พบปูก้ามดาบขนาดใหญ่หลากสีสันออกมาวิ่งเล่น ชาวบ้านดีใจเผยเป็นตัวชี้วัดป่าชายเลนสมบูรณ์

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.สาคร อ.ท่าแพ จ.สตูล ต่างออกมาดูปูก้ามดาบตัวขนาดใหญ่ เท่าฝ่ามือ จำนวนมากหลากหลายสีสันออกมาวิ่งเล่นในพื้นที่ป่าชายคลองที่มีสภาพติดกับป่าชายเลน บางตัวมีสีส้ม สีแดง ลำตัวมีสีเขียวทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวบ้านที่พบเจอ โดยส่วนใหญ่มองว่าเคยเห็น แต่ไม่คิดว่าจะมีตัวขนาดใหญ่ออกมาวิ่งเล่นและโชว์ก้ามสีสันที่สวยงามให้ชาวบ้าน และผู้ที่ผ่านไปมาได้ถ่ายรูป201609281144302-20160216143413นายบาเด็น สุวาหลำ อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ปูก้ามดาบเราเห็นในยามขับรถผ่านมาจุดบริเวณแหล่งริมชายคลองตรงนี้เป็นประจำ มักจะเห็นแต่ตัวเล็กๆ ออกมาวิ่งเล่น แต่วันนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญ ปูก้ามดาบตัวใหญ่บางตัวจะมีขนาดเท่ากับปูม้าก็มีออกวิ่งเล่น โชว์ความสวยงามจากก้ามปูที่มีความพิเศษ ก้ามโตขนาดใหญ่ผสมผสานด้วยสีสันสวยงาม ตนเองจึงมองว่าที่ไหนก็มีปูก้ามดาบแต่ที่นี่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง พื้นที่ตรงนี้ปูก้ามดาบตัวใหญ่ และมีเยอะมากและมีนักท่องเที่ยวเขามาถ่ายรูปและนำไปศึกษาวิจัยหลายคนแล้ว201609281144304-20160216143413ด้านนายวัชรินทร์ รัตนชู นักวิชาการประมง สำนักงานประมงจังหวัดสตูล กล่าวว่า ปูก้ามดาบเริ่มที่จะหายากมากขึ้น เพราะอาชีพจับปูแสมมาทำปูดอง แต่ติดปูก้ามดาบมาด้วยและไม่มีการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ กลับนำไปรวบกับปูแสม โดยการนำไปดองปูก็จะตาย และเริ่มที่จะสูญหายไป ดังนั้นเราควรที่จะร่วมกันอนุรักษ์ปูก้ามดาบเพราะปูเหล่านี้รับประทานไม่ได้ แต่ปูก้ามดาบมีคุณค่าทางธรรมชาติอย่างมาก ถ้าจุดไหนมีปูก้ามดาบเยอะ จะชี้วัดจุดที่เป็นธรรมชาติสมบูรณ์อย่างมาก และความพิเศษปูก้ามดาบ ก้ามที่โตและสวยงามจึงเป็นนายแบบชั้นดีของกลุ่มนักอนุรักษ์ที่ชอบถ่ายรูปแต่ถ้าปูมีทรงสวย ก้ามโตสีสดใส หากโดนมือกล้องถ่ายออกมาอย่างดีราคาภาพปูก้ามโตมีราคาสูงถึงภาพละ 500-2,000 บาท ซึ่งมีราคาทางคุณค่าที่สวยงามผ่านทางรูปภาพด้วยมนเสน่ห์ของปูก้ามดาบเหล่านี้

ปูก้ามดามมีลักษณะโดยรวมคือ กระดองรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีก้านตายาว กระดองมีสีสันสวยงาม ตัวผู้มีลักษณะเด่นอันเป็นที่มาของชื่อเรียก คือมีก้ามข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดใหญ่กว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะใช้ก้ามข้างนี้ในการโบกไปมาเพื่อขู่ศัตรู และเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย อีกทั้งยังใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กันอีกด้วย ขณะที่ปูตัวเมียก้ามทั้ง 2 ข้างจะเล็กเท่ากัน

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มดับคาที่ซัดบิ๊กไบค์ประสานงาจยย.สลด!แฟนสาวร่ำไห้เผยเพิ่งโทรถามคำสุดท้าย ‘จะกินอะไรไหม’

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณทางขึ้นกลับรถโรงเรียนวันครู ถนนพหลโยธินขาเข้า หมู่ที่ 11 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609280159316-20050222192603ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดล้มคว่ำจำนวน 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อฮอนด้า CBR250 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กฬ3367 กทม. ส่วนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า R15 สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ชนประสานงากันอย่างจัง สภาพรถพังยับเยินใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายวัชพงษ์ พูลโพธิ์คา อายุ 28 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ชื่อนายนิวัฒน์ นาเหนือ อายุ 30 ปี และนายธชวัจน์ ระฆั่งทอง อายุ 30 ปี

จากการสอบถามนายเอ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะตนตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ได้ยินเสียงรถชนกันอย่างแรง จึงวิ่งมาดูก็พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนอนกองรวมกันอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ต่อมาน.ส.ภัทรวดี ปทุมทอง แฟนผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้โฮ และบอกว่าผู้ตายเป็นแฟนของตนทำงานอยู่ที่บริษัทไซโก้ ออกมาจากบ้านพักในซอยไทยธานีและกำลังจะขับรถจักรยานยนตร์มาหาตนเองที่หมู่บ้านเอื้ออาทร แต่ก็ไม่นึกว่าแฟนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตยังโทรศัพท์มาถามตนเองอยู่เลยว่า “จะกินอะไรไหม จะซื้อเข้าไปให้”201609280159317-20050222192603ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อหาสาเหตุการตายพร้อมทั้งจะได้ติดตามญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านคลอง 6 ร้องถนนพังยับ รถเมล์ตกหล่ม หวั่นสะพานพัง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.ย.59 นายสกล กลายเพชร ชาวบ้าน ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่าถนนเลียบคลองหกฝั่งตะวันออกตั้งหมู่ 9-หมู่ 11 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พังเป็นหลุมเป็นบ่อและยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไข ภาพตั้งแต่ทางหลวงชนบทมาซ่อมทำถนนที่ทรุดตัวเมื่อปีที่แล้ว ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องมาใช้ถนนฝั่งตะวันออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ถนนเลียบคลองฝั่งตะวันออกพังเป็นหลุมเป็นบ่อ มีรอยแตกลายงา แตกร้าวเป็นร่องโดยเฉพาะสะพานข้ามคลองหน้าวัดพลาหาร คอสะพานทรุดทั้ง 2 ฝั่งเนื่องจากมีรถบรรทุกสิบล้อ และรถบรรทุกชนิดต่างๆ วิ่งตลอดทั้งวัน แม้ว่าจะมีการเขียนป้ายเตือนว่า ห้ามรถบรรทุกผ่านแล้วก็ตามโดยชาวบ้านได้นำเศษก้อนคอนกรีตมาวางปิดหลุมคอสะพานไว้เพื่อไม่ให้รถตกหลุมและให้รถผ่านไปมาได้และช่วงนี้มีฝนตกลงมาทุกวันทำให้ถนนแตกลายงาและเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทางจึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยเพราะกลัวว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้สะพานอาจจะพังลงมาได้และเมื่อช่วงเช้าได้มีรถ 6 ล้อติดหล่มจนต้องนำรถมาลากขึ้นจึงขอฝากหน่วยงานที่รับผิดมาช่วยเร่งดำเนินการด่วนก่อนที่ถนนจะพังไปมากกว่านี้201609270916025-20050222192603

ที่มา>>>ข่าวสด

ศาลพระภูมิเพิ่งตั้งได้ 10 วัน โดน 6 ล้อลากจูงเชือกขาด พุ่งชนพังยับ


วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.อ.สมจิตร บุญตาม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีรถบรรทุกพุ่งไปชนบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม.ระหว่างหลัก กม.ที่ 309-310 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.อัศณี นาคฉวี รอง สวป. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน

Jpegที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 99-6107 กทม. เฉี่ยวชนกระถางต้นไม้และศาลพระภูมิหลักชัยของร้านอานนท์ของชำ จนกระจัดกระจายแตกเสียหาย ด้วยความแรงยังพาเสาศาลพระภูมิหลักชัยติดไปกับหน้ารถ โชคยังดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บJpegสอบสวนนายศรัญญู สนั่นแก้ว อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนขับรถ 6 ล้อ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถบรรทุกคันดังกล่าวเกิดเสีย จึงได้นำรถบรรทุกอีกคันมาลากจูงเพื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้านในเขตอำเภอกุยบุรี ระหว่างทางเชือกมัดเหล็กที่ใช้ลากรถมาขาด ทำให้รถที่ถูกลากหลุดออก ไถลพุ่งเข้าชนบ้านเรือนข้างถนนได้รับความเสียหายดังกล่าว

ด้านนายอานนท์ วันชัย วัย 50 ปี เจ้าของร้านขายของชำ เล่าว่าขณะนอนพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงดังโครมสนั่นหวั่นไหว จึงได้พากันตื่นลุกขึ้นมาดูก็พบว่ากระถางต้นไม้แตกกระจัดกระจาย และศาลพระภูมิหลักชัย ที่ตนเพิ่งจะทำพิธีตั้งศาลผ่านไปได้เพียง 10 วัน ถูกชนเสาของศาลพระภูมิก็หลุดติดไปกับหน้ารถอยู่ที่หน้าบ้านข้างเคียง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ไปสอบปากคำ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตื่นทั้งเมืองเลย พบรอยเท้าประหลาดในถ้ำดินเพียงชาวบ้านลือเป็นผีกองกอย!

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายสว่าง อภัย อายุ 64 ปี หรือลุงแว่น ภูบ่อบิด อยู่บ้านเลขที่ 1/3 ถนนเลย-นาด้วง ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ผู้ดูแลภูบ่อบิด จุดชมวิวแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลยแห่งใหม่ โพสต์ภาพรอยเท้าผีกองกอยหรือผีโป่ง ในเฟซบุ๊กของคนเมืองเลย ว่าพบเห็นรอยเท้าผีกองกอยหรือผีโป่ง ภายในถ้ำดินเพียง บนภูบ่อบิด ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ซึ่งหลังจากที่นายสว่างโพสต์ภาพลงไปนั้นก็มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์เป็นจำนวนมาก โดยบางคนเข้าไปโพสต์ว่าผีกองกอยมีจริง บ้างรายก็ว่าเป็นเรื่องตลก เป็นจำนวนมาก เป็นที่ฮือฮาไปทั่วจังหวัดเลย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ แต่ไม่พบนายสว่าง จึงสอบถามพูดคุยทางโทรศัพท์201609251323542-20021028190420นายสว่าง เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ดูแลภูบ่อบิดมานานหลายปี จนประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติ นอกจากนั้นยังเป็นมัคคุเทศก์พานักท่องเที่ยวชมภูบ่อบิดและถ้ำดินเพียง จนเมื่อไม่นานมานี้พานักท่องเที่ยวไปชมถ้ำดินเพียง เมื่อเดินเข้าไปพบเห็นรอยเท้าลักษณะคล้ายคนแต่เล็กกว่าและมี 3 นิ้ว จะว่าเป็นรอยเท้าหมีหรือสัตว์ป่าชนิดอื่นก็ไม่ใช่ จึงนึกได้ว่า มีผู้เฒ่าบอกกล่าวถึงผีกองกอยหรือผีโป่ง จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ และนำภาพไปให้พระอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยเห็น พระบอกว่าเป็นรอยเท้าของผีกองกอยจริง

นายสว่าง กล่าวต่อว่า ผีกองกอยหรือผีโป่ง มีลักษณะใบหน้าเรียวแหลม รูปร่างลักษณะเหมือนลิง แต่มีขนาดเล็กกว่าลิงหรือลิงลม เชื่ออีกว่าผีกองกอยเป็นผีที่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือโพรงไม้ ออกหากินโดยจับปลากินตามลำห้วยหรือแม่น้ำ ผีกองกอยชอบเดินถอยหลัง และพูดอะไรที่ตรงข้ามกับความจริงเสมอ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นแต่รอยเท้ามากกว่าหรือในตำนาน เมื่อได้ฟังจึงได้เกิดความเชื่อขึ้นมาทันที จนนำภาพมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ไม่คิดว่าจะเกิดกระแสจนโด่งดังไปทั่วจังหวัดเลย แต่ทั้งนี้ตนอยากจะให้ใช้วิจารณญาณด้วยเพราะเรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กชายอายุ 13 ตระเวนร้องเพลง หาเงินมารักษาน้องที่ ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ชมคลิป)

เด็กชายอายุ 13 ตระเวนร้องเพลง หาเงินรักษาน้องที่ป่วยมะเร็ง เม็ดเลือดขาว ส่งแรงใจพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.2559 เวลา 10.00 น. ทางแอปพลิเคชัน AISPLAY สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง YouTube:sarnrakais และ PayaiTV และทาง AISPLAYBOX

แหย๋ ไพศาลี หรือเด็กชายธนานันท์ ปักไคหัง เด็กหนุ่มชั้นม.1 โรงเรียนวังข่อยพิทยา อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง ตระเวนประกวดร้องเพลงเพื่อหาเงินมารักษาอาการป่วยของน้องสาว วัย 3 ขวบ ที่ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผ่านมากว่า 20 เวที ไม่เคยได้รางวัลชนะเลิศแม้สักครั้ง เวทีร้องเพลงอาจล้มลุกคลุกคลาน แต่ในเวทีชีวิตจริง เค้าคือผู้ชนะของน้องๆ ..ทุกวันนี้แหย๋ยังคงเดินหน้าต่อเพื่อความฝันที่จะสานต่อดนตรีลูกทุ่งที่เขารัก สมัยเด็ก นพ หรือ ด.ช.ธนานันท์ ปักไคหัง เคยมีปัญหาเรื่องการเดิน เพราะข้อเท้างอเข้าหากัน เข้ารับการผ่าตัดและเข้าเฝือก รักษาจนเดินได้ปกติเหมือนเด็กทั่วไป เมื่อน้องสาวมาป่วยหนักเช่นนี้ เขาจึงรับรู้ความรู้สึกของน้องได้เป็นอย่างดี และหวังว่าในวันหนึ่งน้องจะกลับมาหายดี ..มาเป็นน้องสาวที่สดใสในทุกๆวันของเขา

ครอบครัวมีอาชีพพออยู่รอด แต่เมื่อน้องสาวมาป่วยหนักเช่นนี้ รายได้ที่หามาได้ จึงจำเป็นต้องใช้กับการเดินทางไปรักษา และทำเคมีบำบัด ซึ่งต้องเดินทางจากบ้านในอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองนครสวรรค์ ที่ห่างกัน 100 กิโลเมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวชวนอาบน้ำบ่อด้วยกัน!! แชร์หนักมากภาพประชดถนนหลุมเมืองไทย

กลายเป็นภาพที่ได้รับการแชร์อย่างหนัก ณ เวลานี้ เมื่อ เพจ ฮา กะเหรี่ยง ได้นำภาพหญิงสาวอาบน้ำบนพื้นผิวถนนมาลง โดยระบุว่า “อาบน้ำไหม น้ำมีหลายบ่อ มาอาบด้วยกัน” พร้อมระบุสถานที่ว่า บ้านตีนธาตุ อ.แม่ละมาด จ.ตาก และยังเชิญชวนให้คนอื่นๆ แชร์ภาพว่า บ้านใครมีบ่อน้ำแบบนี้ ขอเสียงหน่อย ซึ่งพบว่า ภาพดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งนี้ จะพบเห็นได้บ่อยๆว่า ถนนในต่างจังหวัดมักจะมีจุดที่ทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งหากชาวบ้านที่ใช้เส้นทางเป็นประจำทนไม่ไหว ก็จะเกิดอาการประชดภาครัฐด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นติดป้าย เอาต้นไม้มาปลูกลงบนถนน หรือ อาบน้ำบ่อประชดแบบนี้เป็นต้น14441087_978372215623091_8529030299605158339_nscreenshot-2518

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนคลิปสาวยืนถือปืนคุมเชิงให้เพื่อนตบสาวท้อง

คลิปนี้โพสต์โดยเฟซบุ๊ก ชื่อ Alis Sorsa โพสต์คลิปการตบตีทะเลาะวิวาทของหญิงสาวคู่หนึ่ง โดยหญิงฝ่ายหนึ่งตั้งครรภ์ และมีเพื่อนของอีกฝ่าย เป็นหญิงรูปร่างท้วมเสื้อฟ้าเดินถือปืนขึ้นลำ ออกมายืนอยู่ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตบกันอยู่

ระบุว่า “คลิปนี้คืออีกคลิปนะคะที่ตบกันเพราะเขามาต่อยหน้าแม่ลิส เคลียร์จบแล้ว แพ้ค่ะ ยอมรับ แต่ทนไม่ได้คะ ตอนจบคลิป มีผู้หญิงเสื้อฟ้าถือปืนออกมาขึ้นลำรอ หมายความว่าไงคะ แค่ตบกันจะเอาถึงตายเลยเหรอ ..เข้ามาห้ามเพราะท้องแล้วเลือดออก จะทนดูเฉยๆได้ไหม…

แต่คนเสื้อฟ้า ดูกันแล้วก็พิจารณากันเอาเอง #ผู้หญิงท้อง#เราเดี่ยวกันแบบใสๆไม่ได้ติดใจหรือคาใจอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ติดใจเสื้อฟ้ามาก ทำไมทำแบบนี้ ไม่เฟี้ยวเลย แชร์วนไปค่ะ ฝากหน่อยค่ะ เสื้อดำนี้คือหนูเองกำลังท้อง ส่วนคนชุดลายมาต่อยหน้าแม่หนูถึงที่ทำงาน โดยไม่มีสาเหตุหรือมูลความจริง หนูเป็นลูกหนูยอมไม่ได้ค่ะ เลยมานัดตบกับคนนี้ หนูตบแพ้คะแต่หนูยอมรับ แต่สังเกตที่คนเสื้อฟ้านะคะ ตอนจบเอาปืนมาขึ้นลำกล้องรอนี้แบบไหน

…นางเดินถือปืนมาขึ้นลำพร้อมยิง คืออะไรช่วยกันแชร์ไปคะ ต่อยแม่ไม่พอยังจะฆ่าลูกอีก ช่วยกันแชร์นะคะ กูพลีชีพเพื่อแม่คะไม่ใช้ผู้ชาย แยกแยะด้วย สู้เพื่อแม่อะรู้จักไหม..”จนทำให้มีการแชร์คลิปดังกล่าวจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์รย์กันเป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

 

รูปแบบของ Content Marketing

คำว่า Content Marketing อาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวกับนักพัฒนาเว็บไซต์เท่าไรนัก แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหน ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือมีแผนจะทำธุรกิจโดยใช้เว็บเป็นสื่อแล้วล่ะก็ Content Marketing นั้นถือเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้เลย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ content marketing

รูปแบบของ Content Marketing

บทความ

ใครๆ ก็ชอบอ่านเนื้อหาดีๆ มีประโยชน์มากกว่าอ่านเนื้อหาที่มีแต่ข้อความโฆษณาขายของ การจะทำให้ผู้บริโภคประทับใจ เราอาจใช้วิธีเขียนบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจอยู่ ให้เราดูว่าเนื้อหาอะไรกำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้นและมันยังไม่เคยมีใครเขียนมาก่อนหรืออาจมีคนเขียนแล้วแต่มันยังไม่ดีพอ วิธีนี้ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ได้ผลดีมาก และถ้าเราสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ ผู้บริโภคก็จะเกิดความประทับใจในตัวเรา แต่อย่าลืมว่าเนื้อหาที่เราเลือกมานั้นจะต้องสื่อไปถึง Brand ของเราได้ด้วย

รูปภาพ / Infographics

คนเราไม่ชอบอ่านเนื้อหาอะไรยาวๆ บางทีการใช้รูปภาพที่สามารถสื่อความหมายได้ดีอย่าง Infographics กลับสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีและรวดเร็วกว่า เรามักจะเห็นหลายๆ บทความที่ใช้ Infographics ในการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจภาพรวมของเนื้อหาที่เข้าใจยากหรือซับซ้อน โดยเฉพาะพวกเนื้อหาที่เกี่ยวกับแผนภาพหรือการเปรียบเทียบสถิติอะไรบางอย่าง นอกจากนั้น วิธีนี้ยังสามารถใช้สีสันที่สดใสเข้ามาช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้อีกด้วย

วิดีโอ

อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เลยก็คือการใช้วิดีโอ สมมติธุรกิจของเราเป็นการสอนทำเว็บไซต์ออนไลน์ เราก็อาจจะสร้างวิดีโอสอนการทำเว็บไซต์ที่เป็นคอร์สในระดับเริ่มต้นมาให้ผู้บริโภคได้ดูกันฟรีๆ ก่อน เมื่อผู้บริโภคได้ความรู้โดยที่ไม่เสียเงินเลยสักบาท เค้าก็จะรู้สึกประทับใจและบอกต่อๆ กันไปเอง ซึ่งจะช่วยให้เรามีโอกาสที่จะได้ลูกค้าที่ต้องการจะเรียนคอร์สระดับที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าการใช้วิดีโอในการทำ Content Marketing จะมีข้อเสียนิดหน่อยตรงต้นทุนที่ค่อนข้างจะเยอะกว่ารูปแบบอื่นๆ แต่ข้อเสียนี้กลับกลายเป็นข้อดีตรงที่ผู้บริโภคจะเห็นถึงความพยายามที่จะนำเสนอเนื้อหาที่มีประโยชน์ของเรา

Social Media

อีกรูปแบบหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลยก็คือ Social Media เพราะถือเป็นช่องทางที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วมากที่สุดช่องทางหนึ่งเลยทีเดียว ให้เราสร้างแฟนเพจของ Brand ขึ้นมา แล้วคอยอัพเดทข่าวสาร คอยตอบคำถามให้ความช่วยเหลือเวลามีผู้บริโภคสงสัยอะไรด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความยินดีและจริงใจ เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Brand ของเราได้แล้ว

ที่มา>>>siamhtml

” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ มิสเตอร์วินน์ซอฟต์ wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

พึ่งร่างทรงช่วยหา 2 ฝีพายเรือยาวล่มบอกตายแล้วร่างจมใต้แม่น้ำป่าสัก ระดมทีมเร่งค้นหา

กรณีเรือยาวแม่มณีสายชลที่กำลังซ้อมฝีพาย เพื่อที่จะร่วมแข่งขันในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ย. – 4 ต.ค. ณ แม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดไตรภูมิ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยมีฝีพายอยู่ในลำเรือ 25 คน เมื่อซ้อมเสร็จกำลังจะนำเรือเข้าฝั่ง แต่เรือขวางทางน้ำที่ไหลเชียวหัวเรือกระแทกกับผนังกั้นแม่น้ำ ทำให้เรือถูกกระแสน้ำซัดจนล่ม คนที่อยู่ในเรือต่างว่ายน้ำเอาชีวิตรอด เจ้าหน้าที่ที่นำเรือออกไปช่วยโดยสามารถช่วยได้ 23 คน สูญหาย 2 ราย คือนายอรรถพล หรือตั้ม พรมแสง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 4 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และนายพิทยา หรือบี ไผ่ทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 8 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังออกค้นหาจนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 21 ก.ย. จึงยกเลิกการค้นหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201609211124171-20050615160100ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ก.ย. เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ และอาสาสมัครร่วมกตัญญูในเขตพื้นที่เพชรบูรณ์ ออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอีกครั้ง โดยได้ระดมกำลังกว่า 100 นาย และเรือท้องแบน 4 ลำ แล่นไปตามลำน้ำ แต่ไม่สามารถใช้นักประดาน้ำได้ เนื่องจากมีกระแสน้ำที่รุนแรง มีความลึก 8-10 เมตร อีกทั้งใต้น้ำยังมีเศษกิ่งไม้ ต้นไม้จมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้ใช้วิธีการทรงเจ้าเข้าช่วย โดยคนทรงบอกว่าทั้งสองรายได้เสียชีวิตแล้ว ร่างจมอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ใกล้กับจุดที่พบเรือลำที่ล่ม ซึ่งขณะยังไม่สามารถนำเรือขึ้นมาได้ เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรงมาก แต่ได้นี้ใช้เชือกผูกไว้กับต้นไม้สภาพลำเรือไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด201609211124173-20050615160100201609210954235-20021028190322

ที่มา>>>ข่าวสด