ด.ญ.อิตาลี 8 ขวบใช้ร่างบังน้อง 4 ขวบนาทีดินไหวทับบ้าน ตัวเองตาย-น้องรอด

วันที่ 26 ส.ค. เทเลกราฟและเดลีเมล์ รายงานเรื่องราวสะเทือนใจในเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 แม็กนิจูด ที่ประเทศอิตาลี ว่าหน่วยกู้ภัยพบร่างด.ญ.จูเลีย รินาลดี วัย 8 ขวบที่เอาตัวบังตัวน้องสาววัย 4 ขวบ ด.ญ.จอร์จา ขณะที่หลังคาบ้านพังครืนหล่นทับลงมา จนตัวเองเสียชีวิต แต่ร่างของด.ญ.จูเลียช่วยให้น้องสาวรอดชีวิตด.ญ.จอร์จา รินาลดี ผู้รอดชีวิตเพราะพี่สาวเอาตัวบังไว้

บ้านของเด็กหญิงอยู่บนเนินเขาในเมืองเปสการา เดล ตรอนโต พื้นที่ประสบภัยเสียหายหนักที่สุดแห่งหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ คาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าว 03.36 น. เด็กทั้งสองวิ่งออกนอกบ้านไม่ทัน พี่สาวจึงตัดสินใจใช้ตัวเองบังอันตรายให้น้อง จากนั้นอีก 16 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงพบร่างทั้งสอง ตัวพี่สาวเสียชีวิตจากแรงกระแทกของหลังคา ส่วนน้องไม่บาดเจ็บอะไรมากสภาพบ้านเรือนพังราบในเปสการา เดล ตรอนโต

นางแองเจลา กาฟินี อายุ 64 ปี ยายของเด็ก ให้สัมภาษณ์เดลีเมล์ ว่า ครอบครัวของเด็กทั้งสองเดินทางมาจากกรุงโรม มาพักผ่อนในวันหยุด แม่ของเด็กอยู่อีกหลังหนึ่งใกล้ๆ กัน ส่วนเด็กอยู่ในห้องเดียวกันตอนที่เกิดแผ่นดินไหว จอร์จาใช้ร่างตัวเองบังน้องไว้ จนน้องไม่บาดเจ็บอะไรเลย ญาติปลอบนางกาฟินีที่เสียหลานไปคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งรอด

“มันเป็นปาฏิหาริย์ที่เธอมีชีวิตอยู่ แต่ฉันเสียใจมากที่เสียหลานไปคนหนึ่ง และอีกคนรอด” นางกาฟินี กล่าวทั้งน้ำตา จนเพื่อนๆ ต้องเข้าปลอบ

ด้านสำนักข่าวเอเอ็นเอสเอของอิตาลีติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 8 ขวบอีกคน ซึ่งรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์แม้จะติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของบ้านเป็นเวลานานกว่า 17 ชั่วโมง จนวิดีโอบันทึกการช่วยเหลือของหนูน้อยกลายเป็นคลิปโด่งดังไปทั่วโลก ว่าเด็กชื่อ จอร์จา อายุ 8 ขวบ เจ้าหน้าที่พบศพพี่สาววัย 10 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่ข้างๆ ด้วย แต่ไม่ระบุว่าพบศพของพ่อแม่และสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านด้วยหรือไม่

 

สำหรับความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตอื่นนับจากวันเกิดเหตุ 24 ส.ค.นั้นริบหรี่ลงแล้ว นายมัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ภาคกลาง เตรียมอนุมัติงบประมาณ 50 ล้านยูโร หรือราว 1,950 ล้านบาทเพื่อเร่งฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ยกเลิกภาษีแก่ผู้ประสบภัยเป็นการชั่วคราว

นายกฯ อิตาลีสั่งการให้ตรวจสอบ และเร่งปรับปรุงโครงสร้างอาคาร แม้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่อาคารจะไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเลย แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้ดีที่สุดคือ การปรับโครงสร้างอาคารเพื่อป้องกันความสูญเสียร้ายแรง

ด้านหน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่กว่า 5,000 นายยังเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่ความแรง 4.1-4.7 แม็กนิจูด หลายร้อยครั้ง โดยยอดผู้เสียชีวิตพบแล้วอย่างน้อย 267 ราย และอีกกว่า 360 คนบาดเจ็บ

ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์กทม.-อุบลฯวิ่งมาดีๆเหมือนมีอะไรติดใต้ท้องรถ คนขับลงมาดูเจอไอ้เหลือม4เมตร

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ส.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากประชาชนว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่เข้าไปใต้ท้องรถบัส บริเวณซอยรังสิต-ปทุมธานี 2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยนำออกไปด้วย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เวหาปทุมธานีและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งมาช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบรถบัสโดยสารประจำทาง ทะเบียน10-2934 พระนครศรีอยุธยา วิ่งรับส่งผู้โดยสารกรุงเทพ-อุบลราชธานี จอดอยู่ในซอยดังกล่าวและมีประชาชนมุ่งดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เวหาปทุมธานีและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งจึงได้ช่วยกันจับออกมา แต่ทำได้ด้วยความยากลำบากเพราะตัวงูพันอยู่กับใต้ท้องรถ ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงนำตัวงูออกมาจากใต้ท้องรถได้

จากการสอบถามนายมนัส นิโยธา เจ้าหน้าที่เวหาปทุมธานีบอกว่า ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนว่ามีงูเข้าไปใต้ท้องรถบัส จึงได้นำกำลังและอุปกรณ์เข้าช่วยส่วนงูที่จับได้นั้นเป็นงูเหลือมยาวประมาณ 4 เมตรและจะไปพักไว้ก่อน จากนั้นจะนำปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ปฏิเสธไม่ได้ขืนใจด.ญ.13 แค่พาไปกักขังที่บ้าน รับรู้จักทางเฟซบุ๊กได้ 1 เดือน

จากกรณีที่ได้มีการแชร์ภาพของด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี สวมชุดเนตรนารีแล้วเกิดพลัดหลงกับญาติที่มารับข้าวสารอาหารแห้งในงานเทกระจาด ที่มูลนิธิสว่างเมตตานครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานางจารุวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ล่าสุดเจอตัวด.ญ.เอแล้ว ในสภาพร่างกายที่อิดโรย และมีร่องรอยบอบช้ำตามร่างกายและบริเวณที่ลำคอ มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว นำตัวด.ญ.เอมาส่งให้กับครอบครัว เมื่อช่วงเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่าด.ญ.เอไปกับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค และมาเจอกันที่งานเทกระจาด หลังจากนั้นเพื่อนชายชวนให้นั่งรถกระบะไปขับรถเล่น ก่อนที่จะพาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อำเภอสีคิ้ว กักขังไว้ภายในห้อง ไม่ได้ให้กินอาหาร ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราตลอด 2 วัน 1 คืน ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นางจารุวรรณ อายุ 41 ปี แม่ของด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี เดินทางเข้าขอบคุณนายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตา ที่ช่วยนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพลูกสาวของตน ขณะที่เดินเข้ามูลนิธิกับเด็กวัยรุ่นก่อนหายตัวไป และสามารถติดตามตัวกลับมาได้ ขณะเดียวกันทางมูลนิธิสว่างเมตตาก็ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง และเงินจำนวนหนึ่ง มอบให้กับครอบครัวนางจารุวรรณ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวน ว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่หายตัวไป ได้มีการกล่าวหาด.ช.บี (นามสมมติ) วัย 14 ปี ที่อาศัยอยู่ที่บ้านหนองหญ้าขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ที่พาตนเองไปกักขังอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 2 วัน นั้น ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าขาว พร้อมด้วยเด็กชายบี (นามสมมติ) และบิดา เดินทางเข้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เบื้องต้นจากการสอบสวนด.ช.บี ให้การยอมรับว่าตนรู้จักกับด.ญ.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 1 เดือน และเดินทางมาเจอกันที่งานเทกระจาดก่อนที่จะพาด.ญ.เอไปนอนอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 1 คืน กับอีก 1 วันจริง แต่ไม่ได้กระทำชำเราด.ญ.บี เพียงแต่แค่กอดจูบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องรอผลการตรวจจากแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมทั้งจะต้องทำการสอบสวนด.ญ.เอ และด.ช.บี พร้อมกับเจ้าหน้าที่อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา อีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยทั่วทุกภาคยังมีฝนต่อเนื่อง กทม.-ปริมณฑลช่วงบ่ายเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ทั่วทุกภาคของประเทศ เว้นแต่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครนายก ปราจีนบุรี พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนัก กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมตอนกลางของประเทศไทย ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกมีฝนในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ภาคเหนือมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา
ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่งตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

ที่มา>>>ข่าวสด

เศร้าแฟนทิ้ง! สาวเมาคลั่งเผาบ้านตัวเอง เพื่อนบ้านช่วยดับวุ่น-หวิดไหม้ทั้งซอย

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.เชาวลิต สุวรรณมณี รองสวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งสาวเมาคลุ้มคลั่งจุดไฟเผาเสื้อผ้าภายในห้องแถวกลางซอย 17 เฉลิมพระเกียรติ ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุชาวบ้านช่วยกันดับเพลิงไว้ได้ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง เหลือเพียงกลุ่มควันไหม้เล็กน้อย ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อเป็นหญิงสาววัย 37 ปี เจ้าของห้องพัก อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนัก พูดจาพร่ำเพ้อ ถูกคนรักทิ้ง ต้องอยู่คนเดียว

สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้กลิ่นเหมือนมีใครเผาสิ่งของ จึงช่วยกันหาตามหา ก็พบห้องดังกล่าวไฟกำลังไหม้เสื้อผ้าอยู่จึงช่วยกันนำน้ำมาดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง  ด้านหญิงสาวมือวางเพลิงครั้งนี้กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนทะเลาะกับแฟนหนุ่มอย่างหนักจนเลิกลากัน แต่เหตุที่ไฟไหม้ตนจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไป เบื้องตนเจ้าหน้าที่รับตัวไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตั๊กแตนปาทังก้า-ฟักทองขายเกลื่อนชายแดนช่องอานม้า พ่อค้าแม่ค้าแห่ซื้อเอาไปขายต่อ

 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด่านช่องอานม้า ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านจากเขต อ.น้ำยืน อ.นาจะหลวย และพ่อค้าแม่ค้าคนกลาง ต่างแห่ไปซื้อฝักทองและตั๊กแตนปาทังก้า ที่ชาวกัมพูชานำมาวางขาย เพื่อนำไปจำหน่ายต่อยังตลาดสดในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยฟักทองของกัมพูชาซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลละ 3 บาท ส่วนแม่ค้าคนไทยจะไปขายต่อเท่าไหร่แล้วแต่ระยะทางการขนส่ง โดยฟักทองของกัมพูชา จะมี 2 เกรด เกรดแรกคือฟักทองที่เด็ดจากเถาว์แล้วมาตกค้างอยู่หลายวัน ส่วนอีกเกรดคือฟักทองที่เด็ดมาใหม่ๆยังไม่ทันข้ามคืน ราคาจะขยับมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 3 บาท ฟักทองลูกหนึ่ง จะมีน้ำหนักจะอยู่ที่ 7-8 กิโลกรัม ซึ่งที่ด่านช่องอานม้า จะมีซื้อขายฟักทองที่นำเข้าจากกัมพูชาทุกวันวันละหลายสิบตัน และตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ยังคงทยอยขนออกอย่างต่อเนื่อง ส่วนตั๊กแตน ก็มีพ่อค้าแม่ค้านำมาขายมากเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ตัวที่มีปีกสีเขียวหรือที่เรียกว่า “ตั๊กแตนอีโม่” ลักษณะทั้งตัว หัว และปีกจะมีสีเขียว แบบนี้ถ้าตัวเล็กปีกบาง ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท บางรายจะแบ่งเป็นถุง ถุงละ 100 บาท แต่ถ้าต่อรองราคาได้ จะเหลือถุงละ 80 สองถุง 150 บาท เนื่องแม่ค้าตั๊กแตนมีหลายราย ทำให้เกิดการขายตัดราคากัน ส่วนตั๊กแตนอีกชนิดหนึ่ง ลำตัวมีลักษณะสีน้ำตาลอ่อน ตัวใหญ่ปีกจะดูแข็งแรงและยาวไปตลอดตามลำตัว ซึ่งนิยมนำมาทอดรับประทาน คือตั๊กแตน “ปาทังก้า” ชนิดนี้ราคาจะพุ่งขึ้นสูงอีกเท่าตัว คือกิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งแม่ค้าคนไทยนิยมนำมาทอดขาย ปรุงรสต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ และยังมีตั๊กแตนอีกชนิด ซึ่งเป็นตัวเล็กสีเขียวยังไม่มีปีกงอกออกมา ชนิดนี้เรียกว่าตั๊กแตนเสื้อกั๊ก ไม่เหมาะเอาไปทอดขาย เนื่องจากตัวยังอ่อนเกินไปทอดแล้วไม่อร่อย ตัวนี้จะขายรวมกันกับตั๊กแตนอีโม่สีเขียว สำหรับ ด่านช่องอานม้า เป็นชื่อของช่องทางผ่านเข้าออกบริเวณแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา เป็นจุดผ่อนปรนในการค้าขายและผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

ที่มา>>>ข่าวสด

ตะลึงพรึงเพริด! ไข่มุกธรรมชาติขนาดมหึมา ชาวประมงปินส์ไม่รู้ล้ำค่า เก็บไว้ใต้เตียงมา 10 ปี

บีบีซีรายงานวันที่ 23 ส.ค. ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยถึงกรณีสุดฮือฮาที่ชาวประมงบนเกาะพาลาวันพบไข่มุกขนาดมหึมา และเชื่อว่าเป็นไข่มุกธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนัก 34 กิโลกรัม แต่ไม่รู้ว่ามันมีค่าขนาดนั้น จึงเก็บเอาไว้เป็นของนำโชคอยู่ใต้เตียงมานาน 10 ปี “เราตะลึงพรึงเพริดมากที่เขานำมาให้เรา ตอนนี้เราต้องการผู้เชี่ยวชาญอัญมณีมาตรวจสอบ แต่ตอนนี้เราชื่อว่ามันต้องเป็นไข่มุกล้ำค่าตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ไอลีน อมูเรา เจ้าหน้าที่จังหวัดพาลาวัน กล่าว

ไข่มุกดังกล่าวมีขนาดกว้าง 61 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ถ้าพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าเป็นไข่มุกธรรมชาติ จะทำลายสถิติไข่มุกเล่าจื๊อที่มีน้ำหนัก 6.4 กิโลกรัม อีกทั้งน่าจะมีมูลค่าถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,500 ล้านบาทไข่มุกเล่าจื๊อ เจ้าของสถิติไข่มุกธรรมชาติใหญ่สุด หนัก 6.4 ก.ก.

ชาวประมงผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยนาม บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าพบไข่มุกนี้อยู่ในหอยตลับขนาดใหญ่ยักษ์ ตอนที่ไปทอดสมอแล้วไปติดก้อนหินเข้าตอนเกิดพายุ จึงกระโดดลงไปดึงสมอออกแล้วนำหอยตลับนั้นขึ้นมาด้วย

แต่ชาวประมงรายนี้ก็ไม่คิดว่ามันจะล้ำค่าอะไรมากมาย จึงไปเก็บเป็นสิ่งของนำโชคไว้ใต้เตียงมาตลอด 10 ปี จนเมื่อกระท่อมไม้ถูกไฟไหม้ ชาวประมงรายนี้จึงหยิบไข่มุกที่เหลือรอดมาให้เจ้าหน้าที่ดู เบื้องต้นนี้เจ้าหน้าที่ตั้งใจจะเก็บไข่มุกไว้จัดแสดงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ที่มา>>>ข่าวสด

กลิ่นเหม็นเน่าโชย!! ชาวบ้านทนไม่ไหวเข้าไปดู-ผงะเจอศพขึ้นอืดโกดังร้าง

 วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.คงกระพัน วังคำกฤษทรัพย์ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าลี่ จ.เลย ได้รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตภายในโกดังร้าง หน้าวัดสหมิตรวนาราม บ้านปากห้วย หมู่ 7 ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ เมื่อได้รับแจ้ง จึงพร้อมด้วยแพทย์จาก รพ.ท่าลี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดท่าลี่ ไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นโกดังไม้เก่า พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สภาพนอนหงายขึ้นอืด สวมกางเกงขายาวสีเหลือง เสื้อแขนยาวสีขี้ม้า พบบัตรประชาชน ทราบชื่อ คือ นายบุญเชิด ฆ้องพรมมา อายุ 45 ปี อยู่ หมู่ 6 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือบาดแผล เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ท่าลี่ จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายได้มาพักอาศัยอยู่โกดังร้างดังกล่าว ที่เคยเก็บไม้แปรรูป จนกระทั่งชาวบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากโกดัง จึงมาดูพบนายบุญเชิด นอนเสียชีวิตขึ้นอืด ตัวบวม น้ำเหลืองไหล จึงรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะเก็บขยะเจอศพเด็ก!! หอพักนวนคร ห่อในถุงผ้า-ตรวจกล้องวงจรปิด

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งพบศพเด็กทารกแรกเกิดนำมาทิ้งในถังขยะข้างหอพักแห่งหนึ่ง ม.19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ตอ.สิรภพ บังหลวง รอง สว.สส.สภ.คลองหลวง แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบถังขยะวางเรียงกันอยู่หลายใบ ข้างหอพักด้านหลัง ในถังขยะพบศพเด็กทารกแรกเกิดเพศชายมีอวัยวะครบสมบรูณ์อยู่ในถุงผ้าสีเหลือง ห่อด้วยเสื้อสีเขียว เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงนำออกมา   จากการสอบถามนายประจัก ทับบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู บอกว่า ตนได้รับแจ้งจากคนเก็บขยะว่า พบศพเด็กทารกถูกทิ้งในถังขยะ จึงมาตรวจสอบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคาดว่าเป็นวัยรุ่นที่พักอยู่ย่านหอพักใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และคลอดลูกออกมาเอง แต่ไม่พร้อมที่จะเลี้ยง จึงนำทารกมาทิ้งดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและจะติดตามนำตัวแม่มาดำเนินคดีต่อไป ส่วนศพเด็กทารกนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ยูเทิร์นมรณะ!! นักเรียนช่างสุพรรณฯขี่จยย.กลับบ้าน เสยท้ายสิบล้อตาย-โคม่า

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.ชัยพร คำสอนทา สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถบริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.ย่านยาว อ.สามชุก รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน ขพว 967 สุพรรณบุรี สภาพพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายณัฐพล  ศรีโพดก  อายุ 16 ปี บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายกิตติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 16 ปี ทั้งคู่เป็นนักเรียนจากวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหารแจ่มใส ในตัวเมืองสุพรรณบุรี  สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกเรียนทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่ ต.ย่านยาว อ.สามชุก มาถึงจุดกลับรถดังกล่าว รถจักรยานยนต์ชนเสยท้ายรถสิบล้ออย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด