เพื่อนโหดฆ่าปาดคอ หนุ่มรปภ.หมู่บ้านดังย่านบางพลี ดับคาวงเหล้า

หนุ่มรปภ.ตั้งวงก๊งเหล้าขาว กับเพื่อนอีก 2 ที่ทำงานด้วยกันในห้องพัก คาดเมาทะเลาะวิวาท ถูกรุมใช้มีดฟันแทงหน้าอก ปาดคอจนหลอดลมขาดดับสยอง ตร.บางพลี เร่งล่าตัวเพื่อนโหดมาดำเนินคดี…

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 เม.ย.2559 พ.ต.ท.สพัส ปราการพิทักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ มีชายถูกแทงเสียชีวิต ภายในอพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ซอยบางปลา 2 ม.11 ต.บางปลา อ.บางพลี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.บางพลี ทราบ ก่อนเข้าตรวจสอบพร้อม ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลีและ แพทย์เวร รพ.บางพลี

ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพัก บนชั้น 5 พบศพ นายจุฬา ดวงจันทร์ อายุ 38 ปีบ้านเลขที่ 243 หมู่ 12 ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ทำงาน เป็น รปภ. ของ บริษัท การ์ดเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง สภาพศพไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขายาวลายพรางสีเขียว ตามร่างกายมีบาดแผล จากการถูกอาวุธมีดแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล และที่ลำคอถูกปาดจนถึงหลอดลม เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ในห้องยังพบขวดเหล้าขาววางอยู่ 4 ขวดพร้อมอาหาร แต่ไม่พบมีดที่ใช้เป็นอาวุธจากการสอบสวนพยาน ซึ่งอยู่ห้องตรงข้าม ให้การว่า ผู้ตาย พักอาศัยอยู่กับเพื่อน 2 คนทราบชื่อคือ นายบุญเกิด สาขา อายุ 40 ปี และ นายสมชัย เจริญชัย อายุ 56 ปี ซึ่งทำงานเป็นพนักงาน รปภ.บริษัทเดียวกันผู้ตาย และทำงานเป็น รปภ.หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ก่อนเกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังมาจากห้องดังกล่าวแต่ไม่ทราบว่าทั้งหมดทะเลาะกัน ก่อนจะเห็นทั้ง 2 คนเดินออกจากห้องพักไป โดยมีร่องรอยคราบเลือดติดตามเสื้อผ้าด้วย

พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ทั้งหมดอาจจะนั่งดื่มสุรากัน หลังจากนั้นจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายจุฬา จนเสียชีวิต จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาพยานหลักฐานต่างๆ สอบสวนพยานบุคคลอื่นเพิ่ม รวมถึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งติดตามตัว นายบุญเกิดและนายสมชัย มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

โฟร์-ศกลรัตน์ ท้าลมร้อน ตะลุยสวนน้ำ ‘การ์ตูน เน็ตเวิร์กฯ’

สวยท้าแดด

กระแส “ข้ามค่าย” ร้อนฉ่า ยังไม่เท่าซัมเมอร์ ร้อนระอุ งานนี้มาดูวิธีคลายร้อนสไตล์สาว โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร ซึ่งล่าสุดมาพร้อมเก้าอี้พี่เลี้ยง ในรายการเรียลลิตี้ “MBO THE IDOL GAME หน้าใหม่ พร้อมเกิด” ทางช่องวันเร็วๆนี้ ขอยึดสวนน้ำคลายร้อน ที่สวนน้ำ Cartoon Network Amazone พัทยาดำไม่ได้กิน‘โฟร์’ ร้อกมาเป็นทีม…ม อิอิ

สาวโฟร์เปลี่ยนชุดบอดี้สูทสีฟ้าขาสั้นจุ๊ดจู๋ เจอน้ำสีฟ้าแจ๋วในโซนเด็กๆ cartoonival โฟร์ ส่งกรี๊ดๆถูกใจ ได้ยินเจ้าหน้าที่บอกมีจุดที่น้ำไหลซู่ลงมา โฟร์ ขอลองแต่ก็แอบพะวง เครื่องหน้าจะพังภินท์ก่อนภารกิจเสร็จสิ้นเลยได้แต่เล็งองศาแค่ละอองก็เย็นฉ่ำใจ มุ่งหน้าโซนทะเลเทียม mega wave เห็นคลื่นแรง ลมแรง สาว โฟร์ สารภาพ “หนูว่ายน้ำไม่เป็นค่ะ” อ้าว…ว ความลับแตกโพละ!!ลั้ลลากับห่วงยางยักษ์โต้คลื่นทะเลแป๊บ…บสไลเดอร์มันส์ๆ

ลากห่วงยางโต้คลื่นอย่างเมามันส์จนโดนแดดเผาเลยขอแวะขึ้นมาใช้สเปรย์กันแดดพ่นหน้า ก่อนลุยสนุกๆโซน สไลเดอร์ โดดลงนั่งห่วงยางยักษ์ล่องตามโค้งท่อสไลเดอร์ลงมาจนร้องกรี๊ดยกใหญ่ เล่นเอาหอบแฮ่กๆ จากนั้นหม่ำไอศรีมคลายร้อนเป็นการปิดท้ายซะหน่อย!!

ที่มา>>>Thairath

ไอซิสเหิม! บุกลักพาตัว จนท.โรงงานซีเมนต์ซีเรียหลายร้อยคน

(ภาพ: AP)

กลุ่มไอซิสบุกโจมตีและจับตัวคนงานจากโรงงานของบริษัทปูนซีเมนต์ ใกล้กรุงดามัสกัสในซีเรีย ไปกว่า 300 คน เมื่อวันพฤหัสบดี…

สำนักข่าว ซานา ของประเทศซีเรีย รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกระทรวงอุตสาหกรรมซีเรีย ว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) บุกโจมตีและจับตัวคนงานกับผู้ทำสัญญาจากโรงงานของบริษัทปูนซีเมนต์ ‘อัล-บาดิเยห์ ซีเมนต์ โค.’ ในเมือง อัล-ดูเมียร์ ทางเหนือกรุงดามัสกัสไปจำนวนหลายร้อยคน แต่ยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด

นายนาดิม เครซาน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของซีเรีย บอกกับ ซานา ว่า พยานเห็นคนงานจำนวนราว 125 คน ถูกนักรบติดอาวุธจับตัวขึ้นรถบัส ซึ่งเดินทางมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ถูกไอซิสควบคุม ขณะที่นายรามดี อับดุลเราะห์มาน หัวหน้ากลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า มีคนงานหายตัวไประหว่าง 150 ถึง 250 คน

ทั้งนี้ กลุ่มไอซิสออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยโพสต์คลิปวีดิโอบนโลกออนไลน์ผ่านสำนักข่าว อามัค ของพวกเขา และอ้างว่าจับตัวคนงานไปกว่า 300 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุลักพาตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาใด แต่บริษัท อัล-บาดิเยห์ ซีเมนต์ โค. ระบุว่า พวกเขาติดต่อกับพนักงานไม่ได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี.

ที่มา>>>Thairath

คมนาคม สั่งเลิกตัดต้นไม้ริมถนน อ.หล่มสัก ทำอุโมงค์ต้นไม้แทน

รมว.คมนาคม สั่งการกรมทางหลวง เลิกตัดต้นไม้ริมทางถนน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปลี่ยนเป็นอุโมงค์ต้นไม้แทน เตรียมหารือประชาชนในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้กรมทางหลวง เลิกตัดต้นไม้ริมสองข้างทางถนนที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แล้ว หลังจากตัดไป 60 ต้น พร้อมให้ออกแบบใหม่ โดยทำเป็นอุโมงค์ต้นไม้ และป้องกันอันตรายของผู้ขับขี่บนถนน ด้วยการทำราวเหล็กเคลือบสังกะสีติดต้นไม้ตลอดแนว

ทั้งนี้ ราวเหล็กดังกล่าวจะมีไม้พุ่ม มีดอกสีสันสวยงามเพื่อไม่ให้มองเห็นราวเหล็ก เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ซึ่งหลังจากการปรับแบบจะทำให้ถนนมีความกว้างของช่องจราจรขนาดมาตรฐาน 3.50 เมตร 2 ช่องจราจร มีพื้นที่ไหล่ทาง ส่วนริมทางที่เหลือจะทำเป็นช่องจักรยานให้ประชาชนได้ใช้ เนื่องจากไหล่ทางจะแคบหากไม่ตัดต้นไม้อาจเกิดอันตรายได้

อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ทางก่อนเข้าอุโมงค์จะมีป้ายบอกอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนระวังและชะลอรถ สำหรับรูปแบบดังกล่าว จะมีการหารือกับประชาชนในพื้นที่อีกครั้งก่อนดำเนินการ.

ที่มา>>>Thairath

โจ๋หายออกจากบ้าน 5 วัน กลายเป็นศพขึ้นอืดบนภูเขา ญาติติดใจการตาย

หนุ่ม 18 ปี หายออกจากบ้าน 5 วัน พบเป็นศพขึ้นอืด ลอยอยู่ในร่องน้ำบนภูเขา ห่างจากจุดพบศพ ประมาณ 1 กม. พบ จยย.ผู้ตาย จอดอยู่ ทางครอบครัวติดใจสงสัย ส่งศพนายพณัฐ ไปที่แผนกนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ต่อไป

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกันนี้ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ สภ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ไปพบศพนายพณัฐ หรือ จ๊อบ เนตรวงศ์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 5 ต.ภูเขาทอง อ.หนองพอก นอนตาย สภาพศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น อยู่ที่ร่องน้ำบนภูเขา ระหว่างภูสิม กับ ภูโจด ต.รอบเมือง อ.หนองพอก

หลังจากนั้นจึงแจ้ง ร.ต.อ.นิวัฒน์ โมฆรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองพอก ไปที่เกิดเพื่อสอบสวนหาสาเหตุการตาย จากการสอบสวนพบว่า ก่อนหน้านายพณัฐ หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 03.00 น.วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่กลับบ้าน เพื่อนบ้านออกตามหา ไปพบจักรยานยนต์ของนายพณัฐ อยู่ในป่ายางพาราเมื่อ เวลา 20.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ต่อมาจึงพบศพนายพณัฐ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พบจักรยานยนต์ระยะทาง 1 กม. ขณะเดียวกัน พ่อแม่พร้อมญาติสงสัยสาเหตุการตาย ร.ต.อ.นิวัฒน์ โมฆรัตน์ จึงส่งศพนายพณัฐ ไปที่แผนกนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ชันสูตรหาสาเหตุการตาย.

ที่มา>>>Thairath

คุณค่าทางมรดกโลก! มะกัน ส่งคืน ฟอสซิลไดโนเสาร์ โดนขโมยมาให้มองโกเลีย

ทางการสหรัฐฯ ส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์อีกหนึ่งชุด ให้แก่มองโกเลียแล้ว หลังถูก ‘มือดี’ ขโมยมา และเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ยึดไว้ได้ ต้องตะลึง…ฟอสซิลขนาดใหญ่สุด เป็นส่วนหัวกะโหลกของไดโนเสาร์พันธุ์หายาก อายุ 70 ล้านปีก่อน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการสหรัฐฯ ส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์ที่เหลืออยู่อีก 6 ชิ้น ประกอบด้วย ฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ และฟอสซิลอื่นๆ ของไดโนเสาร์ 6 สายพันธุ์ ให้แก่รัฐบาลมองโกเลียแล้วเมื่อวันที่ 5 เม.ย.59 หลังจากฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งมีคุณค่าทางมรดกโลกอย่างยิ่ง ได้ถูกขโมยไปจากมองโกเลีย จากนั้นได้ถูกประมูลซื้อโดยตัวแทนหรือเอเย่นต์ในรัฐนิวยอร์กและยูทาห์ของสหรัฐฯ

สำหรับ ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ถูกส่งคืนให้แก่มองโกเลียเหล่านี้ ฟอสซิลที่ขนาดใหญ่ที่สุด เป็นฟอสซิลส่วนกะโหลกศีรษะของไดโนเสาร์ พันธุ์อลิโอรามัส ซึ่งเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์หายาก และเชื่อว่าอาศัยอยู่ในแถบทะเลทรายโกบี เมื่อประมาณ 66-70 ล้านปีก่อนฟอสซิลไดโนเสาร์ ที่สหรัฐฯ ส่งคืนให้แก่รัฐบาลมองโกเลียข่าวแจ้งว่า กะโหลกศีรษะไดโนเสาร์ดังกล่าว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ตรวจยึดไว้ได้ หลังถูกส่งทางเรือมาจากฝรั่งเศส โดยได้แนบเอกสารเท็จ อ้างว่าสิ่งของที่ส่งมานี้ เป็นหัวกะโหลกไดโนเสาร์จำลอง ราคาถูก ทว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จึงได้ส่งเอกสารไปให้มองโกเลียตรวจสอบ จึงพบว่า ฟอสซิลเหล่านี้ เป็นฟอสซิลไดโนสาร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของประเทศมองโกเลีย ตั้งแต่ปี 2467 และห้ามนำออกจากประเทศโดยเด็ดขาดทั้งนี้ อัยการสหรัฐฯ ในเขตบรูคลิน นครนิวยอร์ก ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบฟอสซิลชุดล่าสุดนี้คืนให้แก่มองโกเลียเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทางการสหรัฐฯ ได้ทยอยส่งคืนฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ยึดไว้ได้ จำนวน 23 ช้ิน คืนแก่มองโกเลียในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ที่มา>>>Thairath

รปภ.เป็นพรานปลา ใช้ฉมวกล่าในท่อ ตัวเองจมน้ำตายคาดหลงทิศ

หนุ่มรปภ.ที่น่าน ชวนเพื่อนไปดำน้ำยิงปลาในท่อยาวกว่า 25 ม. ครั้งสุดท้ายลงไปนานผิดปกติ เพื่อนเลยตามไปดู พบเป็นศพคาท่อ กู้ภัยใช้เวลา 2 ชม.จึงนำศพขึ้นมาได้ สภาพมือยังกำฉมวกแน่น คาดเป็นตะคริวหรือไม่ก็หลงทิศหาทางออกไม่ถูก…

เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 6 เม.ย. 59 พ.ต.ท.ภัทราวุธ แจ้งอำพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ว่า มีคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณหนองน้ำสะเนียน ห่างจากหมวดการทางสะเนียนประมาณ 200 เมตร ระหว่าง กม.ที่ 8-9 ถนนสายน่าน–บ้านหลวง ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน จ.น่าน จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของกู้ภัย อบจ.น่าน กู้ภัย อบต.สะเนียน พร้อมรถแสงสว่าง ปภ.น่าน ชาวบ้านและญาติ ช่วยค้นหาร่างของ นายอนุรักษ์ จันต๊ะราช อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 บ้านสะเนียนเหนือวัด หมู่ 2 ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน จ.น่าน ทำงานเป็น รปภ.อยู่ สนามกีฬาจังหวัดน่านชวนกันมาดำน้ำยิงปลาต่อมาพบว่านายอนุรักษ์ได้เสียชีวิตติดอยู่ในท่อระบายน้ำข้ามถนนสายดังกล่าว ขณะที่เข้าไปดำน้ำยิงปลาในท่อ สภาพศพคว่ำหน้า สวมกางเกงในสีดำตัวเดียว ที่ศีรษะมีโคมไฟฉายและหน้ากากกันน้ำคาดติด มือทั้ง 2 ข้างยังถือฉมวกยิงปลาติดอยู่ เสียชีวิตคาอยู่ในท่อระบายน้ำขนาด 1.50 เมตร ลึก 3 เมตร ยาวกว่า 25 เมตร จุดที่พบศพอยู่ห่างปากท่อประมาณ 15 เมตร และน้ำในท่อน้ำเย็นมาก ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถนำศพออกมาได้จมน้ำตายในท่อจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตาย เป็นคนดำน้ำลงไปยิงปลา ส่วนบนฝั่งมีนายภัคพล ศรีนวล อายุ 24 ปี และนายณัฐพงศ์ พันธ์เทิง อายุ 23 ปี ยืนบริเวณปากท่อเพื่อคอยรับปลาที่หาได้ แต่ครั้งนี้เห็นว่านายอนุรักษ์ ดำลงไปยิงปลานานผิดปกติ จึงรีบดำลงไปดูและมองไม่เห็นแสงไฟที่ส่องหาปลา จึงคิดว่านายอนุรักษ์น่าจะจมน้ำเสียชีวิต รีบวิ่งไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ เพื่อตามคนมาช่วยพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายภัคพล และนายณัฐพงศ์ กล่าวด้วยว่า พวกตนเองทั้ง 3 คน ได้ชวนกันมาดำน้ำยิงปลาที่หนองน้ำดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 20.30 น. โดยผลัดเปลี่ยนกันลงไปดำน้ำยิงปลา ได้ปลานิลขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง จนกระทั่งเวลา ประมาณ 23.30 น. นายอนุรักษ์ ได้ลงไปอีกครั้งและจมน้ำ เสียชีวิตดังกล่าว

ทางด้าน พ.ต.ท.ภัทราวุธ แจ้งอำพันธ์ พนักงานสอบสวน สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า นายอนุรักษ์ ผู้ตาย อาจจะดำน้ำยิงปลานานจึงเกิดเป็นตะคริว หรือดำน้ำเป็นเวลานานแล้วหลงทิศ พยายามหาทางออก แต่ออกไม่ได้ ทำให้นายอนุรักษ์ขาดอากาศหายใจ จนเป็นเหตุให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

อายุ 60 นั่งรถใต้ดินฟรีวันสงกรานต์ 13-15 เมษายน-รับคูปอง 18 สถานี

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM) แจ้งว่า บริษัทร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ 2559 โดยจัดกิจกรรมสุขสันต์เบิกบานรับปีใหม่ไทยในช่วงวันสงกรานต์ วันผู้สูงอายุและวันครอบครัวแห่งชาติ โดยให้ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้ ตลอดระยะเวลาให้บริการเพียงแสดงตนที่ห้องออกบัตรโดยสารทั้ง 18 สถานี เพื่อรับคูปองพิเศษและขอเชิญร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในวันที่ 10-15 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ณ สถานีหัวลำโพง สีลม สุขุมวิท พระราม 9 ศูนย์วัฒนธรรมฯ ลาดพร้าว พหลโยธิน สวนจตุจักร และบางซื่อ พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ยังสถานที่ต่างๆให้ออกบัตรโดยสารเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทั้ง 18 สถานี หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0-2624-5200.

ที่มา>>>Thairath

สั่งคุมเข้มเล่นนํ้าสงกรานต์ ถนนรอบกรุง 33 สาย-ห้ามรถน้ำ, ห้ามจอด, เปิดเพลงดัง

วันที่ 4 เม.ย.2559 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย.59 เป็นการ ชั่วคราว ว่าด้วยการห้ามเดินรถบางชนิด และกำหนดให้เดินรถทางเดียวในถนนบางสาย รวมทั้งห้ามรถน้ำ หรือบรรทุกอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ คนโดยสารเพื่อ เล่นสาดน้ำสงกรานต์ และห้ามจอดรถเปิดเครื่องเสียง เพื่อให้คนเต้นบนรถยนต์ หรือบนถนนในวันที่ 13-17 เม.ย.59 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ในถนนทั้งหมด 33 เส้นทาง ดังต่อไปนี้ 1.ถนนข้าวสาร 2.ถนนจักรพงษ์ 3.ถนนบวรนิเวศ 4.ถนนสามสิบห้าง 5.ถนนตะนาว 6.ถนนราชชินี ตั้งแต่แยกราชินี ตัดถนนหน้าพระธาตุ-ถนนราชชินี ตัดถนนพระอาทิตย์ 7.ถนนพระอาทิตย์ 8.ถนนพระสุเมรุ ตั้งแต่แยกวันชาติ-แยกพระสุเมรุ 9.ถนนสามเสน ตั้งแต่แยกบางขุนพรหม-แยกบางลำพู 10.ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

11.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 12.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่แยก ป้อมเผด็จดัสกร-แยกท่าช้าง 13.ถนนสุทธิสารวินิจฉัยตั้งแต่แยกสุทธิสาร-แยกรัชดาตัดสุทธิสาร 14.ถนนประชาสุข ตั้งแต่ซอยอินทรามระ 49-แยกประชาสุข 15.ถนนสายไหม 16.ถนนหทัยราษฎร์ ตั้งแต่แยกหทัยราษฎร์-ถนนสุวินทวงศ์ 17.ถนนโชคชัย 4 18.ถนนลาดพร้าว-วังหิน 19.ถนนนาคนิวาศ 20.ถนนสังคมสงเคราะห์ 21.ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยกนราลม 22.ถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยก วิทยุ 23.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่แยกนราลม-แยกนรินทร 24.ถนนสุรวงศ์ ตั้งแต่แยกอังรีดูนังต์-แยกเดโช-สุรวงศ์ 25.ถนนทรัยพ์ 26.ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่แยกอรุณอมรินทร์-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 27.ถนนสุขสวัสดิ์ ตั้งแต่แยกพระราม 2-สุดเขตกรุงเทพมหานคร 28.ถนนประชาอุทิศ ตั้งแต่แยกประชาอุทิศ-ปากซอยประชาอุทิศ 69 29.ถนนราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่สะพานข้ามคลองบางปะแก้ว-สุดเขตกรุงเทพมหานคร 30.ถนนพุทธบูชา ตั้งแต่แยกนาหลวง-แยกกำนันธารทิพย์ 31.ถนนวุฒากาศ ตั้งแต่แยกจอมทอง-สุดถนนวุฒากาศ 32.ถนนทวีวัฒนา ตั้งแต่ถนนทวีวัฒนา ตัดถนนเพชรเกษม-สะพานข้ามคลองบางไผ่ 33.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่แยกนราชธิวาสราชนครินทร์-แยกนราลม

นอกจากนี้ ให้เดินรถทางเดียวในวันที่ 13-17 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ในถนนพระสุเมรุตั้งแต่แยกบางลำภูมุ่งหน้าสะพานวันชาติ และซอย พหลโยธิน 58 (แอนเน็กซ์) จากด้านถนนเลียบคลองสองมุ่งหน้าถนนพหลโยธิน ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนนำ รถบรรทุกน้ำเข้าไปยังถนนที่มีการออกข้อบังคับจะถือว่ากระทำผิดกฎจราจรมีโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรมีโทษปรับครั้งไม่เกิน 1,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath

ชาวสวนสุโขทัยยิ้มไม่หุบ มะนาวไร้เมล็ดลูกดก ราคางามโลละเกือบ 100!

ยิ่งกว่าถูกหวย! เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวใน จ.สุโขทัย เตรียมรับทรัพย์ช่วงหน้าแล้งปีนี้ หลังมะนาวออกลูกดกเต็มต้นในหน้าแล้ง พ่อค้ารับซื้อถึงสวนโลละ 70 บาท คาด หากยังแล้งต่อเนื่องอาจถึงโลละ 100 บาท

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สวนมะนาวของ นายกิตติชัย อำนวยศิลป์ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 23/1 ม.2 ต.ตาลเตี้ย อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งใช้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ริมถนนสายบ้านสวน-ศรีสำโรง ม.2 ต.ตาลเตี้ย ปลูกมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า ในบ่อซีเมนต์จำนวน 160 ต้น เพื่อเก็บผลผลิตขาย ปรากฏว่าถึงแม้ขณะนี้จะเป็นช่วงหน้าแล้ง แต่มะนาวที่สวนกลับออกลูกดกเต็มต้น สามารถที่จะเก็บขายได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดีเกษตรกรยิ้มไม่หุบ!ปลูกมะนาวได้ราคางาม โลละเกือบ100 บาทนายกิตติชัย เปิดเผยว่า โดยปกติมะนาวจะเริ่มออกดอกประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค. และสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณเดือน ส.ค. – ก.ย. ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูฝน เมื่อมีผลผลิตออกมามากทำให้มีราคาถูก พ่อค้ามารับซื้อเพียงกิโลกรัมละประมาณ 8-10 บาทเท่านั้น แต่เมื่อใช้วิธีการหลอกมะนาวให้ออกผลนอกฤดู โดยเมื่อถึงเดือน ส.ค. – ก.ย. จะให้มะนาวทั้งสวนอดน้ำจนใบเริ่มร่วง จากนั้นจะเริ่มให้น้ำให้ปุ๋ยอีกครั้งจนต้นกลับมาสมบูรณ์เริ่มแทงยอดอ่อนพร้อมเปิดตาดอกรับการผสมจนเป็นผลอ่อน ใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ในช่วงหน้าแล้งพอดีเกษตรกร จ.สุโขทัย ปลูกมะนาวบังคับออกหน้าร้อน สร้างรายได้งามสำหรับมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า เป็นลูกผสมระหว่างมะนาวพันธุ์ตาฮิติ กับมะนาวแป้นของไทย ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ลูกใหญ่ น้ำเยอะ ไม่มีเมล็ด มีความหอม เป็นที่ต้องการของตลาด และจะใช้เพียงปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ยิ่งช่วงนี้อากาศแล้งจัด ทุกเช้าและเย็นจะต้องคอยรดน้ำให้มะนาวเพื่อที่จะให้ความชุ่มชื้นไปหล่อเลี้ยงลำต้นและผล ซึ่งจะส่งผลให้มะนาวมีผลใหญ่และลูกดกมากเป็นพิเศษ

“ทุกปีช่วงหน้าแล้งราคามะนาวจะพุ่งสูงมาก เนื่องจากมีผลผลิตออกมาน้อย จากปกติเคยซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 8-10 บาท แต่ปีนี้ จ.สุโขทัย เกิดภาวะแล้งหนัก ทำให้มะนาวซึ่งเป็นพืชชอบน้ำติดดอกและออกลูกน้อยมาก เมื่อมะนาวที่สวนมีผลผลิตออกมาในช่วงนี้ก็นับว่าเหมือนถูกหวย เพราะจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวน โดยให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60-70 บาท และคาดว่าหากสถานการณ์ยังแล้งต่อไปอีก ราคามะนาวอาจพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท หรือตกลูกละประมาณ 8-10 บาท อย่างแน่นอน” นายกิตติชัย เจ้าของสวนมะนาวกล่าว

ที่มา>>>Thairath