผมดีๆหน่อย ผมไม่ได้ทำอะไรเลย” แต่ชายสวมเสื้อกล้าม กล่าวว่า “..มึงจะเอาเหรอ เดี๋ยวกูยิงทิ้ง จากนั้นโต้เถียงกันไป และยังบอกว่า เดี๋ยวจะแยกหัวให้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเป็นสถานที่แห่งใด

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มนร.นอกโดนโจ๋ควงปังตอปล้นไอโฟน ซิ่งเก๋งบีเอ็มป้ายแดงไล่ล่า สุดท้ายชนโจรดับคาที่

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง รองสว.สส.สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าหมู่บ้านเวิร์คเพรส รัชดา-รามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งขาเข้า แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  โดยที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องทาง บริเวณช่องทางฝั่งขวาสุดใกล้เกาะกลางพบศพนายภาณุพงศ์ มีชนะ อายุ 19 ปี นอนหงายจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีกากี มีบาดแผลฉกรรจ์กะโหลกศีรษะเปิด ใบหน้าบวมช้ำมีเลือดไหลนองเต็มพื้นผิวถนน และมีแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบภายในพบมีดปังตอ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ลูกเต๋า 2 ลูก กระเป๋าเงิน บัตรเอทีเอ็ม กัญชาอบแห้งจำนวนหนึ่ง และเงินสดประมาณ 5,000 บาท ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 5กถ5613 กรุงเทพฯ สภาพถูกชนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน จนตัวเครื่องหลุดออกมาจากตัวถังรถ เหลือเพียงล้อหน้าเท่านั้น และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวตกอยู่  นอกจากนี้ยังพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว จีที 320 ดี สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ร-3722 กรุงเทพ สภาพบริเวณไฟหน้าฝั่งซ้ายพังเสียหาย และกระจกหน้าฝั่งขวาแตก มีนายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ อายุ 24 ปี เจ้าของรถยนต์ดังกล่าวยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่  นายนรินทร์ให้การว่า เป็นลูกชายเจ้าของร้านอุ่นไอรักเป็นร้านอาหารไทยในประเทศฮ่องกง อาศัยอยู่ประเทศฮ่องกงตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่ฮ่องกง ตั้งใจจะมาศึกษาต่อที่ประเทศไทย จึงได้เดินทางกลับมาได้ไม่นาน โดยครอบครัวจะไปๆมาๆ 2 ประเทศ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งไปชมภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าคริสตัน พาร์ค ย่านถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา หลังจากนั้นตั้งใจขับรถกลับบ้านพัก เลขที่ 119/314 หมู่6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ระหว่างทางได้จอดรถและลงไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝด ที่บริเวณใต้สะพานข้ามมอเตอร์เวย์  “ตอนผมกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ พบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันมา 2 คัน โดยมีผู้เสียชีวิตนั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ ลงมาพร้อมกับชักอาวุธมีดปังตอมาจี้ที่ลำคอด้านหลัง และข่มขู่เอาทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส สีดำ และเงินสด จำนวน 4,700 บาท ก่อนพากันหลบหนี ผมจึงขับรถเก๋งติดตามกลุ่มคนร้าย จนมาถึงจุดเกิดเหตุ หนึ่งในรถของคนร้ายได้เสียหลัก ผมจึงชนเข้าท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง และไถลไปไกลกว่า 50 เมตรทำให้หนึ่งในคนร้ายเสียชีวิต ส่วนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไปได้”นายนรินทร์กล่าว

เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใครแต่อย่างใด ต้องสอบสวนคู่กรณี ตลอดจนพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่มีเหตุปล้นทรัพย์ดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด