เปิดคลิปเต็ม! หนุ่มมียศ ต่อย ชายอายุ 70 รัวๆ หลังขับรถชนท้าย ชาวเน็ตจวกยับ (คลิป)

โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก  ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ อุบัติเหตุรถชนท้าย โดยพบว่า เป็นเหตุการณ์ที่เบนซ์ชนท้ายเก๋งคันหนึ่ง แต่พบว่า รถเก๋งที่โดนชนท้ายลงมาจากรถและตรงเข้าต่อยไม่ยั้ง เมื่อคนขับรถเบนซ์ลงมาพบว่าเป็นชายดูสูงวัย

ทั้งนี้ ผู้โพสต์บรรยายไว้ ว่าผู้ขับเบนซ์เป็นพ่อของตน ส่วนคลิปมีพลเมืองดีถ่ายไว้ให้เป็นหลักฐาน โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เหตุการณ์คือ มีรถของคุณลุงท่านนึง ไปชนท้ายรถเขา เพราะเขาก็เบรคกระทันหันเหมือนกัน มันคืออุบัติเหตุ มันเกิดขึ้นได้ ประกันภัยก็รับผิดชอบกันไป ไม่ใช่มาต่อยๆๆๆๆๆ ประชาชนวัยเจ็ดสิบกว่าผู้เป็นคนขับรถเบนซ์คันนี้ ซึ่งคุณลุงคนนี้คือพ่อผมเอง รถที่เป็นเจ้าของคลิปคันหลังได้ถ่ายไว้ให้เป็นหลักฐาน และลงมาช่วยพ่อผม ทหาร คือคนของประชาชน ดูแลประเทศชาติ ไม่ใช่มาทำแบบนี้ ขาดวินัย ขาดมนุษยธรรม

ผมเคารพในวิชาชีพของทุกๆคน ทุกวิชาชีพมีทั้งคนดีและคนที่ออกนอกลู่นอกทาง โปรดอย่าเหมารวมสำหรับวิชาชีพนี้ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมท่านนี้ถึงไม่คุยกันดีๆ ผมไม่เข้าใจเลย ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แค่พ่อเล่าผมก็รู้สึกเจ็บแล้ว ทีแรกไม่กล้าดูคลิปด้วยซ้ำ ผมจะทำให้ถึงที่สุดตามความสามารถของผม ตามสิทธิ์ที่ลูกพึงกระทำได้ ตามสิทธิของประชาชนคนนึง เราจะต้องเจอกันแน่นอนครับท่านเรืออากาศตรี… ผมไม่ใช่กุ้ยข้างถนน และไม่ใช่ทหาร แต่เราเจอกันแน่ครับ เป็นคนที่ขับรถโซลูนา เลขทะเบียน ภย 3… (แต่เขาไม่ใช่เจ้าของรถนะครับ เจ้าของรถอยู่ชัยนาท) #เรืออากาศตรี…

ปล. พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากครับ เขาอยู่ในรถ แล้วก็เอามือปัดป้องเอา พอมีคนมาช่วยเขาค่อยลงมา ผมลุยแน่นอนครับ ท่ีจะขอความช่วยเหลือจากทุกๆท่านมิตรรักพี่น้องคือ แชร์ ครับ แชร์ เยอะๆ นี่คือสิ่งไม่พึงกระทำและน่าประณามของความเป็นทหาร อาจต้องเอารูปบางส่วนออกก่อนนะครับ เพราะว่าอาจมีผลเสียด้านอื่นตามมา ได้เรื่องต่อในวันพรุ่งนี้ยังไงผมจะมาเล่าให้ฟังครับ วิจารณ์ได้ แต่ขอความกรุณาอย่าหยาบคายครับ พวกเราไม่ได้เป็นแบบเขา ขอบคุณทุกความเข้าใจ ขอแค่เขาควรจะโดนลงโทษตามวินัยก็เพียงพอ ไม่ใช่มาขอโทษและจบไป แล้วไปทำอีกกับคนอื่น”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

“ดีเอสไอ” ลุยค้น 6 จุดจับรองเท้าปลอมกว่า 1 แสนคู่ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท รวบ2ผู้ต้องหา

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้บัญชาการสำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญา และนายพัฒนศักดิ์ ตั้งเตชานนท์ ตัวแทนจากบริษัทไนกี้ คอนเวิร์ส ร่วมกันแถลงข่าวการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 1 นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นแหล่งจำหน่าย และโกดังเก็บสินค้าประเภทรองเท้าละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยเชื่อว่าลักลอบนำเข้ามาในประเทศโดยหลีกเลี่ยงภาษี 6 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย เขตสัมพันธวงศ์ 4 จุด เขตราษฎร์บูรณะ 1 จุด และอ.สามพราน จ.นครปฐม 1 จุด

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายและโกดังเก็บสินค้าพบรองเท้าละเมิดเครื่องหมายการค้าหลายยี่ห้อ โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร 160,000 คู่ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เช่น ไนกี้, คอนเวิร์ส, อดิดาส และยี่ห้ออื่น ๆ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายฮงบินหลิน เจ้าของร้านวีวี่ชู และนายลิน ชาว เจ้าของร้านไอโซส สัญชาติจีน โดยดำเนินคดีฐานนำของซึ่งมีเครื่องหมายการค้า ของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรตามพรบ.เครื่องหมาย พ.ศ. 2534 และพรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 รวม 2 คดี ทั้งนี้ ดีเอสไอจะทำการติดตามขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงผู้ซื้อสินค้าว่าให้เลือกสินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์ หรือหากอยากซื้อให้ราคาที่ถูกลงก็ให้อุดหนุนสินค้าของคนไทย เช่น เครื่องหนังก็จะมีความคงทนมากกว่าสินค้าที่ลอกเลียนแบบแน่นอน อีกทั้งอย่าไปหลงเชื่อกลุ่มที่บอกว่าจะเป็นตัวกลาง จัดการไม่ให้ถูกดีเอสไอดำเนินคดี เพราะดีเอสไอจะไม่มีการละเว้นการดำเนินคดีกลุ่มพวกนี้แน่นอน ทั้งนี้ หากใครพบเบาะแสหรือแหล่งที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1202 อีกทั้ง เรายังดำเนินการเชิงรุกเข้าพบปะหารือกับผู้ประกอบการค้าขายย่านเสือป่าและนวนคร เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้เปิดร้านจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าด้วย

ด้าน นายพัฒนศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่มีประชาชนแสดงความคิดเห็นว่าอยากจะให้นำของละเมิดสิทลิขสิทธิ์เหล่านี้ไปบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาส ในส่วนนี้อยากจะขอชี้แจงว่า ต้องรอให้การสืบสวนดำเนินคดีสิ้นสุดลง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 3-4 ปี สินค้าเหล่านี้ก็จะหมดสภาพไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้ หากยังนำไปบริจาคต่อจะเป็นการส่งเสริมให้คนใช้สิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้นต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สลด! ผู้เฒ่าหายจากบ้าน 2 วัน ลูกหลานตามหาวุ่น พบอีกทีเป็นศพลอยน้ำ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.อ.เทียนชัย ยุรปัทมการ รอง (สว.)สภ.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุพบศพคนจมน้ำที่ห้วยแล้งห่างจากหมู่บ้านห้วยท่าสะอาดใต้ ม.11 ต.ท่าสะอาด อ.เซกา ประมาณ 2 กิโลเมตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบรุดไปตรวจชันสูตรพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรัตน์ พินิจมนตรี รอง ผกก.ป.แพทย็เวร รพ.เซกา หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลท่าสะอาดและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไลจุดพรเจริญ

ที่เกิดเหตุเป็นริมตลิ่งลำห้วยแล้งพบศพนายเหรียญ ชัยคำจันทร์ อายุ 82 ปี บ้านเลขที่ 217 ม.11 บ้านท่าสะอาดใต้ ต.ท่าสะอาด สภาพศพสวมใส่ชุดกีฬาเสื้อยืดแขนสั้นสีดำแดงและกางเกงขาสั้นกลมท่าคาดเหลือง ศพนอนคว่ำหน้าลอยอืดในน้ำลึกประมาณ 2 เมตร ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

สอบสวนนายสมศักดิ์ ชัยคำจันทร์ อายุ 50 ปี ลูกชาย ทราบว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์หลงๆลืมๆ ปกติจะมานอนพักอยู่ด้วยที่บ้านในสวนยางพาราห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร และมักจะเดินกลับเข้าหมู่บ้านเป็นประจำ ก่อนหายตัวไประหว่างทางมีคนพบเห็นเดินตามถนนเข้าหมู่บ้าน จึงช่วยกันออกตามหา 2 วัน จนมาพบเป็นศพจมลำห้วยดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าขณะที่เดินระหว่างทางผู้ตายคงพลัดตกลงลำห้วยขณะที่มีน้ำนอง ด้วยเป็นผู้สูงวัยจึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทำไห้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เปิดไทม์ไลน์ ผอ.สาว หายตัว โผล่อัพเฟซบุ๊กลั่นไม่กลับบ้าน ญาติไม่เชื่อ ห่วงความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่าลูกสาวของนายบุญเลิศ คือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไป พร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดรถเก๋ง ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ได้ขณะกำลังจะทำสีใหม่ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊กที่เป็นชื่อบัญชีผู้ใช้ Oil Oil ซึ่งเป็นชื่อเฟซบุ๊กของ น.ส.จุฑาภารณ์ หรือ อ้อย ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 60 ได้มีการแชร์ข่าวของสื่อมวลชน กรณีที่พ่อและญาติพี่น้องประกาศตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ โดยในเฟซ ได้มีการเขียนข้อความ #จะกลับบ้านได้มั๊ย สรุป.. ไม่กลับ

และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 60 เฟซบุ๊กของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความว่า เตรียมตัวศึกษาธุรกิจนอกพื้นที่ กำลังเดินทางไปที่ สาธารณรัฐเขมร จาก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และวันที่ 7 ส.ค. 60 ได้มีการโพสต์ข้อความ หุหุ รู้สึกขอบคุณ โดยมีรูปภาพของกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แต่มีผู้นำภาพมาแปะว่าเป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังงมีผู้ใช้นามว่า สุภัค เกษแก้ว เขียนข้อความสอบถามไปว่า ถ่ายรูปตัวเองลงหน่อยว่า สีหน้าสบายจริงไหม คิ้วขมวด แสดงว่า คิดหมายเด้อ ดีใจที่ยังบ่ตาย ดูแลตัวเองด้วย

 

ทั้งนี้ พบว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็น น.ส.จุฑาภารณ์ ที่เล่นเฟซบุ๊กดังกล่าวจริงหรือไม่

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ยอมรับกลับคำ!! แม่เด็กกราบรองเท้า ลั่นปกป้องลูก เอาผิดครู-เหตุคลิปหลุดเร็ว รร.จ่อขอโทษ

แม่เด็กกราบรองเท้า ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ได้กลับคำพูดว่าจะไม่เอาเรื่องกับคุณครูที่สั่งลงโทษลูกชายที่เกินกว่าเหตุ และได้เจรจาตกลงกันเข้าใจแล้ว แต่เหตุที่เปลี่ยนใจ ที่ไปแจ้งความเอาผิดนั้น เหตุต้องปกป้องลูก เพราะคลิปหลุดไปสู่โซเชียลแล้ว หวั่นลูกอับอาย ขณะที่คณะครูโรงเรียน เตรียมเดินทางไปขอโทษผู้ปกครองในวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครูโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี สั่งลงโทษ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการใช้รองเท้าวางที่ศีรษะ และให้กราบรองเท้า หลังจากที่ ด.ช.ติ้ว (นามสมมติ) ทำผิดระเบียบของโรงเรียนโดยการใส่รองเท้าขึ้นไปบนอาคารเรียน

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเข้าพบกับคุณแม่ของ ด.ช.ติ้ว แต่ยังติดภารกิจและยังไม่สะดวกที่จะให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบ แต่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า หลังจากที่ตัวเองได้ทราบเหตุ ก็นำลูกชาย ขอเข้าพบกับผู้บริหาร และครูที่สั่งลงโทษเด็ก ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยในการเจรจา ยอมรับว่า ได้ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เอาผิดคุณครู และทางโรงเรียนขอให้ลบคลิปดังกล่าวออก ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกันดีของทั้งสองฝ่าย แต่เหตุที่ต้องเปลี่ยนใจ และกลับคำ ที่จะมาเอาผิดคุณครูที่ก่อเหตุให้ได้ สาเหตุจากคลิปดังกล่าวได้หลุดออกไป และถูกเผยแพร่ออกไปยังสังคมโซเชียล และมีกระแสสังคมกว้างขวางอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเกรงว่าลูกชายของตนเองจะถูกตำหนิจากโรงเรียน และเกิดความอับอาย จึงต้องการปกป้องลูกชายของตนเอง ถึงได้มีการไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เดชอุดม ไว้ก่อน ส่วนจะเอาผิดคุณครูถึงที่สุดหรือไม่ จะต้องรอดูข้อกฎหมายจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งจากเดิมทาง สภ.เดชอุดม มีกำหนดจะนัดไปสอบสวนตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. และได้ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ส.ค.แทน

แม่ของด.ช.ติ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ลูกได้เดินทางไปโรงเรียนเป็นวันแรก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตนได้สอบถามกับ ด.ช.ติ้ว โดยลูกชายบอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอายแล้ว และลูกชายก็พยายามที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีเพื่อนและรุ่นพี่บางส่วน ได้เข้ามาให้กำลังใจ ด.ช.ติ้ว ด้วย จึงทำให้ลูกคลายกังวลไปได้บ้าง

ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จ.อุบลราชธานี จะมีคำสั่งให้ คุณครูที่ลงโทษลูกชายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตชั่วคราว เพื่อรอการพิจารณานั้น ตนก็รู้สึกคลายกังวลไปในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการจะย้ายโรงเรียนนั้น ตนจะไม่ขอย้ายลูกไปเรียนที่อื่น เพราะมีความเชื่อมั่นว่าทางโรงเรียนจะสามารถดูแลลูกชายของตนเองได้เป็นอย่างดี

ด้านนางอรษา วิเศษรอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งตัว ครูลงโทษ ด.ช.ติ้ว ไปช่วยราชการ เพราะต้องรอคำสั่งการจากผู้อำนวยการก่อน อีกทั้งยังอยู่ในช่วงที่ครูขอลากิจ และมีความเครียดวิตกเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านของสถานศึกษา ขณะนี้ทางคณะครู–อาจารย์ ได้นัดหมายกับผู้ปกครอง เพื่อที่จะเดินทางไปขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคมนี้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

บุกบ้านช่วยหมา ชาวบ้านพบเจ้าของขังทิ้งในบ้าน 6 ชีวิต จนไซบีเรียนตายคาคอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า WATCHDOG THAILAND (WDT) ได้รับเรื่องร้องเรียนด่วน เจ้าของทิ้งหมาไซบีเรียนตายคาคอก พร้อม ชิสุ 3 ชาไป่ 1 และบางแก้ว อีกหนึ่ง จึงได้ประสาน สภ.มาบตาพุด งัดกุญแจบ้านช่วยชีวิตด่วน โดยเหตุดังกล่าวเกิดที่หมู่บ้านแสนสุข ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง ระยอง โดยประชาชนในหมู่บ้านแสนสุข ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พร้อมคนรักสัตว์ผู้ห่วงใยส่งเรื่องเรื่องและภาพร้องเรียน WDT เหตุเจ้าของหมามาเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านและอาจมีปัญหาส่วนบุคคล ทำให้ต้องออกจากบ้านไปโดยทิ้งน้องหมาหกชีวิตไว้ภายในบ้านที่ล็อกกุญแจรั้วประตูบ้าน แต่เปิดประตูภายในบ้านเอาไว้

WDT ประสาน พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผกก. สภ.มาบตาพุด ให้การช่วยเหลือกำกับดูแล โดยมอบหมาย ร.ต.อ.ไมตรี ภากุล ร้อยเวรคดีอาญาประจำวัน นำทีมเจ้าหน้าที่จาก The man thar rescue dogs เดินทางจากชลบุรี เข้าช่วยเหลือน้องหมาทั้ง 6 ชีวิต พร้อมประชาชนผู้ร้องเรียนในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้เพียง 5 ชีวิต เพราะมีไซบีเรียนนอนตายคาคอกไปแล้วหนึ่งตัว คงเหลือ ชาไป่ 1 บางแก้ว 1 และ ชิสุห์ อีก 3 ในสภาพเห็บหมัดเต็มตัว พร้อมทำบันทึกช่วยเหลือสัตว์ไว้เป็นหลักฐาน หากสามารถติดตามเจ้าของกลับมาได้ ไม่ทราบสาเหตุครับ ว่าเหตุใดเจ้าของจะถึงบ้านไปโดย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เตรียมตัวให้พร้อม ปฏิรูปรถเมล์ เปลี่ยนหมายเลขรถ ใช้ตัวเลขผสมตัวอักษรภาษาอังกฤษ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เมื่อเพจ รถเมล์ไทย.คอม Rotmaethai.com ได้เผยแพร่ “เปิดโผเลขสายรถเมล์ใหม่ ในเส้นทางปฏิรูป 269 เส้นทาง” โดยระบุว่า ได้รวบรวม ข้อมูลเส้นทางรถเมล์ที่ใช้เลขสายใหม่ ในเบื้องต้น เขตการเดินรถที่ 7 และ 8 มีเลขสายรถเมล์แบบใหม่แล้ว พร้อมกับได้ลงตารางเผยแพร่หมายเลขรถที่เปลี่ยนไว้


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ