พ่อค้าพิการ แจ้งความโดยลักลอตเตอรี่ ก่อนพบหญิงพิการหยิบไป อ้างแค่ล้อเล่น

เมื่อเวลา 09.00 น วันที่  16  พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์เชียงใหม่ ประจำจุดที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่  ได้รับแจ้งจากพ่อค้าขายหวยซึ่งเป็นคนพิการล้อเข็น ว่า มีคนมาลักลอตเตอรี่หมายเลข 678862 ของตนไป เหตุเกิดบริเวณห้อง 11 รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ไม่ทราบว่าเป็นใคร
 ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ได้ลงตรวจสอบพื้นที่จุดต้องสงสัยและพบหญิงสาวคนพิการคนหนึ่งชื่อต่อมาว่า น.ส. บี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ซึ่งมีอาชีพขายหวยเหมือนกัน มีท่าทางพิรุธ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าสอบถามและในที่สุด นางสาวบี ก็ได้รับสารภาพว่าได้หยิบหวยของพ่อค้าขายหวยคนพิการไปจริง เพียงต้องการล้อเล่นเท่านั้น ไม่มีเจตตนา และขอคืนหวยให้ อย่างไรก็ตาม พ่อค้าขายหวยคนพิการ เห็นว่า เป็นคนพิการด้วยกัน จึงไม่ติดใจเอาความ
ที่มา>>>ข่าวสด

ล้อสิบล้อหลุด! กลางถนนแพร่ กระบะตามหลังหักหลบชนต้นไม้ดับ 3 เจ็บ 6

รถบรรทุกสิบล้อ วิ่งบนถนนสายร้องกวาง-งาว จ.แพร่ จู่ๆ ล้อหลุด กระบะขนญาติไปงานศพตามหลังมาหักหลบ ฟาดต้นไม้ข้างทาง เทกระจาดคนนั่งท้ายกระจายเกลื่อน ตาย 3 เจ็บ 6 ขณะรถวิ่งตามหลังอีกคัน ถูกล้อกลิ้งชนหม้อน้ำแตก

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 18 พ.ค. 59 ร.ต.อ.พสิทธิ์ เถาวัลยา รอง สว.สส.สภ.สอง จ.แพร่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 23-24 ถนนสายร้องกวาง-งาว เขตบ้านลูนิเกต หมู่ที่ 10 ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ จึงร่วมกับรถกู้ภัยสองรวมใจ กู้ภัยพรานพิทักษ์ รถกู้ชีพโรงพยาบาลสอง ไปตรวจสอบรถกระบะ ที่เชียงใหม่ ตกลงไปกลางทุ่งนา สภาพพลิกตะแคง กระบะหักงอ พบผู้บาดเจ็บกระจัดกระจาย ร้องครวญคราง บางส่วนติดในรถ

ที่เกิดเหตุข้างทางขาล่อง พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีเทาดำ ทะเบียน ผร 9204 เชียงใหม่ ตกลงไปกลางทุ่งนาสภาพพลิกตะแคง กระบะหักงอ พบผู้บาดเจ็บกระจัดกระจายร้องครวญคราง และบางส่วนติดในรถ เจ้าหน้าที่รีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสอง จำนวน 6 คน และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุกระจาย 3 คน ทราบชื่อ นายอิน อินคำ อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 6 ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายเป็ง คำสม อายุ 16 ปี และ นางสุภาภรณ์ อินชัย อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 2 ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ส่วนบนถนนพบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน ผร 2359 ชลบุรี สภาพหน้ารถเสียหาย หม้อน้ำแตก มี นายเสนอ จุ้ยกระโทก อายุ 50 ปี เป็นคนขับร่างผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ หลังรถกระบะขับชนต้นไม้

จากการสอบสวน นายวาชรัตน์ อินคำ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 6 ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย คนขับรถปิกอัพคันพลิกตะแคง ให้การว่า พาญาติรวมทั้งหมด 9 คน มาจาก อ.แม่สรวย เพื่อจะไปงานศพญาติที่ จ.พิษณุโลก มาถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกสิบล้อวิ่งอยู่ข้างหน้า ขณะนั้นเห็นล้อหลังของรถสิบล้อหลุดและกลิ้งเข้ามาหา จึงหักหลบจนรถเสียหลัก กระบะท้ายฟาดกับต้นไม้ คนที่นั่งท้ายกระบะ 5 คน กระเด็นตกพื้นและเสียชีวิต 3 คน ส่วนที่นั่งมาด้านหน้ารวมคนขับ 4 คน ได้รับบาดเจ็บ โดยล้อดังกล่าวยังพุ่งชนรถกระบะที่ขับตามหลังมาจนหม้อน้ำแตกด้วย

จากนั้น พนักงานสอบสวนวิทยุให้ทุกพื้นที่สกัดรถสิบล้อที่มีล้อขวาหลุด แต่กลับไม่พบรถคันดังกล่าว ซึ่งจะได้มีการติดตามต่อไป ส่วนคนขับรถที่เกิดเหตุตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ฝากขังผัดแรก ผู้ต้องหายิงยกครัวเมืองคอน ค้านประกันตัว

ตำรวจเมืองคอน นำตัวผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัว 2 พ่อ-ลูกชายดับ ส่วนแม่และลูกสาวอีกคน เจ็บสาหัส ฝากขังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ท่ามกลางการใช้กำลังตำรวจสายตรวจคุ้มกันแน่นหนา ขณะที่ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 พ.ค. ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้คุมตัวนายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า นายสุเทพ รอดสุก อายุ 29 ปี และด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก อายุ 2 ปี และข้อหาพยายามฆ่ายิง นางวาสนา โสภิณ อายุ 16 ปี และ ด.ญ.วิพัชชา รอดสุก อายุ 7 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมถนนสายเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค. และพบศพเมื่อเช้าวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายศิริชัย ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวสู้คดีหลังถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับในเย็นวันเดียวกัน ขึ้นรถยนต์สายตรวจไปฝากขังศาลนครศรีธรรมราชครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัวชั้นศาลโดยตลอดเส้นทางตั้งแต่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ไปตามถนนสายราชดำเนิน ไปยังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชระยะทาง 2 กม.เศษ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสายตรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนนับสิบนาย พร้อมอาวุธปืนครบมือคุ้มกันนายศิริชัย อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการชิงตัวผู้ต้องหา นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมามุงดูบริเวณหน้า สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายศิริชัย ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน พร้อมคัดค้านการให้ประกันตัว.

ที่มา>>>Thairath

เสธ.มทบ.38 ถูกล้อมยิงที่น่าน ปลอดภัยแล้ว! ส่งผ่าตัดที่ รพ.พระมงกุฎฯ

เสนาธิการ มทบ.ที่ 38 ที่ถูกขบวนการค้ายาเสพติดบ้านห้วยละเบ้ายา จ.น่าน ดักยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำขึ้นเครื่องบินซี 130 มาผ่าตัดที่รพ.พระมงกุฎเกล้า อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนจนท.4 นายที่รพ.น่าน อาการโดยรวมดีขึ้น…

จากเหตุการณ์กลุ่มค้ายาบ้าเมืองน่าน เหิมเกริมดักยิง พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เสนาธิการ มทบ.ที่ 38 ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน บาดเจ็บ รวม 11 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.10 น.ที่บ้านห้วยละเบ้ายา หมู่ 10 ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน โดยที่พ.อ.เศรษฐพล ถูกยิงที่บริเวณหน้าอก อาการสาหัส ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเร่งระบายเลือดที่ปอด (อ่าน ทหาร-ตร.น่าน ปิดล้อมจับแก๊งยา ปะทะเดือด จนท.เจ็บ-เสธ.มทบ.38 อาการหนัก)เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ อาการดีขึ้น

ต่อมา พ.อ.เศรษฐพล ถูกนำขึ้นเครื่องบิน ซี 130 ของกองทัพอากาศ มาลงที่สนามบินดอนเมือง ช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 22 เม.ย. เพื่อส่งเข้าผ่าตัดทรวงอกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ล่าสุดมีรายงานจากแพทย์ผู้ผ่าตัดแจ้งว่า พ.อ.เศรษฐพลอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวในห้องไอซียู

ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อมี ส.อ.ไพศาล บุญทร , ส.ท.สุริยา วรกิจจานุกุล, พล.อส.ธีรพงศ์ นุดวงแก้ว, จ.ส.อ.สง่า จิตรจันทร์, ส.อ.พันธ์ อาจารย์, ร.ต.ต.กฤษฎิพิศิษฐ์ ธรรมศิริ และ ด.ต.บรรเจิด กันทะตา ในจำนวนนี้รักษาตัวที่ รพ. น่าน 4 คน

นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยพลตรีณรงค์ชัย แกล้วกล้า ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ได้เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อให้กำลังใจ เบื้องต้นพบว่าทั้ง 4 นาย อาการโดยรวมทุกคนดีขึ้นพล.ต.ธนา จารุวัต รองแม่ทัพภาคที่ 3

ขณะที่ พล.ต.ธนา จารุวัต รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า สำหรับคนร้ายอาจมีไม่กี่คน บ้านหลังหนึ่งอาจมีผู้ค้า ผู้เสพหลังละคน เราปิดล้อมหลายบ้าน บ้านแรกที่เราเข้าไปตรวจค้น คนร้ายไหวตัวก็หนีไปได้ แล้วไปหลบซ่อนอยู่ในที่มืด พอเจ้าหน้าที่ติดตามไปก็เลยถูกลอบยิง คนร้ายน่าจะมีคนเดียว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ปืนที่ใช้เป็นปืนลูกซองและกระสุนเป็นลูกปลาย ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย

พล.ต.ธนา กล่าวต่อว่า ส่วนปฏิกิริยาจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ที่อยู่บนเขา ก็ไม่มีอะไร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่จะเป็นชาวไทยภูเขา หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูแลใกล้ชิดก็มักจะมีทั้งค้าและเสพยาเสพติด แต่ก็เป็นผู้ค้ารายเล็ก รายกลาง ตอนนี้เรายังปิดล้อมพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้อยู่ เครือข่ายก็จะเป็นคนชาติพันธุ์เดียวกัน แต่ จ.น่าน ไม่ใช่เครือข่ายขนาดใหญ่ ไม่เหมือนพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ แต่พวกนี้ก็กระจัดกระจายไปทุกพื้นที่ทุกจังหวัด ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบว่า เครือข่ายเดียวกับ จ.เชียงราย หรือไม่ เพราะยาเสพติดลอบเข้ามาในไทยมีหลายทาง กลุ่มที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เป็นบางส่วนของชาติพันธุ์เผ่าเมี่ยน หรือ เผ่าเย้า เดี๋ยวนี้คนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีทั้งคนไทยและชาวเขา

พล.ต.ธนา กล่าวต่อว่า พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิด แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการตั้งแต่ทราบเหตุเมื่อคืน ให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกคน และสั่งการให้รายงานไปทางกองทัพบก ขอให้กองทัพบกประสานขอเครื่องบินจากกองทัพอากาศมารับ เสธ.มทบ.38 ไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พระมงกุฎฯ เวลานี้เราได้ส่งกำลังเสริมทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าไปปิดล้อม ตรวจค้น และขยายผลอีกครั้ง คาดว่าคนร้ายอาจหลบหนีออกจากพื้นที่แล้ว จึงให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทุกเส้นทาง เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ที่มา>>>Thairath

ชาวนิวเดลีอดกินหมากใส่ยาเส้น! ทางการเฉียบ ห้ามซื้อขายยาเส้นแบบเคี้ยวแล้ว

ชาวอินเดียในเมืองหลวงอดเคี้ยว‘หมากเมา’ใส่ยาเส้นนับแต่นี้…ทางการกรุงนิวเดลี ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนในกรุงนิวเดลีจำหน่าย ซื้อหา หรือครอบครองยาเส้นแบบเคี้ยวทุกชนิด หากใครฝ่าฝืนเจอโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือนและปรับเงินกว่าแสนบาท

เมื่อ 19 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ทางการกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียเอาจริงเอาจังกับความพยายามหยุดยั้งประชาชนเคี้ยวหมากที่ใส่เส้นยาสูบซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคมะเร็งในช่องปากอัตราสูงมากในประเทศ ถึงขั้นออกคำสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนในกรุงนิวเดลี จำหน่าย, ซื้อหา และครอบครอง ยาเส้นแบบเคี้ยวทุกรูปแบบและทุกชนิด หากใครฝ่าฝืนจะเผชิญกับการรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 เดือน และโดนปรับเงิน 3 แสนรูปี (4,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 157,500 บาท) ขณะที่ทางการจะส่งทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจสอบร้านค้าและพ่อค้าแม่ค้าขายหมากทั้งหลายว่าแอบละเมิดคำสั่งหรือไม่

ข่าวแจ้งว่า คำประกาศห้ามดังกล่าวของทางการกรุงนิวเดลีที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สร้างความยินดีให้แก่บรรดาแพทย์ นักรณรงค์ด้านสาธารณสุขเป็นอย่างมาก หลังจากก่อนหน้านี้ บรรดาโรงงานผลิตยาสูบเป็นฝ่ายชนะคดีในศาล คัดค้านการออกคำสั่งห้ามประชาชนในกรุงนิวเดลีจำหน่าย ซื้อและครอบครองยาเส้นก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความที่สังคมในอินเดียเริ่มตื่นตัวและตระหนักถึงอันตรายจากยาเส้นที่เสี่ยงต่อการเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งในปาก จึงทำให้ทางการนิวเดลีเดินหน้าผลักดันในเรื่องนี้จนสำเร็จยาเส้นแบบเคี้ยว

ทั้งนี้ ยาเส้น คือยาสูบชนิดหนึ่งที่หั่นใบยาเป็นเส้นๆ หรือชิ้นเล็กสำหรับมวนสูบหรือใส่กล้องสูบ โดยอินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศแถบอุษาคเนย์ที่ประชาชนนิยมเคี้ยวหมากที่ใส่ยาเส้นเป็นอย่างมาก โดยที่อินเดียนั้น ผู้คนนิยมเคี้ยวหมากกันมาก และผู้ชายเคี้ยวหมากมากกว่าผู้หญิง โดยหมากในอินเดีย มีทั้งหมากเมา หรือหมากแบบใส่ยาเส้น กับหมากหวาน ซึ่งจะมีส่วนผสมอย่างอื่นเพิ่มเข้าไปอีก เช่นเม็ดยี่หร่า ชะเอม และหากเป็นหมากหวานก็จะใส่พวกมะพร้าวอบแห้ง ผลไม้อบแห้งด้วย

ที่มา>>>Thairath

แท็กซี่ซวยซ้ำซ้อน! ผู้โดยสารเบี้ยวเงินค่ารถ-ยางรถระเบิด

คนขับแท็กซี่ดวงซวย เผย รับผู้โดยสารมาจาก กทม.มาส่งบางบ่อ ขณะแวะเติมแก๊สผู้โดยสารหนีลงจากรถ ไม่จ่ายเงิน 1,200 บ. ตามที่ตกลง ก่อนจะรีบขับรถจะไปดักรอ แต่มีผู้โดยสารที่เป็นสามี-ภรรยาจะไปฝากท้องที่บางบ่อพอดีจึงแวะรับ กระทั่งขับมาไกลยางล้อหน้าดันระเบิดทำให้เสียหลักตกข้างทาง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุ รถแท็กซี่ตกข้างทาง บนถนนบางนา-ตราด กม. 38 ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 9 ต.บางวัว จึงประสานหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่ โตโยต้า ลีโม สีชมพู ทะเบียน ทร180 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางจนเกือบตกน้ำ ยางล้อหน้าฝั่งขวาแตก มี นายจรัญ จันทรศิริ อายุ 49 ปี คนขับยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้โดยสารที่มาด้วยเป็นสองสามีภรรยาที่ตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดนายจรัญ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสารเป็นผู้หญิงมาจากกรุงเทพฯ ในราคาเหมา 1,200 บาท จะมาส่งที่บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ แต่ผู้โดยสารไม่ยอมบอกว่าลงตรงไหน ทำให้ขับรถเลยเข้าเขตบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงแวะเติมแก๊สเพื่อจะกลับไปส่งที่บางบ่อ ขณะที่ลงไปเปิดฝากระโปรง ผู้โดยสารได้แอบลงจากรถแล้ววิ่งข้ามถนนไปไม่จ่ายค่าโดยสาร โดยที่ตัวเองไม่เห็น หลังจากเติมแก๊สเสร็จก็จะรีบขับรถไปดักรอผู้โดยสารคนดังกล่าวที่บางบ่อ แต่มีผู้โดยสารสองสามีภรรยาที่จะไปฝากครรภ์ที่บางบ่อพอดี จึงแวะรับเพราะไปทางเดียวกัน แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุยางหน้าฝั่งขวาเกิดระเบิดทำให้รถเสียหลักวิ่งตกข้างทาง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ.

ที่มา>>>Thairath