ตายแล้วเจ้านาเดีย! จระเข้ยักษ์ 5 เมตรแห่งเมืองคอน คาดช้ำในตอนย้ายกรง ถูกชอร์ตไฟฟ้า

วันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เจ้านาเดีย” จระเข้ยักษ์ยาว 5 เมตร สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้ว โดยสาเหตุเบื้องต้นนั้นพบว่า อาจจะเกิดจากความบอบช้ำในช่วงที่มีการจับและ ย้ายกรงหลายครั้งด้วยวิธีการชอร์ตด้วยไฟฟ้าให้สลบก่อนที่จะใช้เครนยก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บอบช้ำภายในทำให้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังภายในทุ่งท่าลาดโดยปิดข่าวเงียบ ไม่มีการแจ้งให้คนทราบแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า เจ้านาเดีย ได้หลุดออกจากกรงเมื่อช่วงน้ำท่วมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนเจ้าหน้าที่ออกค้นหานานกว่า 5 วัน และไปพบอยู่ในคอกกวาง ซึ่งหลังน้ำลดเจ้าหน้าที่ได้นำไปอยู่ในกรงเสือเพราะกรงขังแข็งแรงกว่า

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านเซ็ง อดดู “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” หลังเจ้าพระยาทะลัก ต้องยกเลิกกระทันหัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอป่าโมก จ.อ่างทอง หลังเก่า หลังรับแจ้งว่าทางทีมงานมนต์สิทธิ์ คำสร้อย นักร้องชื่อดัง ไม่มาทำการแสดงและทางทีมงานกำลังรื้อเวทีออกอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกลัวน้ำท่วมกะทันหัน201609292238081-20110111132303เมื่อไปถึงก็พบว่าที่ว่าการอำเภอป่าโมกหลังเก่าได้มีการจัดงานโอทอปของดีอำเภอป่าโมก และคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย แต่ร้านค้าหลายร้ายได้ทยอยกันเก็บ โดยเฉพาะเวทีการแสดงของวงดนตรีมนต์สิทธิ์ คำสร้อย ที่เร่งลื้อเป็นการด่วนเพราะกลัวน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เริ่มซึมเข้ามาตามแนวของกำแพงเขื่อนและผุดขึ้นตามแนวสันเขื่อนเริ่มไหลเข้ามายังที่ว่าการอำเภอหลังเก่า

ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ทำการลื้อเวทีคนหนึ่ง กล่าวว่า วันนี้เป็นการแสดงของมนต์สิทธิ์ คำสร้อย แต่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ซึมเข้ามาตลอดเวลากลัวจะเก็บของไม่ทันเพราะการลื้อเวทีต้องใช้เวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่างานงานโอทอปของดีอำเภอป่าโมก ได้จัดมาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีประชาชนมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก แต่ละคืนก็จะมีนักร้องสลับกันมาร้องเพลง แต่วันนี้ระดับน้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงและไหลแรงทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มไหลซึมเข้ามาทางตะเข็บแนวเขื่อนจึงสร้างความหวาดกลัวให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าและนักดนตรี

ที่มา>>>ข่าวสด

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรไม่ให้รถพัง!

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรไม่ให้รถพัง!

     หน้าฝนบ้านเราปีนี้มาพร้อมน้ำท่วมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนก็ได้รับผลกระทบไปตามๆกัน สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือการขับรถอย่างถูกวิธีขณะผ่านพื้นที่น้ำท่วม เพราะอาจสร้างความเสียหายรุนแรงชนิดยกเครื่องใหม่กันเลยทีเดียว

     คราวนี้ Sanook! Auto จึงขอแนะนำการขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับตัวรถมาฝากกันครับ

testdrive-Ford-Everest-031

     1.เช็คระดับน้ำให้ดี

     โดยปกติแล้วรถเก๋งทั่วไป จะมีความสามารถในการลุยน้ำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากท่อดูดอากาศจากภายนอกสำหรับเผาไหม้ในเครื่องยนต์จะถูกติดตั้งไว้ด้านล่างของห้องเครื่อง หากระดับน้ำสูงถึงท่อที่ว่านี้รับรองว่าก้านสูบหัก เครื่องยนต์พังอย่างแน่นอน

     ดังนั้นจึงควรตรวจสอบระดับน้ำท่วมขังจะต้องไม่สูงจนเกินไป ทางที่ดีต้องไม่สูงเกินระดับฟุตบาท เพราะแม้ว่าจะดูไม่สูงมาก แต่อย่าลืมว่ารถที่ขับสวนมาอาจทำให้เกิดคลื่นซัด ทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ได้เช่นกัน

     2.เลี่ยงน้ำลึกทุกครั้ง

     ถ้าเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขับรถลุยน้ำ ก็ควรใช้เลนที่มีระดับน้ำต่ำที่สุด เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายให้น้อยที่สุด หากมีทางลัดเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงไปเลยจะดีกว่า ถ้าเครื่องยนต์พังมารับรองว่าไม่คุ้มกันแน่นอน

     3.ปิดแอร์เมื่อจำเป็น

     ในขณะขับรถลุยน้ำนั้น หากสังเกตเห็นว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มได้ยินเสียงน้ำกระฉอกบริเวณใต้ท้องรถ แสดงว่าเริ่มอันตรายแล้ว ควรรีบปิดแอร์ทันที เพื่อหยุดการทำงานของพัดลมหม้อน้ำ ไม่ให้พัดเอาน้ำที่ท่วมขังกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจทำความเสียหายให้กับตัวพัดลมเอง และชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้

     4.ไม่เร่งเครื่องยนต์

     หลายคนเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำ จะต้องเร่งเครื่องยนต์ให้พุ่งไปข้างหน้าโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นการกระทำที่อันตรายมาก ‘ห้ามทำเด็ดขาด!’ เพราะน้ำจำนวนมากจะไหลเข้าทางกระจังหน้ารถ เพิ่มโอกาสให้น้ำถูกดูดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ ที่ตัวลูกสูบกำลังถูกชักขึ้นลงด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะทำให้ก้านสูบหัก เครื่องยนต์ดับ หากถึงจุดนั้นจริงๆแล้วล่ะก็ ให้คุณเตรียมเงินจ่ายค่ารถลากไว้ได้เลย

     5.เช็คของเหลวในเครื่องยนต์หลังจอดรถ

     เมื่อมาถึงจุดหมายแล้ว ควรเช็คของเหลวต่างๆในเครื่องยนต์ โดยเน้นที่น้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ ว่าจะต้องไม่มีน้ำเจือปน ซึ่งมีโอกาสน้ำเข้าในกรณีที่มีการรั่วซึมของซีล ปะเก็น ฯลฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่อาจตามมาในอนาคต

ที่มา>>>Sanook

เผยภาพกันเห็นๆ ขยะ 5 ตันอุดอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 เหตุน้ำท่วมกทม.

จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังหลายแห่งในกรุงเทพฯ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืนวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้รถราติดขัดตลอดทั้งวัน โรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดชั่วคราว รวมทั้งหลายพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังสูงถึงเอว โดยเฉพาะย่านซอยรามอินทรา 34 จนเกิดการตั้งคำถามจากสังคมว่าอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ใช้การได้จริงหรือไม่ เนื่องจากสาเหตุที่น้ำท่วมขังนานเป็นวันนั้น น่าจะมาจากการระบายน้ำที่ล่าช้าล่าสุดเพจ Thai PBS News ได้โพสต์ภาพกองขยะ 5 ตันที่ไปกีดขวางการระบายน้ำของอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 โดยระบุว่า “กองขยะ 5 ตันกีดขวางการระบายน้ำอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ซึ่งมีทั้งซากไม้ โซฟาและของใช้ในบ้านที่ลอยมากับน้ำ #ThaiPBSnews เมื่อดูจากภาพจะพบว่าขยะมตหึมานั้น มีทั้งเศษโฟม พลาสติก โซฟา ซากไม้ และของใช้ในบ้าน ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ หมู่บ้านเสนานิเวศน์ เพื่อติดตามและเร่งแก้ไขน้ำท่วมขังภายในหมู่บ้าน โดยมีนายสุทิน วิกัยกิจ ผอ.เขตลาดพร้าว ให้การต้อนรับ

ที่มา>>>ข่าวสด