ไต่สวนนัดแรก ‘แม่ประนอม’ ร้องศาล ไม่ได้ถอนฟ้องลูกสาวโดยสมัครใจ

ศาลจังหวัดนครปฐม นัดไต่สวนนัดแรก ‘แม่ประนอม’ หลังยื่นคำร้อง ไม่ได้ถอนฟ้องลูกสาวคนโต ในความผิดเกี่ยวกับเอกสารฯ โดยความสมัครใจ ยืนยันเซ็นเอกสารให้ไปจริง โดยที่ไม่ได้ดูในรายละเอียด…

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 59 ศาลจังหวัดนครปฐม ได้นัดไต่สวนนัดแรกในคดีที่ นางประนอม แดงสุภา หรือ แม่ประนอม ได้ยื่นคำร้องต่อศาลใหม่ ว่า ไม่ได้ถอนฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโตและพวกโดยสมัครใจ ในคดีหมายเลขดำที่ 861/2558 ซึ่ง นางประนอม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางศิริพร และ นายกำธร ประยูรสตางค์ ทนายความของนางศิริพร ต่อศาลจังหวัดนครปฐม ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร, ฉ้อโกง และความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 และ 341‘แม่ประนอม’ นางประนอม แดงสุภา ขึ้นศาลไต่สวนคดีฟ้องบุตรสาวคนโต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนถึงเวลาที่ศาลนัด คือ 09.00 น. นางประนอม แดงสุภา พร้อม น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา บุตรสาวคนรอง และทนายความ ได้เดินทางมาศาล และเข้าไปในห้องพิจารณาคดี โดยที่ แม่ประนอม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เซ็นเอกสารที่ นางศิริพร นำมาให้ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นเอกสารอะไร ซึ่งตนพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงต่อศาล

อย่างไรก็ตาม การไต่สวนในครั้งนี้ ศาลไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่มากันเป็นจำนวนมาก เข้าไปร่วมรับฟังด้วย ส่วนการพิจารณา อยู่ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจว่าจะทำการไต่สวนมูลฟ้องไปเลย หรือจะให้คู่ความมาไกล่เกลี่ย หรือเจราจากันก่อน.

ที่มา>>>Thairath

อดีต ส.ส.ปชป. จี้ ฟันวิทยุชุมชนเถื่อน บิดข้อเท็จจริงให้ร้ายชาติ

“วิรัตน์” จี้เจ้าหน้าที่รัฐจัดการวิทยุชุมชนเถื่อนบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ร้ายประเทศ พร้อมหนุนใช้ ม.44 เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่กำกับดูแลหากละเลย…

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุผ่านสื่อต่างประเทศ คนที่หลบหนีในต่างประเทศกล่าวให้ร้ายรัฐบาล คสช.จับคนขังคุกนับพัน
ฆ่านักข่าวนับร้อยและจับประชาชนคลุมหัวด้วยถุงดำ ว่า เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นายกฯ เปิดเผยต่อสื่อต่างประเทศ และเป็นข้อเท็จจริงที่คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ทราบดีว่าเรื่องเหล่านี้เป็นการโกหกที่มีกระบวนการจัดตั้ง เพื่อบิดเบือนความจริงที่ยังทำโดยต่อเนื่อง โดยมีคนที่นายกฯ ระบุถึง รวมทั้งบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกว่าจ้างในต่างประเทศหลายแห่งทำงานรับลูกเป็นทอดๆ เพื่อตอกย้ำชุดความคิดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มแกนนำสีเสื้อบางคน บางกลุ่มที่หลบหนีคดีนอกประเทศร่วมกันกุข่าวเป็นระยะๆ

ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐสกัดสื่อวิทยุชุมชนเถื่อนที่ยังลักลอบกระจายข่าวเท็จในบางภาค ซึ่งมีกฎหมายที่สามารถเอาผิดได้ แต่หากบางหน่วยงานที่คุมสื่อวิทยุยังละเลย สมควรที่ คสช.จะใช้มาตรา 44 เปลี่ยนตัวคณะผู้บริหารที่กำกับดูแล พร้อมส่งหน่วยจิตวิทยาชุมชนลงทำความเข้าใจกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา>>>Thairath

แกรนด์แคนยอนอุบลฯ น้ำเป็นกรด เตือนอย่าสัมผัสอาจระคายเคือง

หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบแกรนด์แคนยอนอุบลฯ ห่วงจมน้ำถึงชีวิต เร่งหามาตรการป้องกันปลอดภัย ขณะสิ่งแวดล้อมภาค 2 ยัน ผลตรวจน้ำเบื้องต้นเป็นกรดอ่อน ไม่ควรสัมผัสอาจระคายเคือง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 เม.ย. 59 หลังจากที่บึงแสนโคตร หรือ แกรนด์แคนยอนอุบลราชธานี บ้านหนองไหล ต.หนองขอน อ.เมืองอุบลราชธานี ถูกเผยแพร่ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามวันละ 2,000-3,000 คนต่อวันนั้น ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความปลอดภัยและคุณภาพน้ำในบึงก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคาดจะมีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมถึงวันละกว่า 5,000 คนนักท่องเที่ยว ยังเข้าชม แกรนด์แคนยอน เมืองอุบลราชธานี

นายมนต์ชัย จันทร์ศิริ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การตรวจสอบน้ำทางภาคสนามวันนี้ ได้เก็บตัวอย่างน้ำในบึงทั้งหมด 5 จุด เพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์รู้ จึงจะทราบผลคุณภาพน้ำทั้งหมด เบื้องต้นมีการตรวจวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง และค่าออกซิเจนละลายน้ำ จากการตรวจ 4 จุด พบว่าค่าออกซิเจนละลายน้ำอยู่ที่ 7.1-7.4 มิลลิกรัมต่อลิตร ถืออยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ที่ 4.8-5.4 ถือว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด น้ำค่อนข้างเป็นกรดอ่อน และมีแนวโน้มที่จะเป็นกรด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำอาจจะมีการระคายเคืองได้

ด้าน พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ แสงจันทร์ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า ในวันที่ 4 เม.ย. 59 นายอำเภอจะเรียกประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง และกำหนดมาตรการระยะยาวออกมา ในขั้นต้นขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ช่วยดูแลความปลอดภัยก่อน พร้อมฝากถึงประชาชนที่มาเที่ยวว่า ถ้าไม่จำเป็นอย่าลงไปบริเวณบึง เพราะทางเดินเป็นคันดินธรรมดาไม่มีที่จับยึดและแคบ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกมีค่อนข้างสูง อีกทั้งน้ำมีความลึก ซึ่งหากไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือจะไม่สามารถขึ้นด้วยตัวเองได้ เพราะเป็นพื้นที่ดินเหนียวปนทรายจะทำให้ลื่นมากเวลาเปียกน้ำ และหากตกลงไปจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง กว่าทีมกู้ภัยจะเข้าถึง จึงขอให้ใช้ความระมัดระวัง หากไม่จำเป็นไม่ควรจะลงไปโดยเด็ดขาด
ฝ่ายสิ่งแวดล้อมภาค 2 ยัน น้ำในแกรนด์แคนยอน เมืองอุบลฯ ผลเป็นกรดอ่อน ห้ามสัมผัส อาจเกิดการระคายเคือง

ขณะที่ นายทองแดง มณีพงษ์ นายก อบต.หนองขอน กล่าวว่า ได้มีมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ด้วยการติดป้ายเตือน ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ พร้อมให้ผู้นำชุมชนประชาสัมพันธ์ ห้ามวิ่ง ห้ามหยอกล้อกันระหว่างเดินถ่ายรูปบนคันดิน นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวรยาม อปพร. ในพื้นที่คอยสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ส่วนในช่วงเย็นกำหนดเวลา 18.30 น. ต้องให้นักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ทั้งหมด เพราะยังไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ส่วนการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปในอนาคตนั้น ต้องดูเรื่องความพร้อมของงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาร่วมกัน.

ที่มา>>>Thairath

พร้อมแล้ว ลูกผู้ชายไทยรับใช้ชาติ! 1 เม.ย. เริ่มวันแรก เกณฑ์ทหารปี 59

เริ่มแล้วทั่วประเทศ การคัดเลือกชายไทยเข้ากองประจำการ เป็นทหารรับใช้ชาติของปี 2559 ที่ จ.ขอนแก่น วันแรกมี 4 อำเภอ ยังไร้แววหนุ่มสวย สาวประเภท 2 ชี้ ผู้ใดหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาทำการตรวจเลือก จะถูกตราหน้าว่าหนีทหาร…

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 เม.ย. 59 วันแรกของการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2559 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพระยืน จ.ขอนแก่น มีการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหาร 9 บรรยากาศโดยทั่วไปมีครอบครัว ผู้ใหญ่บ้าน ได้พาลูกบ้านที่เป็นชายอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ มาเข้ารับการคัดเลือก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไร้วี่แววสาวประเภทสอง
หนุ่มๆทั้งประเภท1 และประเภท2 เข้ารับการเกณฑ์ทหาร

ทั้งนี้ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายอำเภอพระยืน และ พ.ต.นิพนธ์ พุดละ สัสดีอำเภอพระยืน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตรวจ ฝ่ายปกครอง ได้มาดูแลความเรียบร้อย นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า อำเภอพระยืน มี 5 ตำบล 15 หมู่บ้าน มีจำนวนผู้เข้ารับการคัดเลือกทหารปี 2559 จำนวน 337 คน ซึ่งทำการคัดเลือกที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอแห่งเดียว และเสร็จสิ้นในวันเดียว

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินนั้น ในวันตรวจเลือกต้องนำหลักฐานทางทหาร และบัตรประจำตัวประชาชน แล้วให้นำหลักฐานการศึกษามาแสดงด้วย ผู้ใดหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก หรือมาแต่ไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ เพื่อรับหลักฐานใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี ผู้กระทำความผิดตามข้อนี้นี่เอง ที่มักเรียกกันว่า หนีทหาร

ชายไทย ที่อายุครบ21ปี ต้องเข้าร่วมรับใช้ชาติ เกณฑ์ทหาร ปี 2559

“ผู้มาเข้ารับการตรวจเลือก หากไม่สามารถใช้สิทธิ์ผ่อนผัน จะถูกกรรมการตรวจเลือก แบ่งออกเป็น 4 จำพวก คือ 1. คนที่มีร่างกายสมบูรณ์ดี 2. ไม่สมบูรณ์ดีแต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ 3. คนที่ไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้ เพราะป่วยและไม่สามารถรักษาให้หายได้ใน 30 วัน 4. พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคที่ไม่สามารถรับราชการทหารได้ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น 26 อำเภอ ทำการคัดเลือกทหารวันที่ 1 เมษายน จำนวน 4 อำเภอ คือ อ.พระยืน อ.บ้านแฮด อ.เปือยน้อย และ อ.ภูผาม่าน จากนั้นจะทำการคัดเลือกวันละ 4 อำเภอ จนถึงวันที่ 11 เมษายนนี้” นายอำเภอพระยืน กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

ตรวจเข้มเรือนำเที่ยวเกาะดังกระบี่ อึ้งพบทัวร์จีนเลี่ยงค่าธรรมเนียม

จนท.อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ จ.กระบี่ ตรวจเข้มเรือทัวร์ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย หวั่นอุบัติเหตุทางน้ำ เผย พบทัวร์จีนพยายามเลี่ยงค่าธรรมเนียม ไม่เข้าใกล้จุดเก็บค่าเข้าอุทยาน แต่ให้นทท.ดำน้ำดูปะการัง ใช้ประโยชน์ในเขตอุทยานฯ ยันจะออกเก็บจากเรือที่ไม่เข้าฝั่งด้วย

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ นำเรือออกตรวจใบอนุญาตการใช้เรือ และใบนายท้ายเรือจากเรือนำเที่ยว ที่เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ตและจากจังหวัดกระบี่ ในพื้นที่รอบๆ เกาะพีพี ตามอ่าวต่างๆ เช่น อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่ โดยพบว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนยุโรปพบว่ามีน้อย แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งหมดถือว่ามีจำนวนมากวันละนับหมื่นคนนายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ภายหลังจากที่อุทยานฯ ได้มีการเพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุทางน้ำ รวมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ป้องกันแนวปะการังเสียหาย โดยการผูกทุ่นป้องกันการทิ้งสมอ ผูกทุ่นไข่ปลา ป้องกันเรือห้ามเข้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ว่ายน้ำดูปะการัง แต่จากการตรวจสอบพบว่า ยังมีเรือนำเที่ยวที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ ก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือน

นายศรายุทธ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีทัวร์จีนพยายามหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน โดยเมื่อเข้าไปในอ่าวขึ้นฝั่ง เช่น อ่าวมาหยา จะมีบางส่วนไม่ลงจากเรือ เพื่อให้จ่ายค่าเข้าอุทยานน้อยลง และบางรายไม่นำนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่เก็บค่าธรรมเนียม แต่ให้นักท่องเที่ยวไปว่ายน้ำดูปะการังตามอ่าวแทน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะได้มีการออกตรวจและเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ไม่เข้าฝั่ง แต่เข้ามาใช้ประโยชน์ในเขตอุทยานฯ ต่อไป

ที่มา>>>Thairath

โจรใต้วางระเบิดแล้ว 8 จุดที่ยะหริ่ง จนท.เจ็บ 10 นาย ชาวบ้านตาย 2

คนร้ายก่อเหตุต่อเนื่องป่วนพื้นที่ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี ช่วงกลางคืนถึงเช้า เกิดเหตุ 7 จุด มีตำรวจบาดเจ็บ 5 นาย ชาวบ้านตาย 2 ก่อนกดบึมซ้ำอีกครั้งหน้าไปรษณีย์ฯ ขณะ อีโอดี และ พฐ.เข้าตรวจจุดเกิดเหตุ จนท.บาดเจ็บอีก 5 นาย…

จากเหตุการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 23.20 น. วันพุธ ที่ 30 มีนาคม ถึงเช้าวันพฤหัสที่ 31 มีนาคม 59 ได้เกิดเหตุวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดย พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.ยะหริ่ง รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด บริเวณเขตเทศบาลตำบลยะหริ่ง หมู่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จำนวน 7 จุด

จุดที่ 1 เกิดเหตุระเบิดขึ้น บริเวณหน้าตู้ ATM ธนาคารออมสิน บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรยะหริ่ง จุดที่ 2 เกิดเหตุระเบิด บริเวณตลาดนัด ริมถนนโกมุท จุดที่ 3 เหตุระเบิดบริเวณ หน้าธนาคาร ธกส. ยะหริ่ง

จุดที่ 4 เกิดเหตุระเบิด บริเวณร้านขายน้ําชา ถนนหน้าวัง เทศบาลตําบลยะหริ่ง จุดที่ 5 เกิดเหตุระเบิด บริเวณหน้าร้านขายของชํา ถนนหน้าวัง

จุดที่ 6 เกิดเหตุระเบิด ทางแยกถนนหน้าวัง เยื้องที่ทำการไปรษณีย์ยะหริ่ง แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ประจำ สภ.ยะหริ่ง บาดเจ็บ 5 นาย ทราบชื่อ 1. ร.ต.ท.ประภาส สร้อยสุนทร บาดเจ็บบริเวณใบหน้า 2. ร.ต.ท.นฤนาท หนูอุไร บาดเจ็บบริเวณแขนและขา 3. ร.ต.ท.นพวงศ์ ชุมแก้ว ถูกสะเก็ดบาดเจ็บบริเวณ แขนและขา 4. ส.ต.ท.เบญจรงค์ แก้วนวน บาดเจ็บบริเวณใบหน้าและศีรษะ 5. ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ ศรีพรหมทัศน์ บาดเจ็บบริเวณน่อง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี

จากนั้นเวลา 06.30 น. ของวันที่ 31 มี.ค. เกิดเหตุระเบิดจุดที่ 7 บริเวณหน้าไปรษณีย์ ยะหริ่ง แรงระเบิดทําให้ราษฎรเสียชีวิต 1 ราย คือ นายนิตย์ รอดเพชร อายุ 66 ปี และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายแวมาเฮง ควรเอกวิญ อายุ 71 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง

จากการสอบสวนทราบว่า เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 2 กำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิด ขณะชุดอีโอดี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดบริเวณ ม.3 บ้านบางปู อ.ยะหริ่ง เบื้องต้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง ทราบชื่อมี ส.ต.ต.สรายุทธ จินดาวัน, ส.ต.ต.นนท์ ทองชาติ, ส.ต.ต.พนา โพธิ์ป๊อ, ส.ต.ต.นพดล ยางทอง และ ส.ต.ต.ปรภาส โสภาพ ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ที่มา>>>Thairath

‘สัมพันธ์’ ลั่นขอวางมือทางการเมือง เตรียมส่งลูกสู้สนามเมืองคอน

สัมพันธ์

พอแล้ว!! “สัมพันธ์ ทองสมัคร” ประกาศวางมือทางการเมือง เตรียมดัน “ลูกสาว-ลูกชาย” ดีกรีปริญญาเอกไปให้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์คัดเลือก พร้อมส่งลงสมัคร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช แทน…

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่โรงแรมราวดี จ.นครศรีธรรมราช นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 13 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตทางการเมืองว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า ตนขอประกาศวางมือไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.อย่างแน่นอน เพราะอายุมากแล้ว ขณะนี้ได้เตรียมส่งลูกสาวและลูกชาย 2 คน ส่งไปให้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้คัดเลือก เพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช อย่างแน่นอน

โดยลูกสาวคนแรกของตนชื่อ ดร.ศศิมา ทองสมัคร อายุ 37 ปี เรียนจบด้านวิศวกรรม จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายสุพพัต ทองสมัคร อายุ 40 ปี เรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ซึ่งลูกสาวและลูกชายของตน พร้อมแล้วที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน โดยตนจะคอยดูแลอยู่เบื้องหลังของลูกทั้งสองคนต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เตือน! นทท.ให้อาหารลิงในพื้นที่ ‘มังกี้บีช’ ทำพฤติกรรมเปลี่ยน

 

อุทยานฯ กระบี่ เตือน นทท. ห้ามให้อาหารลิงในพื้นที่อ่าวลิง หรือ ‘มังกี้บีช’ ที่เที่ยวชื่อดังของจังหวัด หลังพบว่ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทำร้าย-แย่งอาหาร นทท. ชี้ เกิดจากคนชอบให้อาหารลิง ทำให้ไม่สามารถหากินเองได้ตามธรรมชาติของสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 59 นายศราวุธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ภายหลังจากได้ลงพื้นที่สำรวจที่อ่าวลิง หรือ มังกี้บีช แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พบว่าลิงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งมีสภาพแห้งแล้ง ลิงจะลงมาหาอาหารกินตามชายหาดที่มีนักท่องเที่ยว และหากนักท่องเที่ยวไม่ให้อาหารหรือน้ำ ก็จะเข้าไปแย่งชิง ทางอุทยานฯ จึงได้ติดป้ายห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารโดยเด็ดขาด เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของลิงให้กลับมาดังเดิม

ขึ้นป้ายห้ามให้อาหารลิง

นายศรายุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ลิงในอ่าวมังกี้ เมื่อได้ยินเสียงเรือแล่นเข้ามาก็จะรีบลงมาจากเขา แล้วเข้าไปขออาหาร เมื่อไม่ได้ก็จะแย่ง บางตัวมีการทำร้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการที่นักท่องเที่ยวไปเปลี่ยนพฤติกรรมให้อาหารลิง ที่ปกติจะอยู่กับธรรมชาติ ลิงบางตัวมีความฉลาด เปิดฝาน้ำได้ ดังนั้น ทางอุทยานฯ จึงได้ติดป้ายห้ามให้อาหาร และจัดเจ้าหน้าที่มาประจำ เพื่อแจ้งให้ไกด์นำเที่ยวจากบริษัททัวร์ต่างๆ ได้ทราบ หากนักท่องเที่ยวไปให้อาหารก็จะมีการตักเตือน และเปรียบเทียบปรับ เพื่อให้ลิงอยู่กับธรรมชาติมากที่สุด

ที่มา>>>Thairath

เช็กมาตรฐานการบิน วันที่ทุกมหา’ลัยเปิดสอนเกลื่อน

 

หลังจากสาขาการบินได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทุกสถาบันการศึกษา ก็แห่กันเปิดสอนสาขานี้กันให้พรึบ แต่จะได้มาตรฐานการเรียนการสอนแค่ไหน ยังไม่มีใครตอบได้ ด้าน สมศ. ออกมาแสดงความกังวลว่า การบินจะมีคุณภาพจริงหรือ แล้วสถาบันใดมีสถิติผลการประเมินคุณภาพสถานศึกษาด้านการบิน

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวถึงมาตรฐานการบินว่า สถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบันจะมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคณะ สาขา รวมไปถึงสถาบันนอกที่ตั้ง ตรงนี้เรามองว่าเป็นโอกาสทางการศึกษาก็จริง แต่โอกาสนั้นต้องมาพร้อมคุณภาพและมาตรฐานด้วย

อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้มีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านการบิน จำนวน 26 แห่ง โดยที่เปิดสอนในรูปแบบสถาบันการบินและคณะการบินจำนวน 5 แห่ง ซึ่งมี 3 แห่งที่ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558) และอยู่ในระดับคุณภาพดี คือ สถาบันการบินพลเรือน มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย มหาวิทยาลัยรังสิต และอีก 2 แห่งที่ได้เปิดสถาบันการบินเพิ่ม และจะได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559-2563) คือ มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ จังหวัดชลบุรี

สมศ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาอีก 21 แห่ง ก็มีผลการประเมินของ สมศ.อยู่ในระดับดี-ดีมาก แต่สถาบันการบินพลเรือน สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่เปิดสอนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินแบบครบวงจร มีจุดเด่นในด้านคุณภาพอาจารย์ และคุณภาพบัณฑิตที่จบแล้วมีงานทำ ซึ่งตั้งแต่ก่อตั้งมา ได้ผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินมาแล้วรวมกว่า 25,000 คน และจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม จึงอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก

ด้าน นาวาอากาศเอกจิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน กล่าวว่า สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มีภารกิจหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบิน และดำเนินกิจการเกี่ยวกับบริการช่างอากาศยาน บริการอากาศยาน และกิจการอื่นเกี่ยวกับกิจการการบิน เพื่อประโยชน์ในการผลิตบุคลากรดังกล่าว พร้อมทั้งยังเป็นสถาบันการศึกษาเฉพาะทางด้านการบิน ที่มีความครอบคลุมเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอนมากที่สุด และได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และตามมาตรฐานจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยได้รับรองการเป็นสมาชิกประเภทสามัญ Full Member, ICAO TRAINAIR PLUS Programme ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนมีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นคือ ไทยและอินโดนีเซีย

ที่มา>>>Thairath

‘บิ๊กตู่’ ยัน ใช้ ก.ม. เป็นธรรม เมตตาคนถูกปรับทัศนคติ ปกติ’ติดคุก’

 

‘บิ๊กตู่’ ย้ำ เมตตาคนถูกปรับทัศนคติแล้ว ปกติต้อง ‘ติดคุก’ “บิ๊กตู่” ถก ครม. แกล้งอ่านหนังสือสอน ประชาธิปไตย เปรย แก่แล้วต้องใช้ ก.ม.แทนใช้กำลัง ขอ ปชช.ใช้สิทธิลงประชามติ ร่าง รธน.ประชุม ครม. เผย ยังใช้เบนซ์กันกระสุนส่วนตัว ญค 1881 คันเดิม

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “การศึกษาสร้างชาติ ตลาดคลองผดุงฯ…สร้างสุข” ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1-24 เม.ย.นี้ โดยรูปแบบการจัดงานแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกระหว่างวันที่ 1-11 เม.ย. จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตและจัดทำโดยนักเรียน นักศึกษาและประชาชน ในราคาย่อมเยา ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. จัดงานเทศกาลสงกรานต์ และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 16-24 เม.ย. จัดงาน “Back to School” จำหน่ายชุดนักเรียนระดับอนุบาล-ระดับมัธยมศึกษา และอุปกรณ์การศึกษา

ทั้งนี้ ตัวแทนนักเรียนอาชีวะ จากวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพฯ ได้นำเครื่องสแกนรูปเท้า “ฟุตสแกนเนอร์” เพื่อใช้เป็นโมเดลวัดขนาดแผ่นยางรองรองเท้าเพื่อสุขภาพ จากแนวคิดของนักเรียน ซึ่งตัวแทนนักเรียนขอให้ นายกฯ ประชาสัมพันธ์เครื่องสแกนรูปเท้า โดยการทดลองสแกนเท้า แต่ นายกฯ ไม่สามารถถอดรองเท้าเองได้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ จึงได้เข้ามาช่วยถอดรองเท้าให้ ซึ่งผลการสแกนเท้า นายกฯ มีรูปเท้าที่ปกติถือว่าเป็นคนที่มีสุขภาพเท้าดี ทั้งนี้ ทางตัวแทนนักเรียนจะนำรูปเท้าที่ได้จากการสแกนมาผลิตเป็นแผ่นรองเท้าขนาดเบอร์ 42 นิ้ว มอบให้นายกฯ ต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำให้ครูผู้สอน สอนนักเรียนให้เกิดความเข้าใจเรื่องการเขียน ไม่ใช่มีคำตอบให้เลือก เด็กจะได้คิดเป็น วันนี้รัฐบาลโดย คสช.ได้ออกมาตรา 44 เพื่อใช้ในการปฏิรูปการศึกษาไปแล้ว ต้องทำให้ได้ ใครไม่ทำให้บอกมา วันนี้เราต้องปฏิรูป จากนั้น นายกฯ ได้หยิบหนังสือประกอบการเรียน เรื่อง “กระสอบเพื่อนรัก” พร้อมกล่าวว่า ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ และขอให้ไปบอกพ่อแม่ ผู้ปกครอง ว่าอย่าโกง ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากเราเป็นคนดีก็จะภาคภูมิใจและมีความสุข ซึ่งหนังสือเล่มนี้ดีมากในเรื่องการสร้างความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล จะต้องไม่มีความขัดแย้ง กฎหมายต้องมีความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ วันนี้รัฐบาล และ คสช.ก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่แล้ว

“เมื่อวานนี้ ผมในฐานะนายกฯ ก็ต้องสั่งทุกอย่าง แม้แต่ห้ามพริตตี้แต่งตัวโป๊ รวมทั้งการรื้อคดีต่างๆ นายกฯ ต้องสั่งเองเกือบทั้งหมด เพราะปล่อยปละละเลยมานาน นี่จึงเรียกว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และการจะไปเลือกตั้ง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ทุกคนมีสิทธิก็ขอให้ออกไปเลือกตั้งกันทุกคน ส่วนจะผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่ทุกคน ถ้าเห็นว่าดีก็ผ่าน ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องผ่าน เพราะทุกคนคือประชาชน ผมต้องฟังเสียงประชาชน ถึงมีอำนาจก็ไม่อยากใช้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบหนังสือแบบเรียน “วรรณคดีวิจักษ์” พร้อมแกล้งอ่านหน้าปกหนังสือว่า ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนอ่านกันหรือยัง เข้าใจกันหรือยัง จากนั้นทำทีเปิดหนังสือและอ่านเนื้อหา ซึ่งแตกต่างจากเนื้อหาในหนังสือ ว่า “ประชาธิปไตยต้องไม่มีความขัดแย้ง ไม่ทุจริต ไม่ขี้โกง ต้องเคารพกฎหมาย ไม่ใช่ทำผิดแล้วก็ไปอ้างสิ่งต่างๆ ว่าไม่รับกฎหมาย ไม่รู้ว่ารัฐบาลบริหารอะไร ออกมาพูด ปรับทัศนคติก็แล้ว ก็ยังไม่ยอม นี่ถือว่ามีเมตตาแล้ว ปกติต้องดำเนินคดี ต้องติดคุกไปแล้ว ผมขี้เกียจจะพูด” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชมเรื่องการเรียนการสอนศิลปะมวยไทย พร้อมสวมนวมและซ้อมต่อยมวย โดยบอกนักเรียนว่า ห้ามต่อยสวนมา ตอนหนุ่มๆ ตนชอบชกมวยมาก เพราะเป็นกีฬาของลูกผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่โชว์การเตะ ต่อย พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับมีการเซเล็กน้อย และกล่าวว่า “ผมแก่แล้ว ไม่เหมือนตอนหนุ่มๆ ตอนนี้ใช้กำลังไม่ได้แล้วต้องใช้กฎหมายอย่างเดียว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้ทำสัญญาซื้อรถเบนซ์ รุ่น S600 Guard sedan long จำนวน 4 คัน จาก บริษัท เมอร์เซเดส เบนซ์ จำกัด วงเงิน 78 ล้านบาท ซึ่งเป็นรถกันกระสุน คันละ 19.5 ล้าน รวมประมาณ 80 ล้านบาท โดย 2 คันแรก เพื่อใช้ในการรับรองแขกวีไอพีต่างประเทศ และเป็นรถประจำตำแหน่งใหม่ให้กับนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 คัน วันเดียวกันนี้ นายกฯ ยังคงใช้รถเบนซ์กันกระสุนส่วนตัวสีดำ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร คันเดิมที่เคยใช้ประจำ.

ที่มา>>>Thairath