ภาพหญิงสาวสวมชุดครุยกราบแม่คนกวาดขยะ ชื่นชมกตัญญูทั่วโซเชียล

 * ภาพหญิงสาวสวมชุดครุยกราบแม่คนกวาดขยะ ชื่นชมกตัญญูทั่วโซเชียล *

วสวมชุดครุยกราบแม่คนกวาดขยะ

ภาพหญิงสาวสวมชุดครุยกราบแม่คนกวาดขยะ ชื่นชมกตัญญูทั่วโซเชียล ชี้ ไม่เคยอายที่แม่ทำอาชีพอะไร แต่อายที่ดูแลท่านไม่ดี

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างมีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก หมวย เกี๊ยะ โดยเป็นภาพหญิงสาวในชุดครุยรับปริญญา ก้มกราบแม่ที่เป็นคนกวาดขยะ พร้อมกับข้อความว่า ไม่เคยอายที่แม่ทำอาชีพอะไร แต่จะอายที่ดูแลท่านไม่ดี อาชีพที่ต่ำในสังคม อาจจะปั้นคนมาไม่แล้วหลายชีวิต

วสวมชุดครุยกราบแม่คนกวาดขยะ

สำหรับผู้ที่พบเห็นภาพดังกล่าว ต่างชื่นชมในการกตัญญูครั้งนี้ของสาวคนดังกล่าว พร้อมบอกว่า ไม่จำเป็นต้องรวย ก็สามารถเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีได้ คนกตัญญูทำอะไรก็เจริญเสมอ

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมวย เกี๊ยะ

วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน

 * วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน *

เหยื่อ SCB 8 ศพ

นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ แถลงเหยื่อการตาย จากเหตุ SCB ไม่ใช่เพราะขาดออกซิเจน แต่เป็นการสูดเอาสารดับเพลิงไพโรเจนเข้าไปมาก จนร่างกายรับไม่ไหว

วันที่ 18 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีบริษัทผู้รับเหมาปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย อาคารเอสซีบี ปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ จากระบบแอโรซอล หรือไพโรเจน เป็นระบบก๊าซไนโตรเจน แต่เกิดเหตุขัดข้องจนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเชื่อว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการขาดออกซิเจนตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการสูดดมเอาสารดับเพลิงแอโรซอล ซึ่งเป็นผงฝุ่นละเอียดสูง มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เข้าไปในร่างกายและสัมผัสสารเป็นเวลานานกว่า 15 นาที ทำให้เข้าไปปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ จนเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ออกซิเจนในสมองลดลงและเสียชีวิตลงดังกล่าว

เหยื่อ SCB 8 ศพ

อ่านเพิ่มเติม วสท. แจงเหยื่อ SCB 8 ศพ สูดสารไพโรเจนมากเกิน ไม่ใช่ขาดออกซิเจน

สั่งย้าย เทศกิจในคลิปฉาวไถเงินฝรั่ง พร้อมบทลงโทษขั้นหนัก

 * สั่งย้าย เทศกิจในคลิปฉาวไถเงินฝรั่ง พร้อมบทลงโทษขั้นหนัก *

เทศกิจไถเงินฝรั่ง

รองปลัดกรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการ เทศกิจที่ปรากฏในคลิปฉาวหลังคลิปไถเงินฝรั่งแพร่ว่อนโซเชียล พร้อมประกาศบทลงโทษทางวินัยขั้นหนักหากกระทำผิดจริง

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอเทศกิจจับชายชาวต่างชาติข้อหาทิ้งขยะย่านสนามหลวง โดยมีการหยิบเอาเงินจากกระเป๋าอีกฝ่ายไปหลายพันบาทเป็นค่าปรับ จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์อย่างมากนั้น (อ่านข่าว : แฉสนั่น เทศกิจจับชายต่างชาติทิ้งขยะนอกพื้นที่ตัวเอง-หยิบเงินไปหลายพัน)

ล่าสุด (16 มีนาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งย้าย นายไพโรจน์ ทินโน เทศกิจในคลิปดังกล่าวให้ไปช่วยราชการงานฝ่ายปกครองชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมยืนยันว่าเทศกิจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ข้ามเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบได้ โดยพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ กทม.

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จแล้ว คาดว่าจะได้บทสรุปภายใน 3 วัน พร้อมจะมีการเชิญตัวเจ้าของคลิป สำนักงานเขตในปกครอง และนายไพโรจน์ มาให้ข้อมูล ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกระทำความผิดจริงจะดำเนินการตามวินัย คือ มีโทษถึงขั้นให้ออก

‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่ยอมให้ประเทศแตกแยก วอนทุกฝ่ายอย่าหวงอำนาจ

บิ๊กตู่1

นายกฯ เปิดงานระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 2 บอกอ่านข่าวแล้วปวดหัว มีทั้งเรื่อง “รธน.-ประชามติ-ปชต.” ขอทุกคนตามให้ทัน  บ่น “รำคาญคนยิ่งกว่ายุง” ลั่นไม่ยอมให้ประเทศแตกแยก ถ้าแตกอีกก็จะรวมใหม่ วอนทุกฝ่ายอย่าหวงอำนาจ

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.59 ที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 2 เรื่อง “ผลิตชิ้นส่วนระบบรางอย่างไรให้ได้มาตรฐาน” พร้อมกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ตอนเช้าแทนที่จะอารมณ์ดี แต่อ่านข่าวมีทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชาธิปไตย ปวดหัวไปหมด ตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ ขอให้ทุกคนช่วยกัน และตามให้ทันว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้ตนมองดอกไม้ก็เจอยุง ซึ่งถือว่ารำคาญทั้งยุงทั้งคน แต่คนจะเยอะกว่ายุงและน่ารำคาญกว่ายุงอีก

บิ๊กตู่2

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราจำเป็นต้องเดินหน้าประเทศ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปและกลไกที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เดินไปข้างหน้าได้ โดยรัฐบาลวางอนาคตข้างหน้าให้สำหรับทุกคน ไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ คิดเพียงแต่ว่าผลประโยชน์ต้องเป็นของคนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลต่อไปก็ต้องทำให้สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้และต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่า การเปลี่ยนแปลงต้องดูว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อกลไกการเมืองไม่เข้มแข็ง จึงต้องหาทางพัฒนา ประเทศไทยจะได้มีที่ยืนในเวทีโลกไม่ใช่ยืนอยู่คนเดียว เพราะคิดต่าง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนเข้ามา ไม่ใช่ว่าตนเก่ง แต่ต้องศึกษาและทำให้เกิดรูปธรรมที่เราวางไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2565 หากไม่เกิดความขัดแย้งการพัฒนาจะสามารถเริ่มต้นได้ในปีนี้ แต่เราจะรักษาเสถียรภาพได้ไปถึงเมื่อไหร่ เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน จึงอยากให้นักการเมือง ข้าราชการ และทุกคน เลิกมองแต่ตัวเอง แต่ให้มองอนาคตของประเทศ และพัฒนาร่วมกันให้ประเทศเข้มแข็ง อาเซียนเข้มแข็งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด และแม้รัฐบาลนี้จะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็มีหลายคน หลายประเทศที่มั่นใจว่าเราจะเดินหน้าไปได้มาสนับสนุนตนให้พัฒนาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม ยิ้มตลอด แต่ยิ้มไปทะเลาะไป ตนพูดความจริง แล้วใครทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น สิ่งต่างๆที่ทำให้การพัฒนาล่าช้า เพราะคนไทยที่ต้องร่วมมือกัน ยืนยันจะเร่งรัดตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะถูกจับตามองและตนเข้ามาจัดระเบียบประเทศให้ปลอดคอร์รัปชัน เวลาไปต่างประเทศก็ถูกทวงถามถึงโครงการต่างๆ ที่สัญญากันไว้ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ ทวงตนทุกวัน เลยสงสัยว่าเสียเงินเสียทองให้ใครไปหรือไม่ จึงอยากให้บอกมาเลยจ่ายให้ใครจ่ายไปเมื่อไหร่ แล้วทำไมทำไม่ได้ก่อนที่ตนจะเข้ามา หากมีการทุจริตก็เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา แต่ตนเคารพหลักการความร่วมมือของต่างประเทศ แม้จะเข้ามาอย่างไร ตนก็รักษาสัญญา และขออย่ามาวิ่งเต้นในเรื่องต่างๆ กับตนเพราะรำคาญ หากทำได้ก็จะทำ หากไม่ได้ก็ไม่ทำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องมุ่งที่ความเข้าใจ ไม่ใช่มุ่งแต่อำนาจ ไม่ใช่หมายถึงตน แต่หมายถึงใครก็แล้วแต่ที่มีอำนาจ เพราะอำนาจไม่ใช่สิ่งที่หามาง่าย แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีอำนาจที่จะบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่มีอำนาจไว้ขู่เข็นคนทั้งโลก และใครจะรักหรือชอบใครไม่ว่า ขออย่าเกลียดประเทศและแยกประชาชน ซึ่งเหมือนเพลงชาติไทยที่บอกว่ารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ ที่เราร้องกันทุกวันแต่ก็ทะเลาะกันทุกวัน เพราะมาจากหลายเชื้อชาติ ใครไม่เข้าใจก็ช่าง แต่ต้องรวมกันเป็นประชารัฐ วันนี้รวมกันได้ก็จะแตกกันอีก แต่ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้าแตกอีกตนก็จะรวมกันอีก ทุกคนต้องร่วมมือกันให้ได้อย่าหวงอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของประชาชน เรามารับใช้ประชาชน ตนไม่ใช่นักการเมืองจึงไม่ทำแบบนักการเมือง

ทั้งนี้ ระหว่างบรรยาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมลุกขึ้นยืนชูมือ ยืดเส้นยืดสาย เพื่อไม่ให้ง่วงนอนหรือเกิดความเบื่อหน่าย ก่อนจะบรรยายต่อว่า จากนี้ไทยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ในภูมิภาค ต้องสร้างแรงจูงใจในการลงทุนในเรื่องสิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ขณะเดียวกันยังชี้แจงคำสั่งมาตรการ 44 ไม่ได้สั่งยกเลิกรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แต่อยากให้เกิดความรวดเร็ว หรือทำแบบคู่ขนานกันไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง พร้อมจะดูแลประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากโครงการไหนควรทำ ก็ต้องทำ ขออย่าบิดเบือน เว้นแต่พวกที่ไม่รักษากฎหมายที่กฎหมายปกติยังไม่เคารพ

โดยตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า รู้สึกสบายที่ได้พูดปัญหาทุกอย่างในวันนี้.

ที่มา>>>Thairath

จ่อดำเนินคดี 2 บริษัท เหตุไพโรเจนรั่ว ‘เอสซีบี’ ยังไม่สรุปความผิดใคร!

scb1

ผู้บังคับการ พฐ.คาด เหตุไพโรเจน รั่วที่ ‘เอสซีบี‘ เกิดจากระบบตรวจพบฝุ่นฟุ้งกระจายจากการซ่อมบำรุง ด้าน ‘ศานิตย์’ เผย ยังไม่สรุปเป็นความผิดของใคร รอผู้เชี่ยวชาญสอบอีกครั้ง จ่อดำเนินคดี 2 บริษัทเอกชน ไม่ทำตามขั้นตอนหลังเกิดเหตุ ทำคนเจ็บตาย จำนวนมาก …

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระบบป้องกันอัคคีภัยของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รั่วไหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากว่า ธนาคารยืนยันว่า ระบบไพโรเจนป้องกันอัคคีภัย ณ ปัจจุบัน เป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่อาจจะเกิดข้อผิดพลาดส่วนบุคคล ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นความผิดของใคร เนื่องจากต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบโดยละเอียดก่อน ขณะเดียวกัน ห้องดังกล่าวเป็นห้องความมั่นคงสูง มีเอกสารสำคัญจำนวนมาก บุคคลที่เข้าออกได้จึงถูกจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

นอกจากนี้ พลตำรวจโท ศานิตย์ ยังยืนยันว่า จะมีการดำเนินคดีกับเอกชน อย่างน้อย 2 บริษัท ที่ละเลยเมื่อเกิดเหตุไม่ทำตามขั้นตอนปฏิบัติที่กำหนด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

scb2

ด้าน พลตำรวจตรี ธวัชชัย เมฆประเสริฐกุล ผู้บังคับการพิสูจน์หลักฐานกลาง หรือ พฐ. กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดจากระบบตรวจพบฝุ่นฟุ้งกระจายจากการซ่อมบำรุง เพราะในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการระเบิดหรือเพลิงไหม้ ส่วนคราบสีดำเพดานและพื้น คาดว่าจะเป็นร่องรอยการทำปฏิกิริยาของสารเคมีดังกล่าว อีกทั้งธนาคารอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากไพโรเจนเป็นไนโตรเจน จึงต้องทำการเซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ รวมถึงอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่นำเข้าไปในการซ่อมบำรุง ว่าสิ่งใดที่เป็นปัจจัยให้ระบบทำงานขึ้น รวมถึงขณะที่พนักงานซ่อมบำรุง เข้าดำเนินการได้ปิดระบบไพโรเจน แล้วใช้ระบบไนโตรเจนหรือไม่.

ที่มา>>>Thairath

องอาจ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรี 12 ปี ให้เด็กไทย

องอาจ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรีเด็กไทย 12 ปี กระตุกรัฐต้องให้ความสำคัญกับเด็กแรกเกิด-ก่อนวัยเรียน…

วันที่ 14 มี.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ก่อนส่งรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ในวันที่ 29 มี.ค. 2559 เพื่อให้ประชาชนลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับ ว่า ยังมีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่เคยนำเสนอให้ กรธ.พิจารณาปรับแก้ แต่ยังเงียบอยู่ คือเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กไทย ที่ กรธ. ไปลดสิทธิของเด็กไทยที่จะได้เรียนฟรี 12 ปี อย่างมีคุณภาพ ลงเป็นเหลือแค่ 9 ปี ในมาตรา 50 ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย”

ขณะที่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติส่วนที่ 8 สิทธิ และเสรีภาพในการศึกษา มาตรา 49 ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” จึงขอเรียกร้องให้ กรธ.คืนสิทธิของเด็กไทยที่เคยได้เรียนฟรี 12 ปี เหมือนเดิม

นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนขอเสนอให้ กรธ.ให้ความสำคัญกับการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้รัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กแรกเกิด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการของเด็กให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งร่างกาย และสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาการทางสมองของเด็ก เมื่อเด็กเติบโตเป็นวัยรุ่นจะไม่ก่อปัญหาให้กับสังคม และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพช่วยสร้างสรรค์ประเทศชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ถ้ารัฐไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนจริงจัง รัฐจะสูญเสียพลังสร้างสรรค์สังคม และต้องเสียเงินงบประมาณมากมายกับการแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เราไม่ช่วยกันพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพเท่าที่ควรตั้งแต่แรกเกิด ขอให้ กรธ.ให้ความสนใจเรื่องสิทธิของเด็กแรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนอย่างจริงจังด้วย

ที่มา>>>sanook

ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

 * ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง *

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก1

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก

ประชาชนตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า อายุกว่า 600 ปี หลังวิหารหลวงพ่อเหลือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

วันที่ 11 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ต้นมหาโพธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “มหาโพธิ์สามเส้า” หลังวิหารหลวงพ่อเหลือ หน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผลัดใบเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้ใบโพธิ์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเกือบหมดทั้งต้น ดูสวยงามแปลกตา ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชม หรือผู้ที่มากราบสักการะองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

สำหรับที่มาของต้นมหาโพธิ์สามเส้า เมื่อปี 1900 พระยาลิไท ได้รับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา มารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก เรียกว่า พระเหลือ และพระสาวกยืน อีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองได้นำมารวมกันบนฐานชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้น บนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นหนึ่งหลัง อัญเชิญพระเหลือ กับพระสาวกไปประดิษฐาน เรียกว่า วิหารพระเหลือ รวมอายุต้นโพธิ์และวิหารพระเหลือดังกล่าว คือ 659 ปี

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

 * มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา *

อรพรรณ บุญกล่อม

อรพรรณ บุญกล่อม

ผู้ต้องหาฆ่าโหดสาวการท่าฯ สารภาพลงมือสังหารแฟนสาวที่คบหามา 6 ปี เพราะถูกนอกใจ แถมพูดจาเสียดสี..เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมหมกพงหญ้า บริเวณ ต.หนองปลาไหล และจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวอรพรรณ บุญกล่อม อายุ 28 ปี พนักงานท่าอากาศยานดอนเมือง ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับกุม นายธนัฐพงศ์ กุลรักษา เจ้าหน้าที่คาร์โก้สายการบินแห่งหนึ่ง แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้

โดยนายธนัฐพงศ์ กุลรักษา ผู้ต้องหาในคดี ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนและแฟนสาวคบหาเป็นแฟนกันมา 6 ปี และมีการวางแผนแต่งงานในเร็ว ๆ นี้ กระทั่งในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ตนได้รับแฟนสาวไปกินข้าวและดูหนัง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะขับรถเตรียมไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักย่านถนนสรงประภา เกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนจับได้ว่าแฟนสาวคบกับผู้ชายคนอื่นอยู่ ประกอบกับแฟนของผู้ชายที่คบแฟนสาวตนเองได้ส่งภาพตอนที่ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันมาให้ตน เมื่อตนนำภาพดังกล่าวให้แฟนสาวดูก็ถูกแฟนสาวต่อว่าด้วยถ้อยคำเสียดสีรุนแรง โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่” ทำให้ตนบันดาลโทสะ ใช้มีดพกที่พกติดตัวเป็นประจำแทงแฟนสาวจนเสียชีวิต หลังจากนั้นตนได้ขับรถนำร่างแฟนสาวไปทิ้งบริเวณป่าข้างทางในพื้นที่ จ.สระบุรี และเมื่อกลับถึงห้องพักตนก็ได้นำเอกสารของแฟนสาวไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน รวมถึงนำพรมรองเท้าที่เปื้อนเลือดในรถไปซัก

อ่านเพิ่มเติม มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง

 * เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง *

เจ้าอาวาสคดีข่มขืน

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ เบื้องต้นปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุโดนใส่ร้ายจากถูกตรวจสอบทรัพย์สิน ด้านเจ้าคณะ ให้ความยุติธรรมเต็มที่ เปิดข้อมูลเป็นพระปฏิบัติ ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงกว่า 30 ปี

จากกรณีที่มีสาวเจ้าหน้าที่พัสดุโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้ามาแจ้งความเอาผิดเจ้าอาวาสวัดดัง เนื่องจากถูกข่มขืนรวม 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557-2558 เนื่องจากกลัวโดนไล่ออก รวมถึงมีครูโรงเรียนวัดดังกล่าว เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมว่าเป็นเหยื่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสคนดังกล่าวได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว พร้อมกับระบุว่า สาเหตุที่โดนแจ้งความ เพราะมีความขัดแย้งคู่กรณีที่ถูกตรวจสอบรายการทรัพย์สินของโรงเรียน

ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประทาย จ.นคราชสีมา ได้เชิญเจ้าอาวาสมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งก็ได้มีการปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะโดนใส่ร้ายจากปมตรวจสอบทรัพย์สินของโรงเรียน

ด้านพระครูสุธรรมานุรักษ์ เจ้าคณะ อ.ประทาย เปิดเผยว่า ได้ติดตามกรณีนี้ตลอด และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์จะรู้ผล ถ้าหากมีความผิดจริง ก็จะถูกเอาผิดทางวินัยโดยให้ลาสิกขาตามระเบียบทันที ส่วนความผิดทางอาญา เป็นไปตามหลักฐานของตำรวจ แต่สุดท้าย จะให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนตัวนั้น ทราบว่า พฤติกรรมเจ้าอาวาสคนนี้เป็นพระปฏิบัติกว่า 30 ปี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียเกี่ยวกับผู้หญิง
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tnamcot

 

พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง

 * พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง *

แกงถุง 10 บาท น่าน

แกงถุง 10 บาท น่าน

พ่อค้าน่านใจดี ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง รับประกันถูก อร่อย สะอาด เผยอยากจะช่วยคนรายได้น้อยและมีความสุขที่ได้ทำ

เรียกได้ว่าสวนกระแสข้าวยากหมากแพงจริง ๆ สำหรับพ่อค้าใจดีคนนี้ ที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่ วัตถุดิบจะแพงขนาดไหน แต่ก็ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท อย่างนี้มานานถึง 6 ปีแล้ว โดยรายงานระบุเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ว่า พ่อค้ารายนี้ชื่อ นายสมหวัง เหล่าหล่าย อายุ 44 ปี ขายข้าวแกงอยู่ที่บ้านมหาโพธิ์ ถ.มหายศ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท และสาเหตุที่ไม่ปรับราคาก็เพราะเห็นใจลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาและเป็นคนทำงานมีรายได้จำกัด จึงอยากจะเป็นทางเลือกในการช่วยแบ่งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ส่วนอาหารก็ทำขึ้นเองหมดเลย และขายที่หน้าบ้าน จึงไม่มีต้นทุนค่าเช่า

นายสมหวัง เล่าต่อว่า สำหรับกับข้าวนั้น ทำวันละ 10 อย่าง ก็มีทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หมุนเวียนเมนูกันไป เริ่มขายตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น ซึ่งลูกค้านอกจากจะเป็นนักศึกษาและคนรายได้จำกัดแล้ว คนขับรถเก๋งมาซื้อบ้างก็มี เพราะข้าวแกงของเราไม่ใช่ราคาถูกอย่างเดียว แต่เน้นคุณภาพ รสชาติ ความสะอาดด้วย ถึงตนจะได้กำไรน้อยแต่ก็พอใจและมีความสุขที่ลูกค้าซื้ออาหารของเราทาน นอกจากนี้ตั้งใจว่าจะขายราคาถุงละ 10 บาทไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำข้าวแกงขายไม่ไหว

ภาพและข้อมูลจาก
workpointtv.com