กระจ่างเลย! “เอิร์น” จนมุม จนต้องคายความลับล่าสุดนี้ออกมา! และนี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากมรู้มานาน!ฟังแล้วโครตจุก!

หลังจากเราได้ติดตามข่าวสารเรื่องราวของ 3 สาวฆ่าหั่นศพมา ล่าสุด วันนี้รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องAMARIN TVHD ได้ออกมาเผยเรื่องราวอีกด้านที่กำลังสงสัยอยู่ว่า เจ้าหน้าที่เราเข้าใจผิดในบางอย่างหรือเปล่า เรามาดูกัน

เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่า ตำรวจไปพบบัญชีของเอิร์นแล้วปรากฏว่ามีเงินอยู่ในบัญชีเพื่อใช้หมุนเวียนกันเป็นล้านๆ!! ซึ่งพี่สาวของเอิร์นก็ออกมายืนยัน นอนยันแล้วว่า ไม่มีแน่นอน! งานนี้เรียกได้ว่าคดีพลิกกันเลยทีเดียว เพราะ หลายๆคนก็เคยตั้งข้อสงสัยมาก่อนหน้านี้แล้วว่าพนักงานที่ทำงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจะมีเงินเก็บในบัญชีเป็นล้านๆได้อย่างไร?

ชมคลิปนาทีที่ 2.13 เป็นต้นไป

ที่มา:YouTube: AMARIN TVHD / ที่มา: socialdara.com

ซีอาร์วีกระทืบเบรกตัวโก่ง! จู่ๆลุงโผล่วิ่งพรวดข้ามถนน สุดท้ายไม่ทันชนกระเด็นดับสลด!!

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนชายข้ามถนนเสียชีวิตบนถนนสายปทุมธานี-สามโคก กม.ที่3+600 หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาเวหาปทุม

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบศพชายนอนหงายจมกองเลือด มีบาดแผลแตกที่ศีรษะใกล้กันมีห่อผ้าตกอยู่ ห่างออกไป 10 เมตรพบรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา หมายเลขทะเบียน วท 1991 กทม.จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตกร้าว กันชนหน้าหลุด โดยมี นายสมเชิง ซุ่นเซ่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/69 หมู่ 4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตกใจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายชรัมภ์ ไชยมณี อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 6/7 หมู่ 5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
จากการสอบสวนนายสมเชิง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้านโดยขับอยู่เลนขวา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆผู้ตายก็วิ่งพรวดข้ามถนนมาอย่างกะทันหัน ตนพยามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้ผู้ตายอย่างแรงจนลอยขึ้นมากระแทกกระจกแล้วตกลงไปบนถนน จึงรีบลงมาช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าเสียชีวิตไปแล้วจากนั้นรับแจ้งตำรวจมาที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวนายสมเชิงไปสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลสามโคก ก่อนแจ้งให้ญาติทราบแล้วมารับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตายแล้วเจ้านาเดีย! จระเข้ยักษ์ 5 เมตรแห่งเมืองคอน คาดช้ำในตอนย้ายกรง ถูกชอร์ตไฟฟ้า

วันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เจ้านาเดีย” จระเข้ยักษ์ยาว 5 เมตร สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตแล้ว โดยสาเหตุเบื้องต้นนั้นพบว่า อาจจะเกิดจากความบอบช้ำในช่วงที่มีการจับและ ย้ายกรงหลายครั้งด้วยวิธีการชอร์ตด้วยไฟฟ้าให้สลบก่อนที่จะใช้เครนยก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บอบช้ำภายในทำให้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังภายในทุ่งท่าลาดโดยปิดข่าวเงียบ ไม่มีการแจ้งให้คนทราบแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า เจ้านาเดีย ได้หลุดออกจากกรงเมื่อช่วงน้ำท่วมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จนเจ้าหน้าที่ออกค้นหานานกว่า 5 วัน และไปพบอยู่ในคอกกวาง ซึ่งหลังน้ำลดเจ้าหน้าที่ได้นำไปอยู่ในกรงเสือเพราะกรงขังแข็งแรงกว่า

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเวทนา! แม่หมาถูกรถชนจนขาหักเดินไม่ได้ ยังต้องให้นมฝูงลูกน้อย (คลิป)

ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Papanggron Kalapaha โพสต์เรื่องราวสะเทือนใจ หมาแม่ลูกอ่อนถูกรถชนขาหรือสะโพกหัก ทำให้ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ แต่ยังต้องให้นมลูกน้อยอีกหลายตัวเป็นที่น่าเวทนา โดยที่แม่หมาตัวนี้ไม่มีคนช่วยเหลือแต่อย่างใดเพราะเป็นหมาจรจัดไม่มีเจ้าของ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่ถ่ายรูปแม่หมาตัวนี้มา ระบุว่า

 

 แม่หมาลูกอ่อน รถชน ขาหรือสะโพกอาจจะหัก” ไม่สามารถเดินได้” จึงขอความช่วยเหลือทุกท่าน เนื่องจากไม่มีเจ้าของ พิกัด 14/3 ม.5 ต.พลายวาด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณไม่ไกลจาก สนง.ที่ดิน เบอร์โทรผู้โพส 084 -003-0059(ฝน) เบอร์โทรผู้ขอความช่วยเหลือ 088 – 785-4800 (นุ่น)เบอร์โทรผู้อยู่ใกล้แม่หมาลูกอ่อน 082-418-5131 (น้ายุบ)

ขอบคุณที่มา Papanggron Kalapaha

หนุ่มสุดโหด จับแฟนสาวเปลือยก่อนลงมือซ้อมคว้ามีดฟันไม่ยั้งจนเสียชีวิต อ้างแค้นโดนโกหก

วันที่ 5 ก.พ. พ.ต.อ.สรวิศ เพ็ชรคำ ผกก.สภ.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมจับกุมนายดนุพล สาธุจรัญ อายุ 30 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 97/706 หมู่ 2 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรมนางสาวเทวิกา ตันติติยาการ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว เหตุเกิดเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

โดยพบในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ใกล้สำนักสงฆ์แก้ววิเศษ หมู่ 6 ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง เบื้องต้นได้รับแจ้งเบาะแสผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีใช้เส้นทางถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าเข้าสู่เขตเมือง นครราชสีมา พ.ต.อ.สรวิศ จึงประสานทางวิทยุสื่อสารให้กำลังออกติดตามเส้นทางที่คาดผู้ต้องหาจะใช้หลบหนี จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 40 กิโลเมตร จึงควบคุมตัวมาขยายผลการจับกุม

 นายดนุพล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เมื่อช่วงกลางดึกได้มีปากเสียงทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือทำให้แฟนสาวหนีไปนอนค้างบ้านเพื่อน จนกระทั่งมาเจอตัว จึงพากลับมาที่บ้านพัก เมื่อสอบถาม น.ส.เทวิกา โกหกพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงโมโห โดยจับแก้ผ้าแล้วลงมือซ้อมและใช้มีดดาบยาวที่วางอยู่ใกล้ที่นอน กระหน่ำฟันตามร่างกายเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่งและใช้ไม้ไผ่ตีที่หัวเป็นเหตุให้แฟนสาวเสียชีวิต หลังก่อเหตุได้พยายามหลบหนี แต่ถูกกำลังติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา
ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! หนุ่มเมืองผู้ดีเขียนจดหมายลาแฟนสาวชาวไทย ก่อนใช้ถุงคลุมหัวฆ่าตัวดับ

วันที่ 2 ก.พ. ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีชายชาวต่างชาติเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 95/27 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลต.ราไวย์

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบศพนายคริสโตเฟอร์ เจมส์ อายุ 55 ปี สัญชาติอังกฤษ นอนหงายอยู่บนเตียงในสภาพไม่สวมเสื้อ ที่หัวมีถุงพลาสติกสีดำคลุมและรัดด้วยเทปกาวที่ลำคอ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตไม่ตำกว่า 10 ชั่วโมง ตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านไม่มีร่องรอยรื้อค้น เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบจดหมายวางอยู่บนโต๊ะ 1 ฉบับ ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า “ผมรักคุณมาก แต่ไม่สามารถอยู่กับปัญหาได้อีกแล้ว ลาก่อนที่รัก” ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุให้คิดสั้นดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนให้เจ้าหน้าที่นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการชันสูตรตามขั้นตอนต่อไป

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแฟนสาวชาวไทยของนายคริสโตเฟอร์ ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจมาให้ปากคำเพิ่มเติม ทราบว่าเคยมีปัญหาทะเลาะกันในครอบครัวเมื่อหลายวันก่อนและออกจากบ้านไป กระทั่งในวันนี้กลับมาพบว่านายคริสโตเฟอร์มาเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนหาสาเหตุเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าผัวหึงโหด-บีบคอฆ่าเมียสาว ทิ้งลูกวัยขวบเศษนอนเฝ้าศพแม่ทั้งคืน

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ร.ต.อ.กัมพล อินทีวงศ์ รอง สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีหญิงสาวถูกฆ่าเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 4 ม.9 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก. พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา แพทย์เวร โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา มูลนิธิพุทไธสวรรย์ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ภายในห้องนอนพบศพน.ส.พรทิพย์ สุคนธสังข์ อายุ 30 ปี เป็นพนักงานของของคลินิกทำฟัน สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน สวมเสื้อสีขาว มีเลือดกระเด็นเป็นจุดๆ กางเกงกีฬาขาสั้นสีขาว

ใกล้กันพบมีดอีโตตกอยู่ ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า ที่บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ คล้ายกับถูกบีบคอ บริเวณคางมีรอยถลอก ปากแตก ตามแขนและมือทั้งสองข้างมีรอยเขี้ยวช้ำ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5-6 ชม.

จากการสอบสวนนางประภา สุคนธสังข์ อายุ 70 ปี ป้าของผู้ตาย ทราบว่า อาศัยอยู่กับหลานสาว และนายวิรัช แก้ววิเชียร อายุ 38 ปี หลานเขย โดยนายวิรัช ทำงานอยู่กรุงเทพฯ วิ่งรับส่งฟันปลอมตามคลินิกทำฟัน อยู่กินกับหลานสาวมาได้ประมาณ 2 ปี มีลูกด้วยกันเป็นหญิงอายุ 1 ขวบ 5 เดือน เมื่อช่วงหัวค่ำหลานสาวโทรศัพท์ถามวิรัชทราบว่ากำลังกลับบ้าน แต่จะกลับบ้านดึกเพราะมีประชุมที่ทำงาน
นางประภากล่าวว่า ต่อมา 21.00 น.นายวิรัชกลับมาบ้านและกินข้าวจากนั้นได้เข้าห้องนอนกับหลานสาวและลูกสาว ตนนั่งทำงานจนดึกไม่ได้ยินเสียงอะไร ได้ยินแต่เสียงร้องของลูกของหลานสาวเพราะไม่สบายอยู่ จากนั้นตนก็เข้านอนพร้อมกับลูกติดของหลานสาว จนช่วงเช้าเห็นว่าหลานไม่ตื่นเลยไม่อยากไปกวนเพราะเห็นว่าเป็นวันหยุด ได้เข้าไปในห้องนอนไปอุ้มลูกออกของหลานออกมา

นางประภากล่าวว่า ส่วนนายวิรัชได้ขับขี่รถจยย.ออกไป ไม่ทราบว่าออกไปตอนไหน จนช่วงเวลา 10.00 น. ตนเห็นว่าหลานสาวยังไม่ตื่น จึงไปปลุกพบว่าหลานสาวเสียชีวิตแล้ว ช่วงหลังๆมักจะมีปากเสียงกันเรื่องหึงหวงกันไม่คิดว่าหลานสาวจะมาถูกฆ่าเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงกันจนเกิดการลงไม้ลงมือกัน นายวิรัชใช้มือบีบคอจนน.ส.พรทิพย์เสียชีวิตแล้วหลบหนีไป ทิ้งลูกให้นอนเฝ้าศพแม่ทั้งคืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมเกรียติ จ.ปทุมธานี พร้อมกับติดตามตัวนายวิรัช สามีมาสอบอสวนเพื่อความกระจ่างของคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

“น้ำตาล ชลิตา” ในชุดเดรส ปักคริสตัล 200 เม็ด สวย แพง พร้อมขึ้นเวทีประกวดรอบพรีลิมินารี่

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2106 “สาวน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ตัวแทนประเทศไทย โดย เพจ Miss Universe Thailand ได้เผยแพร่ภาพ สาวน้ำตาล ที่จะใส่ขึ้นประกวดในรอบพรีลิมินารี่ ( Preliminary Competition) ในชุดราตรีหางปลาฟูสีดำ ตามชุดประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกีกว่า 200 เม็ดทั่วทั้งชุด พร้อมข้อความ ว่า จะทำให้ดีที่สุดในคืนนี้  ”  Accept me at my strongest, Support me at my weakest! I won’t let you down, I will do my best tonight!” (ยอมรับฉันเมื่อฉันเข้มแข็งที่สุด สนับสนุนฉันเมื่อฉันอ่อนแอที่สุด ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ฉันจะทำให้ดีที่สุดในคืนนี้)โดยในวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคมนี้ เวลา 18.00-20.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ที่ Mall of Asia Arena อ่าวมะนิลา กองประกวดมิสยูนิเวิร์สจะถ่ายทอดผ่าน Miss Universe Facebook จากนั้นเวลา 20.30 น. (เวลาประเทศไทย) จะมีการประกวดชุดประจำชาติ และเป็นครั้งแรกที่ชุดประจำชาติไทย Jewel of Thailand จะได้ขึ้นโชว์บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2016 ทั้งนี้ ชาวไทยสามารถร่วมโหวตได้ 4 วิธี (อ่านวิธีการโหวต)

ที่มา>>>ข่าวสด

สุพรรณฯ จัดยิ่งใหญ่ แสง สี เสียง งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เทิดพระเกียรติองค์ดำ

ว่าที่ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เผยว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้จัดระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าซึ่งเป็นกษัตริย์นักรบของไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือองค์ดำ

ว่าที่ร.ต.สุพีร์พัฒน์กล่าวว่า งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ไฮไลท์ของงานในทุกปี คือการแสดงแสง สี เสียงที่ยิ่งใหญ่ในศึกยุทธหัตถี โดยใช้เทคนิคสมัยใหม่ในระบบ Multi Dimensions คือมีทั้งการแสดงของนักแสดงจริงร่วม 700 ชีวิต เล่นฉากชนช้างยุทธหัตถี ร่วมกับจอภาพ LED ขนาดยักษ์ เกือบครึ่งสนามฟุตบอล สร้างภาพบนจอด้วยเทคนิค 3D Animation ใช้เทคนิค Computer Graphics ทำให้ดูเสมือนจริงแบบในภาพยนตร์ ภาพที่ออกมาจะทำให้ได้เห็นมิติ มุมมองที่แปลกใหม่ ของการเคลื่อนไหว ให้อารมณ์การต่อสู้ที่ดุเดือด สมจริง ยิ่งใหญ่

สำหรับการแสดงแสง เสียง เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ” มหาวีรกรรมยุทธหัตถี” เริ่มการแสดงเวลา 19.00 -20.15 น. ในวันที่ 26-29 มกราคม และ วันที่ 31 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ บัตรราคา 100 บาททุกที่นั่ง พร้อมทั้งมีการแสดงต่างๆ ในแต่ละวัน

อาทิ การแสดงของวิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี การแสดงโขน การแสดงเพลงอีแซว การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง มรดกลูกทุ่งไทย ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ รอบชิงชนะเลิศ ประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์ การประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง การประกวดสุนทรพจน์ด้วยสำเนียงเหน่อ ชมมหกรรมมวยไทย การแสดงดนตรีสตริง และลูกทุ่งจากศิลปินชื่อดัง ณ เวทีกลาง มีมุมถ่ายรูปสวยๆ มนต์เมืองฝันสุพรรณบุรี ในรูปแบบ 3 D ยิ่งใหญ่อลังการ

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮา! แม่ค้าเมืองโอ่ง ขนผลไม้ 3,000 กก. แก้บนหลวงพ่อสมหวัง หลังลูกสาวฟื้นตัวจากมะเร็ง

วันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่วัดกลางบางพระ หมู่ 4 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีแม่ค้าขายส่งผลไม้รายใหญ่จากตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี เดินทางมาแก้บนผลไม้ 3 ตัน มากกว่า 3,000 กิโลกรัม เพื่อแก้บนให้ลูกสาวมีสุขภาพดีขึ้นจากอาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าภายในลานวัดด้านหน้าหลวงพ่อสมหวัง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเนื้อปูนปางมารวิชัย หรือสะดุ้งมาร ที่มีขนาดหน้าตักความกว้าง 15 เมตร มีความสูงขนาด 30 เมตร ที่ลานด้านหน้าหลวงพ่อสมหวังขึ้นไปจนถึงบันได ได้จัดถาดผลไม้เรียงรายไว้เป็นจำนวนมาก ประกอบไปด้วยผลไม้ 5 ชนิด สับปะรด มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส้มเขียวขวาน แตงโม และกล้วย โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธี และพระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาสวัดกลางบางพระ ประพรมน้ำมนต์

นางสมบัติ เล็กเปี่ยม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ 1 บ้านปราโมท อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เผยว่าเป็นแม่ค้าขายผลไม้ตามฤดูกาลอยู่ในตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี วันนี้เดินทางมากับครอบครัว เพื่อแก้บนให้กับลูกสาวคือน.ส.สรินยา เล็กเปี่ยม อายุ 40 ปี นักศึกษาปริญญาเอก เอกบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ลาดพร้าว กทม.

หลังจากที่อธิษฐานจิตขณะที่ลูกสาวป่วยหนักและเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลใน กทม. ซึ่งตอนนั้นคิดว่าลูกสาวกำลังจะสิ้นใจแล้ว จึงอธิษฐานจิตนึกถึงหลวงพ่อสมหวังขอให้ช่วยลูกสาวให้มีชีวิตต่อสู้กับมะเร็งระยะที่ 4 และขอให้ลูกสาวรอดชีวิตจากโรคร้ายนี้ ปรากฏว่าร่างกายก็ดีขึ้น จนถึงปัจจุบันก็ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ได้บนบานไว้ จึงถือฤกษ์ดีใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนเดินทางมาแก้บนดังกล่าว สำหรับผลไม้กว่า 3,000 กิโลกรัมนี้ หลังเสร็จสิ้นพิธีส่วนหนึ่งได้มอบให้วัด อีกส่วนหนึ่งนำไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและประสานโรงเรียนแหลมบัววิทยา และโรงเรียนวัดศรีมหาโพธิ์ มารับไปแจกจ่ายให้กับเด็กนักเรียนได้รับประทานกันอีกด้วย

ขณะที่ น.ส.สรินยา เผยว่า ตนรู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งในระยะที่ 4 ตั้งแต่เดือนเมษายน 59 จึงเข้ารับการผ่าตัด แต่อาการแย่ลงและหนักขึ้น จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 59 ที่ผ่านมา ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพบว่าปอดอักเสบ มีน้ำในปอดและมีเชื้อราในปอด แต่ระยะที่ผ่านมาได้รักษาตัวโดยการให้คีโมไปแล้ว 13 ครั้ง ฉายแสงมา 30 ครั้ง ปัจจุบันกินยาคีโมเพื่อรักษาอาการ ในตอนนั้นร่างกายทรุดโทรมมากจนเรารู้ตัวดีว่าเราไม่ไหวแล้ว คิดว่าจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อ แต่แม่เป็นคนเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียง ขณะนั้นไม่ทราบจริงๆ ว่าแม่ได้บนบานเอาไว้ จนร่างกายเราดีขึ้นจึงรู้ว่าแม่มาบนในเรื่องสุขภาพของเรา จึงชวนมาไหว้หลวงพ่อสมหวัง

สำหรับนางสมบัติ เคยตกป็นข่าวฮือฮาเมื่อครั้งที่เดินทางมาถวายหัวหมูจำนวน 300 หัว เมื่อปี 2558 ที่บนบานไว้เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว สุขภาพ และขอให้ลูกหนี้ที่ขอหยิบยืมเงินไป มาชดใช้คืนจำนวน 2 ล้านบาท จนเป็นข่าวโด่งดังที่ผ่านมา

ที่มา>>>ข่าวสด