ผงะ! เจอศพทารกอยู่ในชักโครกคอนโดหรูย่านสาทร เร่งตามหาตัวแม่ชาวฟิลิปปินส์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ร.ต.อ.สมยศ บุญณแก้ว รองสว.(สอบสวน)สน.ยานนาวา รับแจ้งเหตุพบศพเด็กทารกในชักโครก ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่ง ภายในซอยพิชัย 2 แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 20 ชั้น บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นลานสระน้ำส่วนกลางแบบเปิดโล่ง ภายในห้องน้ำหญิงของชั้น 5 ในชักโครกพบศพเด็กทารก สภาพเปื่อยยุ่ย ขาโผล่มาทั้ง 2 ข้าง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพศชาย มีอวัยวะครบทั้ง 32 อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน และในถังขยะยังพบถุงดำ คาดว่าใช้ใส่ศพทารกก่อนนำมาทิ้งลงในชักโครก แล้วกดทิ้งลงในชักโครก

ร.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนแม่บ้านทราบว่าได้เข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำตามปกติ และพบว่าชักโครกเต็มกดไม่ลง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ของอาคารให้มาช่วยซ่อมแซมดูดสิ่งติดค้างภายในชักโครก โดยใช้อุปกรณ์ในการดูดสิ่งปฏิกูลขึ้นมา และพบว่ามีขาเด็กทารกโผล่ขึ้นมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

จากการสอบสวนรปภ. ผู้พักอาศัยบางรายและชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง ให้การว่า ผู้ต้องสงสัยว่าแม่ที่นำศพทารกมาทิ้ง เป็นหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ อายุประมาณ 30 ปี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ กล้องวงจรปิด และติดติดตามตัวผู้ต้องต้องสงสัยรายนี้ไปสอบสวนพร้อมทั้งส่งศพเด็กทารกไปตรวจสอบที่นิติเวชรพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหด! เชือดคอหนุ่มพม่า ดับคาห้องเช่ากลางกรุง ตร.ล่าตัวเพื่อนร่วมชาติต้องสงสัย

วันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.ชานน แก้วสม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าเลขที่ 485/54 ชั้น 3 ห้องเลขที่ 36 ซอยราชปรารถ 4 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 แพทย์นิติเวช ร.พ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายจอ จอ มิด อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพศพนอนตะแคงข้าง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกของมีคมปาดที่ลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ห้องดังกล่าวเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำงานเป็นลูกจ้างร้านทำความสะอาดรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยเพื่อนคนดังกล่าวจะแวะเวียนมาพักอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว และผู้ตายก็เคยเล่าเรื่องที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเพื่อนร่วมชาติคนหนึ่ง ถึงขั้นขู่อาฆาตกันให้ฟัง แต่ก็ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว

“ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ และยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากความขัดแย้งเรื่องใด ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งที่เคยมีปัญหากันก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งสอบปากคำพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“ช่างแอร์” เดินหน้าทำดีถวายพ่อหลวง ล้างแอร์ฟรีให้กับโรงพยาบาลชุมชน

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 27 พ.ย.59 นายมานะ ปู่ดำ วัย 55 ปี เจ้าของร้านมานะรวมช่าง จำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิด แอร์บ้าน และจานดาวเทียม ตั้งอยู่เลขที่ 148 ถนนเกาะหลัก เขตเทศบาล อำเภอเมืองประจวบฯ ได้มีความตั้งใจที่จะทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้วยการใช้อาชีพที่ตนเองทำอยู่ออกบริการตรวจเช็คสภาพและล้างเครื่องปรับอากาศ(แอร์) ให้กับสถานีอนามัย และโรงพยาบาลชุมชนในเขต อ.เมืองประจวบฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นายมานะ ปู่ดำ เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะทำความดีเพื่อตอบแทนพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยที่พระองค์ทรงตรากตรำทำเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจังหวัดประจวบซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านของพระองค์ท่านหลังที่ 2 ซึ่งได้มาประทับและปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตนเองมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณจึงคิดอยากจะทำอะไรเพื่อตอบแทนพระองค์ท่านบ้าง จึงได้มุ่งเน้นบริการทางด้านตรวจเช็คสภาพและล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ(แอร์)ให้กับสถานีอนามัย และโรงพยาบาลชุมชนในเขต อ.เมืองประจวบฯ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 16 สถานี เพราะอยู่ห่างไกลความเจริญและมีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก

 จึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระและตอบแทนเจ้าหน้าที่พยาบาล-โรงพยาบาลชุมชนแทนชาวบ้าน ซึ่งต่างจากสถานที่ราชการที่อยู่ในเขตตัวเมืองเพราะมีศักยภาพสูงกว่า โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดไปแล้วจำนวน 6 สถานี และยังคงเหลืออีก 10 สถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้
ที่มา>>>ข่าวสด

โหดจัดรัสเซียอีกแล้ว!! “คู่รัก”สุดหื่นมีเซ็กซ์บนรถไฟฟ้าความเร็งสูง ตร.เร่งล่าตัว(คลิป)

 เว็บไซต์ ไลฟ์ ของรัสเซียเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิดในขบวนรถไฟความเร็วสูง “ซาบซาน” ของรัสเซีย ขณะที่หนุ่มสาวแอบเข้าไปโซนเด็กแล้วมีเพศสัมพันธ์กันใกล้ๆ โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมทารก เนื่องจากกำแพงด้านหนึ่งเป็นกระจก กล้องวงจรปิดจึงบันทึกภาพได้ทั้งหมด โดยชาวเน็ตรุมวิจารณ์ความไม่เหมาะสม และตำรวจจะติดตามบุคคลในคลิปมาลงโทษต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

มือปืนควบซีวิคประกบยิง-ปลิดชีพ”กัน หนองเกตุ”ทีมอุ้มฆ่าหมกป่าแก๊งยาบ้า

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2559 พ.ต.ต.ธีทัต ตลุณจันทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านผ้าม่านสวย เลขที่ 222/70 ถนนหนองปรือ ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ  ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูร่างนายวิทวัส เหลาเคน หรือฉายา“กัน หนองเกตุ” อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี นอนจมกองเลือด สภาพถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่จุดสำคัญจำนวน 3 นัด ประกอบด้วย บริเวณขมับขวา ใต้ราวนมขวา และขาข้างขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลพร้อมกับปั้มหัวใจยื้อชีวิต แต่คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ผู้เสียชีวิต ยี่ห้อ คาวาซากิ เอสเอสอาร์ สีเขียว ทะเบียน กกร 254 ชลบุรี สภาพพลิกคว่ำอยู่และบริเวณถังน้ำมันมีร่องรอยการถูกเข้าใส่จำนวน 1 นัด โดยไม่พบปลอกกระสุนหรือหัวกระสุนตกอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับกันประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องห่างออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อสะดวกแก่การเก็บวัตถุพยานหลักฐาน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุพบคนตายขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางตลาดหนองปรือ โดยมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามหลังมาในระยะกระชั้นชิด ก่อนเร่งเครื่องแซงขึ้นมาประกบข้าง จากนั้นคนร้ายนั่งอยู่ประตูหลังฝั่งซ้าย ได้ลดกระจกมาครึ่งบาน แล้วชักอาวุธปืนใส่จำนวน 3 นัดซ้อน ก่อนพากันเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบประวัติผู้ตาย พบว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ผู้ตายกับพวกรวม 4 คนได้เคยก่อคดีใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายนัด (ขอสงวนนามสกุล) จำนวน 3 นัด เสียชีวิตบริเวณป่ายูคาลิปตัส ข้างสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.หนองปรือ สาเหตุมาจากแค้นเรื่องหักยาเสพติดจากนักโทษในเรือนจำกลาง จ.อยุธยา แต่ภายหลังไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามจับกุมไว้ได้ยกแก๊ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋งคนร้ายเข้ามาประกบแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริงตามที่พยานให้การ สำหรับสาเหตุการลงมือสังหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เบื้องต้น คาดว่าปมน่าจะมาจากปมหักธุรกิจมืด หรือการล้างแค้นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ปฏิเสธไม่ได้ขืนใจด.ญ.13 แค่พาไปกักขังที่บ้าน รับรู้จักทางเฟซบุ๊กได้ 1 เดือน

จากกรณีที่ได้มีการแชร์ภาพของด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี สวมชุดเนตรนารีแล้วเกิดพลัดหลงกับญาติที่มารับข้าวสารอาหารแห้งในงานเทกระจาด ที่มูลนิธิสว่างเมตตานครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานางจารุวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ล่าสุดเจอตัวด.ญ.เอแล้ว ในสภาพร่างกายที่อิดโรย และมีร่องรอยบอบช้ำตามร่างกายและบริเวณที่ลำคอ มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว นำตัวด.ญ.เอมาส่งให้กับครอบครัว เมื่อช่วงเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่าด.ญ.เอไปกับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค และมาเจอกันที่งานเทกระจาด หลังจากนั้นเพื่อนชายชวนให้นั่งรถกระบะไปขับรถเล่น ก่อนที่จะพาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อำเภอสีคิ้ว กักขังไว้ภายในห้อง ไม่ได้ให้กินอาหาร ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราตลอด 2 วัน 1 คืน ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นางจารุวรรณ อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี เดินทางเข้าขอบคุณนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตา ที่ช่วยนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพลูกสาวของตน ขณะที่เดินเข้ามูลนิธิกับเด็กวัยรุ่นก่อนหายตัวไป และสามารถติดตามตัวกลับมาได้ ขณะเดียวกันทางมูลนิธิสว่างเมตตาก็ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง และเงินจำนวนหนึ่ง มอบให้กับครอบครัวนางจารุวรรณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวน ว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่หายตัวไป ได้มีการกล่าวหาด.ช.บี (นามสมมติ) วัย 14 ปี ที่อาศัยอยู่ที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ที่พาตนเองไปกักขังอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 2 วัน นั้น ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าขาว พร้อมด้วยเด็กชายบี (นามสมมติ) และบิดา เดินทางเข้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เบื้องต้นจากการสอบสวนด.ช.บี ให้การยอมรับว่าตนรู้จักกับด.ญ.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 1 เดือน และเดินทางมาเจอกันที่งานเทกระจาดก่อนที่จะพาด.ญ.เอไปนอนอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 1 คืน กับอีก 1 วันจริง แต่ไม่ได้กระทำชำเราด.ญ.บี เพียงแต่แค่กอดจูบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องรอผลการตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมทั้งจะต้องทำการสอบสวนด.ญ.เอ และด.ช.บี พร้อมกับเจ้าหน้าที่อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา อีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะเก็บขยะเจอศพเด็ก!! หอพักนวนคร ห่อในถุงผ้า-ตรวจกล้องวงจรปิด

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งพบศพเด็กทารกแรกเกิดนำมาทิ้งในถังขยะข้างหอพักแห่งหนึ่ง ม.19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ตอ.สิรภพ บังหลวง รอง สว.สส.สภ.คลองหลวง แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบถังขยะวางเรียงกันอยู่หลายใบ ข้างหอพักด้านหลัง ในถังขยะพบศพเด็กทารกแรกเกิดเพศชายมีอวัยวะครบสมบรูณ์อยู่ในถุงผ้าสีเหลือง ห่อด้วยเสื้อสีเขียว เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงนำออกมา   จากการสอบถามนายประจัก ทับบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู บอกว่า ตนได้รับแจ้งจากคนเก็บขยะว่า พบศพเด็กทารกถูกทิ้งในถังขยะ จึงมาตรวจสอบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคาดว่าเป็นวัยรุ่นที่พักอยู่ย่านหอพักใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และคลอดลูกออกมาเอง แต่ไม่พร้อมที่จะเลี้ยง จึงนำทารกมาทิ้งดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและจะติดตามนำตัวแม่มาดำเนินคดีต่อไป ส่วนศพเด็กทารกนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดกล้าหาญ เด็กปั๊มพุ่งเข้ารวบตัวชายเมาคลั่งวิ่งถือมีดไล่ฟันคน(คลิป)

14701081991470108236lCCTVNews เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีสุดระทึก โดยพบว่าที่สถานีบริการเชื้อเพลิงแห่งหนึ่ง ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งถือบางสิ่งในมือ เหมือนมีดและมีลักษณะอาการเมา พยายามโจมตีชายอีกคน แต่ในนาทีนั้นเด็กปั๊มที่ปฏิบัติงานอยู่ ได้รวบตัวชายคนนี้เกือบทันทีด้วยความรวดเร็ว จนได้รับความชื่นชนในความกล้าหาญนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

 

อันตรายมาก คลิปนาทีโจรล็อกคอสาวร้านขายแว่น แต่เหยื่อใจเด็ด-ฮึดสู้ดุเดือด!

เว็บไซต์ธานเนียน สื่อของเวียดนาม รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค. คนร้าย 4 คนถูกตำรวจจับกุม หลังพบว่าเกี่ยวข้องกับการปล้นอย่างน้อย 5 คดีในเมืองโฮจิมินห์ โดยการจับกุมครั้งนี้เนื่องมาจากมีการโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์คนร้ายเป็นชายทำทีเข้าไปซื้อของในร้านขายแว่นตาแห่งหนึ่ง  คนร้ายฉวยโอกาสที่หยิงสาวเจ้าของร้านไม่ทันระวังตัว ชักมีดจี้ล็อกคอเหยื่อแล้วชิงกระเป๋าเงิน แต่หญิงสาวฮึดสู้ พยายามยื้อดึงคนร้ายไว้ และตะโกนเรียกให้คนช่วย จนคนร้ายวิ่งหนีไป ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

ที่มา>>>ข่าวสด

แอร์โฮสเตสสาวป่วยขับเก๋งมาจอดก่อนดิ่งอาคาร 7 ชั้น ห้างดังดับสยอง!

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.อ.ชล ยิ่งแม่นวาด รอง สว.(สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่าน ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา) แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.พรทวี สมวงค์ รอง ผกก.ป.สน.โชคชัย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย ร.ต.ท.สุรพันธ์ พลอยอ่อง รอง สว.สส.สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบริเวณข้างอาคารลานจอดรถของศูนย์การค้าดังกล่าว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.พิมลพรรณ เจริญศรี อายุ 30 ปี ประกอบอาชีพแอร์โฮสเตสของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สภาพนอนหงายจมกองเลือด ใส่เสื้อยืดคอกลม สีชมพู นุ่งกางเกงวอร์มขายาว สีดำ ไม่สวมรองเท้า ด้านหลังศีรษะแตกร้าวจนเป็นแผลฉกรรจ์เลือดไหลออกรูจมูกทั้ง 2 ข้าง แขนซ้ายและขวาหักกางออกเหนือศีรษะ ขาซ้ายหักผิดรูป โดยมีขาขวาทับอยู่ช่วงปลายเท้า นอกจากนี้ บริเวณใต้ท้องน้อยพบรอยผ่าตัด ซึ่งมีแผ่นปาสเตอร์แปะแผลติดอยู่ จากการตรวจสอบภายในอาคารจอดรถช่อง 7 บี 1 บริเวณชั้นที่ 7 พบรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆพ 143 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดประตูด้านขวาทิ้งไว้ภายในพบบัตรพนักงานชั่วคราวท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิถูกวางอยู่ ห่างออกไปบริเวณด้านหลังรถพบรองเท้าแตะ สีดำ จำนวน 1 คู่ วางช่วงรางระบายน้ำข้างรั้วเหล็กกั้นอาคาร ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่จุดพบศพของผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. ที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตขับรถยนต์คันดังกล่าว เข้ามาจอดภายในอาคารลานจอดรถที่บริเวณชั้นจุดเกิดเหตุ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักระยะก็ได้ยินเสียงคล้ายวัตถุขนาดใหญ่ หล่นลงมากระทบกับพื้นตรงช่วงจุดเกิดเหตุ จึงรีบวิ่งไปดูกระทั่งพบศพผู้เสียชีวิต ก่อนประสานให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดความเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว และมีโรคประจำตัวรุมเร้า ก่อนตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าว หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียงเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด