หนุ่มสุดโหด จับแฟนสาวเปลือยก่อนลงมือซ้อมคว้ามีดฟันไม่ยั้งจนเสียชีวิต อ้างแค้นโดนโกหก

วันที่ 5 ก.พ. พ.ต.อ.สรวิศ เพ็ชรคำ ผกก.สภ.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมจับกุมนายดนุพล สาธุจรัญ อายุ 30 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 97/706 หมู่ 2 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมนางสาวเทวิกา ตันติติยาการ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว เหตุเกิดเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

โดยพบในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ใกล้สำนักสงฆ์แก้ววิเศษ หมู่ 6 ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง เบื้องต้นได้รับแจ้งเบาะแสผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีใช้เส้นทางถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าเข้าสู่เขตเมือง นครราชสีมา พ.ต.อ.สรวิศ จึงประสานทางวิทยุสื่อสารให้กำลังออกติดตามเส้นทางที่คาดผู้ต้องหาจะใช้หลบหนี จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 40 กิโลเมตร จึงควบคุมตัวมาขยายผลการจับกุม

 นายดนุพล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เมื่อช่วงกลางดึกได้มีปากเสียงทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือทำให้แฟนสาวหนีไปนอนค้างบ้านเพื่อน จนกระทั่งมาเจอตัว จึงพากลับมาที่บ้านพัก เมื่อสอบถาม น.ส.เทวิกา โกหกพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงโมโห โดยจับแก้ผ้าแล้วลงมือซ้อมและใช้มีดดาบยาวที่วางอยู่ใกล้ที่นอน กระหน่ำฟันตามร่างกายเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่งและใช้ไม้ไผ่ตีที่หัวเป็นเหตุให้แฟนสาวเสียชีวิต หลังก่อเหตุได้พยายามหลบหนี แต่ถูกกำลังติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา
ที่มา>>>ข่าวสด

คลิประทึก! หนุ่มขับจยย.ย้อนศร เสียหลักล้ม หวิดโดนสิบล้อทับร่าง รอดเฉียดฉิว

สมาชิกเฟซบุ๊ก คุณต่อเติม ควันหลง และเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์คลิประทึกขวัญ ที่ระบุถึงเหตุการณ์ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ขับรถย้อนศร ในขณะที่กำลังขับผ่านรถบรรทุกที่วิ่งอยู่เลนซ้ายนั้น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ได้เสียหลักล้มคว่ำลง ซึ่งผู้ขับนั้นได้ล้มไปใต้รถบรรทุก และกระเด็นออกมาก่อนที่จะถูกล้อรถบรรทุกทับอย่างหวุดหวิด

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อแม่ยังมีน้ำตา!! ทำบุญ1ปี‘น้องสโนว์’ นร.เหยื่อฆ่าโหด ลูกสาวเข้าฝันแทบทุกคืน ตั้งศาลไม้สักทอง

ครอบครัวน้องสโนว์ทำบุญครบรอบ 1 ปี กับการเสียชีวิตของ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ น้องสโนว์ นร.หญิง ม.6 ร.ร.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ที่ถูกคนร้ายหวังจะข่มขืนดักทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมจนตับแตกเสียชีวิต ด้านพ่อแม่เผยยังรู้สึกเสียใจไม่เคยลืมความสูญเสีย ขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ช่วยเหลือมาตลอด และสื่อมวลชนที่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

จากกรณีการเสียชีวิต ของ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ นักเรียนหญิงชั้น ม.6 ชาว อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ถูกคนร้ายที่หวังจะข่มขืนดักฉุดทำร้ายร่างกาย ระหว่างขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน ส่วนความคืบหน้าด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมชุดสายสืบควานหาตัวคนร้าย จนกระทั่งมีการจับกุมนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านสีถาน หมู่ที่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ตามที่ได้มีการเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ม.ค. 59 ที่วัดดงบักลอย ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายกฤษณ์ พลประสิทธิ์ นางลำใย พลประสิทธิ์ พ่อและแม่ พร้อม น.ส.ภัทรานิษฐ์ พลประสิทธิ์ พี่สาวของ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ น้องสโนว์ พร้อมญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นเวลาครบ 1 ปี ในการจากไปของน้องสโนว์ โดยมี พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์  ผกก.สภ.กมลาไสย นายอดิศร วิทูรศิลป์ ปลัดอาวุโส อ.กมลาไสย เดินทางมาร่วมทำบุญครั้งนี้ โดยญาติได้นำภาพถ่ายของน้องสโนว์ครั้งที่มีชีวิตอยู่มาร่วมในพิธี โดยใบหน้าบนภาพถ่ายมีรอยยิ้มที่สดใส น่ารัก ซึ่งภาพที่นำมามีหลากหลายอิริยาบถ สื่อความหมายว่า น้องสโนว์เป็นผู้มีอัธยาศัยดี เป็นที่รักของทุกๆ คน โดยผู้ที่มาร่วมทำบุญได้ชื่นชมความน่ารักในภาพถ่าย และยังคิดถึงเจ้าของภาพที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ทั้งนี้ญาติและผู้เข้าทำบุญระลึกถึงน้องสโนว์ ได้ถวายสังฆทาน 9 ชุด เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับน้องสโนว์ที่ล่วงลับไป ก่อนจะเดินทางไปดูจุดเกิดเหตุที่ห่างจากวัดประมาณ 1 กม. ซึ่งเป็นที่นาโล่งกว้าง หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้นางลำใย พลประสิทธิ์ แม่ของน้องสโนว์ได้จุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผ่านพระแม่ธรณี พระแม่โพสพ ให้ดูแลปกป้องรักษาดวงวิญญาณน้องสโนว์ และขอให้การดำเนินคดีตามกฎหมายบรรลุผลสำเร็จ นำคนผิดลงโทษ ก่อนจะเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมูบ้าน ที่ศาลเจ้าพ่อฟ้าระงึม ทั้งยังเป็นที่ตั้งศาลน้องสโนว์ที่ทำจากไม้สักทอง หลังญาตินำมาแก้บนทันทีที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยบรรดาเพื่อนสนิท และญาติได้นำสิ่งของสวยงามมาประดับตกแต่งศาลด้วย

นางลำใย พลประสิทธิ์ กล่าวว่า น้องสโนว์ประสบเหตุการณ์อันเลวร้ายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 และเสียชีวิตในวันที่ 25 ธันวาคม 2558 โดยญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และจัดงานฌาปนกิจศพที่วัดบ้านโนนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ในวันที่ 28 ธันวาคม 2558 ซึ่งวันนี้ (28 ธ.ค. 59) ครบรอบ 1 ปีแล้วกับการจากไปของลูกสาว แม้ว่าในความจริงลูกสาวจากไปไม่มีวันกลับ แต่ความรู้สึกลึกๆ ยังรู้สึกได้ว่าน้องสโนว์ยังอยู่กับครอบครัวไม่จากไปไหน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่จะครบ 1 ปี ยิ่งปรากฏในความฝันบ่อยขึ้น ฝันแทบทุกคืน

“พยายามทำใจและให้หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิต แต่ทุกครั้งที่สวดมนต์ เจริญภาวนาก็ยังมีน้ำตา ยังร้องไห้นึกถึงลูกสาวอยู่ทุกครั้ง ล่าสุดเพื่อนสนิทที่ไปเรียนวิทยาลัยการพยาบาลกลับมาเยี่ยมที่บ้าน ยังคิดว่าลูกสาวไปเรียนยังไม่กลับบ้าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมา 1 ปี ยังเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านพ้นไปวันสองวัน ไม่เคยลืมเลย รู้ว่าลูกสาวเจ็บปวดกับการที่ถูกทำร้ายจนตาย แม้จะจากโลกนี้ไป เชื่อว่าดวงวิญญาณก็ยังไม่สงบ เพราะคนที่ทำร้ายฆ่าน้องสโนว์ยังไม่ได้รับกรรมถึงที่สุด เขาเป็นฆาตกรที่พรากความหวังของสโนว์และทำลายความรักของคนในครอบครัวพลประสิทธิ์ แต่ 1 ปี ของการสูญเสียครอบครัวมีกำลังใจที่ดีจากหลายๆ ส่วน โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ทำให้เราไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งขว้าง รวมถึงสื่อมวลชนที่คอยติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวพลประสิทธิ์ ซึ่งต้องขอขอบคุณอย่างมากกับความเมตตาที่มอบให้มา” นางลำใย กล่าว

นายกฤษณ์ พลประสิทธิ์ พ่อน้องสโนว์ กล่าวว่า ยังมีเรื่องอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นในครอบครัวอีกเรื่อง คือ หลานสาวอายุเพียง 2 เดือน ที่มีรอยปานจุดเดียวกันกับแผลที่เกิดขึ้นตอนน้องสโนว์เสียชีวิต 2 จุด  โดยที่บริเวณข้อเท้าด้านซ้ายเป็นรอยปานดำ ขณะที่บริเวณสันจมูกมีลักษณะคล้ายรอยแผลเป็น เช่นเดียวกับรอยแผลที่ที่เกิดขึ้นกับน้องสโนว์ตอนเสียชีวิต คิดว่าเป็นลูกสาวเราก็สุขใจ หากถามว่าทำใจได้หรือยัง คำตอบคือยังไม่สามารถทำใจได้แม้เวลาจะผ่านมา 1 ปี ยังนั่งมองภาพถ่ายและคิดถึงลูกสาวอยู่ตลอดเวลา

ที่มา>>>ข่าวสด

คนร้ายยิงเอ็ม16ถล่มอส.ทุ่งยางแดงดับขณะขี่จยย.กลับบ้าน คาดปมขัดแย้ง-สร้างสถานการณ์

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงถล่มชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนศาสน์ ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ภายหลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.อ.สมพล เพียรดี รอง สว.(สอบสวน) นำกำลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ข้างทาง และพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่กระจายจำนวนมากกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ดักซุ่มยิงนายมะโซ๊ะ เจ๊ะแว อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอทุ่งยางแดง ทำหน้าที่พลขับรถประจำตำแหน่งนายอำเภอทุ่งยางแดง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตต่อมาในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากตัวอำเภอเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร.ร.พัฒนะศาสน์ ม.4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิง กระสุนเข้าบริเวณลำตัวทำให้รถเสียหลักล้ม ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่า เป็นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่อย่างไร เนิ่องจากผู้ตายเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำอำเภอทุ่งยางแดง

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มดับคาที่ซัดบิ๊กไบค์ประสานงาจยย.สลด!แฟนสาวร่ำไห้เผยเพิ่งโทรถามคำสุดท้าย ‘จะกินอะไรไหม’

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณทางขึ้นกลับรถโรงเรียนวันครู ถนนพหลโยธินขาเข้า หมู่ที่ 11 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609280159316-20050222192603ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดล้มคว่ำจำนวน 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR250 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กฬ3367 กทม. ส่วนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า R15 สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ชนประสานงากันอย่างจัง สภาพรถพังยับเยินใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายวัชพงษ์ พูลโพธิ์คา อายุ 28 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ชื่อนายนิวัฒน์ นาเหนือ อายุ 30 ปี และนายธชวัจน์ ระฆั่งทอง อายุ 30 ปี

จากการสอบถามนายเอ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะตนตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ได้ยินเสียงรถชนกันอย่างแรง จึงวิ่งมาดูก็พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ต่อมาน.ส.ภัทรวดี ปทุมทอง แฟนผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้โฮ และบอกว่าผู้ตายเป็นแฟนของตนทำงานอยู่ที่บริษัทไซโก้ ออกมาจากบ้านพักในซอยไทยธานีและกำลังจะขับรถจักรยานยนตร์มาหาตนเองที่หมู่บ้านเอื้ออาทร แต่ก็ไม่นึกว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตยังโทรศัพท์มาถามตนเองอยู่เลยว่า “จะกินอะไรไหม จะซื้อเข้าไปให้”201609280159317-20050222192603ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการตายพร้อมทั้งจะได้ติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกชิ้นทอดกัปตัน หนุ่มหัวใสสวมชุด “แจ็ค สแปร์โรว์” ตระเวนขายลูกชิ้นสร้างรายได้อย่างงาม

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ พบกับอาชีพหนึ่งซึ่งเป็นอาชีพธรรมดาๆทั่วไป แต่สามารถสร้างจุดเด่นและจุดขายให้กับตนเอง จนมีความแปลกแตกต่างและสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้เป็นอย่างดี  คือร้านขายลูกชิ้นทอดแบบพ่วงกับรถจักรยานยนต์ตระเวนขายตามหมู่บ้านต่างๆก่อนจะมาจอดขายที่บริเวณอ่างเก็บน้ำอำปึล ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ด้วยการที่เจ้าของร้านทราบชื่อภายหลังคือนายอุเทน อุไร อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าเจ้าของร้านดังกล่าว ซึ่งได้มีการแต่งตัวที่แปลกแตกต่างจากพ่อค้าทั่วไป ด้วยการแต่งตัวคล้ายชุดของ กัปตันแจ็ค  สแปร์โรว์  พระเอกในตัวละครของหนังเรื่อง “ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก”  มีการสวมชุดเสื้อและกางเกงที่มีสีสัน ตั้งแต่รองเท้าจรดทรงผมที่คล้ายกัน มีการไว้หนวดไว้เครา  โดยเฉพาะทรงผม ซึ่งเป็นทรงผมแท้ๆของนายอุเทนเอง  ไม่ได้มีการสวมวิกแต่อย่างใด  นอกจากนี้ยังสวมหมวกหนังที่เหมือนกัน และยังเขียนขอบตาดำได้เหมือนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าแทบจะไม่มีที่ติ ไม่พอยังเหน็บปืนของเล่นพลาสติกที่คล้ายของของพระเอกไหนหนังไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ยังติดป้ายกับร้านพ่วงรถจักรยานยนต์ว่า “ลูกชิ้นกัปตันทอด” เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับร้านอีกด้วย ขณะที่ลูกค้าก็ให้ความสนใจเข้ามาเลือกซื้อลูกชิ้นทอดซึ่งมีหลายแบบหลายรสชาติให้เลือก  ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นปลา หมู-เนื้อ และฮ็อตดอก เป็นต้น และต่างพากันขอบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วยนายอุเทน อุไร กัปตัน แจ็คสแปร์โรว์ ขายลูกชิ้น เล่าที่มาที่ไปว่า เดิมทีตนเองเป็นโฟร์แมน ทำงานอยู่ที่ จ.นครราชสีมา  จากนั้นพ่อล้มป่วยบ่อยจึงต้องกลับมาดูแลท่าน  และไม่มีอาชีพอะไรให้เราทำ  โชคดีที่มีเพื่อนเป็นโฟร์แมนด้วยกันและลาออกมาขายลูกชิ้นก่อนแล้ว  ตนจึงไปขอเรียนรู้สูตรน้ำจิ้มกับเพื่อน เพื่อมาทำขาย ผลตอบรับก็ดี เหมือนร้านขายลูกชิ้นทั่วไป พอขายมาได้สักระยะประมาณ 2 -3 เดือน ก็เริ่มมีไอเดียขึ้น เพราะตนเองก็ไว้ทรงผมนี้อยู่แล้ว ก็เลยคิดแต่งตัวให้เหมือนกัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์  แต่ไม่อยากแต่งตัวใส่อุปกรณ์มากกว่านี้ กลัวว่าจะเยอะเกินไป  จึงเอาแบบพอดีๆ

ตนเริ่มแต่งตัวแบบนี้มาประมาณ 7-8 เดือนได้แล้วและก็สามารถทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 30 % อีกด้วย จากเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้แต่งตัว ขายได้วันละประมาณ 2 พันบาท  หลังจากแต่งตัวแล้วขายได้วันละประมาณ 3 พันบาท  ส่วนกำไรประมาณครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งก็พอเลี้ยงดูครอบได้ ไม่ต้องไปทำงานไกลเหมือนเดิม ที่ผ่านมาก็มีลูกค้าและคนทั่วไปมาขอถ่ายรูป บางคนก็นำไปโพสต์ในโลกโซเชี่ยลก็มี ตนจะจอดขายที่อ่างอำปึลทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และที่ขายประจำวันจันทร์- ศุกร์ ก็จะอยู่ใกล้ร้านชำในหมู่บ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

มือปืนควบซีวิคประกบยิง-ปลิดชีพ”กัน หนองเกตุ”ทีมอุ้มฆ่าหมกป่าแก๊งยาบ้า

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2559 พ.ต.ต.ธีทัต ตลุณจันทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านผ้าม่านสวย เลขที่ 222/70 ถนนหนองปรือ ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูร่างนายวิทวัส เหลาเคน หรือฉายา“กัน หนองเกตุ” อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี นอนจมกองเลือด สภาพถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่จุดสำคัญจำนวน 3 นัด ประกอบด้วย บริเวณขมับขวา ใต้ราวนมขวา และขาข้างขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลพร้อมกับปั้มหัวใจยื้อชีวิต แต่คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ผู้เสียชีวิต ยี่ห้อ คาวาซากิ เอสเอสอาร์ สีเขียว ทะเบียน กกร 254 ชลบุรี สภาพพลิกคว่ำอยู่และบริเวณถังน้ำมันมีร่องรอยการถูกเข้าใส่จำนวน 1 นัด โดยไม่พบปลอกกระสุนหรือหัวกระสุนตกอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับกันประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องห่างออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อสะดวกแก่การเก็บวัตถุพยานหลักฐาน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุพบคนตายขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางตลาดหนองปรือ โดยมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด ก่อนเร่งเครื่องแซงขึ้นมาประกบข้าง จากนั้นคนร้ายนั่งอยู่ประตูหลังฝั่งซ้าย ได้ลดกระจกมาครึ่งบาน แล้วชักอาวุธปืนใส่จำนวน 3 นัดซ้อน ก่อนพากันเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบประวัติผู้ตาย พบว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ผู้ตายกับพวกรวม 4 คนได้เคยก่อคดีใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายนัด (ขอสงวนนามสกุล) จำนวน 3 นัด เสียชีวิตบริเวณป่ายูคาลิปตัส ข้างสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.หนองปรือ สาเหตุมาจากแค้นเรื่องหักยาเสพติดจากนักโทษในเรือนจำกลาง จ.อยุธยา แต่ภายหลังไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามจับกุมไว้ได้ยกแก๊ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋งคนร้ายเข้ามาประกบแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริงตามที่พยานให้การ สำหรับสาเหตุการลงมือสังหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เบื้องต้น คาดว่าปมน่าจะมาจากปมหักธุรกิจมืด หรือการล้างแค้นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พระกตัญญูถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 6 ล้าน เผยพ่อบุญธรรมเข้าฝันอยากได้กองบวช 84 กอง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีพระลูกวัดชาวตำบลหัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ถูกล็อตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2559 ซึ่งพระรูปดังกล่าว พร้อมโยมพ่อโยมแม่และญาติพี่น้องได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.ยางตลาดไว้เป็นหลักฐานเมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้นำล็อตเตอร์รี่ หมายเลข  638684 งวดประจำวันที่ 1 กันยายน  2559  งวดที่ 33 ชุดที่ 17 และ 18 จำนวน 1 คู่ มาลงบันทึกประจำวันก่อนจะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครฯ เพื่อรับเงินรางวัลที่กองสลากฯ โดยเดินทางไปพร้อมกับนายอินทร์ สรวงกุดเรือ อายุ 62 ปี พ่อแท้ๆ  ผู้สื่อข่าวได้ทราบว่า พระที่โชคดีถูกรางวัลที่ 1 คือพระเชิดชัย ถาวโร อายุ 36 ปี เป็นพระลูกวัดสว่างมีชัยหนองแต้ บ้านหนองแต้ หมู่ 10 ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ ที่บ้านหนองแต้ เลขที่ 21 หมู่ 10 ซึ่งเป็นบ้านเดิมของพระเชิดชัย ทันทีที่ผู้สื่อข่าวไปถึงพบว่ามีญาติพี่น้องและชาวบ้านจำนวนมาก มาแสดงความดีใจกับครอบครัวของพระเชิดชัยอย่างเนืองแน่น   นายวินัย สรวงกุดเรือ อายุ 33 ปี น้องชายพระเชิดชัยกล่าวว่า ตอนที่รู้ว่าหลวงพี่ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเท่าที่ทราบรู้ว่าไม่ค่อยเห็นซื้อ ซึ่งเมื่อตอนบ่ายวานนี้ก่อนกองสลากจะถ่ายทอดการออกรางวัล พระเชิดชัยได้แวะมาหาที่บ้านและบอกว่าเย็นนี้ว่างไหม พาไปขึ้นเงินที่กองสลากหน่อย ซึ่งเป็นการพูดเล่นๆ หยอกล้อกันตามประสาพี่น้อง ไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง ซึ่งก็อยู่ด้วยกันจนถึงเวลาหวยออก ก็มีพระที่สนิทกันและรู้ว่าพระเชิดชัยซื้อล็อตเตอรี่หมายเลขนี้ ได้โทรมาแจ้งว่าหลวงพี่ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 638684 จึงได้นำมาตรวจและถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ  นายวินัยกล่าวอีกว่า หมายเลขดังกล่าว หลวงพี่บอกหลังจากถูกรางวัลว่า ก่อนวันที่ 1 ได้ฝันเห็นนายบุญยัง ไชยมาตย์ พ่อบุญธรรมที่เคยเลี้ยงดูหลวงพี่มาตั้งแต่เด็กที่เสียชีวิตไปแล้ว 5 ปีมาเข้าฝัน ว่าอยากได้กองบวช 84 กอง พอไปธุระที่ตลาดอำเภอยางตลาด ไม่รู้มีสิ่งใดมาดลใจให้เดินไปที่แผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงเลือกซื้อเลขท้าย 84 กระทั่งมาถูกรางวัลที่ 1 ดังกล่าว โดยปกติแล้วหลวงพี่จะไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้เท่าใดนัก คงจะเป็นอานิสงส์ผลบุญจริง ๆ

ด้านนางอุไร สรวงกุดเรือ อายุ 59 ปี มารดาพระเชิดชัย กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า พระเชิดชัยเป็นบุตรชายคนโต ในจำนวนลูก 4 คน ครอบครัวมีอาชีพทำนา ฐานะยากจน พอเรียนจบชั้น ม.6 ก็ไปทำงานขายแรงงานที่ต่างจังหวัด มีรายได้ก็ส่งเสียพ่อแม่และน้องได้เรียนหนังสือ ก่อนที่จะจับได้ใบแดงไปเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติ 2 ปี พอดีประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ทำงานหนักไม่ค่อยได้ จึงตัดสินใจออกบวชจำพรรษาที่วัดสว่างมีชัยหนองแต้ ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านได้ 6 พรรษา

จากการที่ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1 ดังกล่าว มารดาพระเชิดชัย กล่าวว่า แทบช็อค นึกว่าฝันไป เพราะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ซึ่งยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป เบื้องต้นคงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อบุญธรรม ใช้หนี้และทำบุญต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยูเทิร์นมรณะ!! นักเรียนช่างสุพรรณฯขี่จยย.กลับบ้าน เสยท้ายสิบล้อตาย-โคม่า

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.ชัยพร คำสอนทา สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถบริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ย่านยาว อ.สามชุก รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน ขพว 967 สุพรรณบุรี สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายณัฐพล  ศรีโพดก  อายุ 16 ปี บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายกิตติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 16 ปี ทั้งคู่เป็นนักเรียนจากวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหารแจ่มใส ในตัวเมืองสุพรรณบุรี  สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกเรียนทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่ ต.ย่านยาว อ.สามชุก มาถึงจุดกลับรถดังกล่าว รถจักรยานยนต์ชนเสยท้ายรถสิบล้ออย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มนร.นอกโดนโจ๋ควงปังตอปล้นไอโฟน ซิ่งเก๋งบีเอ็มป้ายแดงไล่ล่า สุดท้ายชนโจรดับคาที่

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 11 สิงหาคม ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง รองสว.สส.สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าหมู่บ้านเวิร์คเพรส รัชดา-รามอินทรา ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งขาเข้า แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  โดยที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องทาง บริเวณช่องทางฝั่งขวาสุดใกล้เกาะกลางพบศพนายภาณุพงศ์ มีชนะ อายุ 19 ปี นอนหงายจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีกากี มีบาดแผลฉกรรจ์กะโหลกศีรษะเปิด ใบหน้าบวมช้ำมีเลือดไหลนองเต็มพื้นผิวถนน และมีแผลถลอกตามร่างกาย ใกล้กันพบกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบภายในพบมีดปังตอ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ลูกเต๋า 2 ลูก กระเป๋าเงิน บัตรเอทีเอ็ม กัญชาอบแห้งจำนวนหนึ่ง และเงินสดประมาณ 5,000 บาท ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 5กถ5613 กรุงเทพฯ สภาพถูกชนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน จนตัวเครื่องหลุดออกมาจากตัวถังรถ เหลือเพียงล้อหน้าเท่านั้น และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีขาวตกอยู่  นอกจากนี้ยังพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว จีที 320 ดี สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ร-3722 กรุงเทพ สภาพบริเวณไฟหน้าฝั่งซ้ายพังเสียหาย และกระจกหน้าฝั่งขวาแตก มีนายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ อายุ 24 ปี เจ้าของรถยนต์ดังกล่าวยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่  นายนรินทร์ให้การว่า เป็นลูกชายเจ้าของร้านอุ่นไอรักเป็นร้านอาหารไทยในประเทศฮ่องกง อาศัยอยู่ประเทศฮ่องกงตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 5 ที่ฮ่องกง ตั้งใจจะมาศึกษาต่อที่ประเทศไทย จึงได้เดินทางกลับมาได้ไม่นาน โดยครอบครัวจะไปๆมาๆ 2 ประเทศ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งไปชมภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าคริสตัน พาร์ค ย่านถนนเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา หลังจากนั้นตั้งใจขับรถกลับบ้านพัก เลขที่ 119/314 หมู่6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ระหว่างทางได้จอดรถและลงไปคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝด ที่บริเวณใต้สะพานข้ามมอเตอร์เวย์  “ตอนผมกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ พบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันมา 2 คัน โดยมีผู้เสียชีวิตนั่งซ้อนท้ายรถ จักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ ลงมาพร้อมกับชักอาวุธมีดปังตอมาจี้ที่ลำคอด้านหลัง และข่มขู่เอาทรัพย์สิน โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส สีดำ และเงินสด จำนวน 4,700 บาท ก่อนพากันหลบหนี ผมจึงขับรถเก๋งติดตามกลุ่มคนร้าย จนมาถึงจุดเกิดเหตุ หนึ่งในรถของคนร้ายได้เสียหลัก ผมจึงชนเข้าท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง และไถลไปไกลกว่า 50 เมตรทำให้หนึ่งในคนร้ายเสียชีวิต ส่วนคนร้ายที่เหลือหลบหนีไปได้”นายนรินทร์กล่าว

เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใครแต่อย่างใด ต้องสอบสวนคู่กรณี ตลอดจนพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่มีเหตุปล้นทรัพย์ดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด